429 ชีวิต ชาวประมงระยอง ช็อก! ศาลฎีกายืนยกฟ้องคดีน้ำมันรั่วเกาะเสม็ด เรียกค่าเสียหายสิ่งแวดล้อม 1.5 หมื่นล้าน
23 ตุลาคม 2569 เวลา 11:12:00
2886
ศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องคดีชาวประมงพื้นบ้านระยอง 429 คน ฟ้องบริษัทขนส่งน้ำมันยักษ์ใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เรียกค่าเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม 15,000 ล้านบาท จากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลเมื่อปี 2556 ส่งผลคราบน้ำมันพัดเข้าหาดแม่รำพึงและเกาะเสม็ด ด้านชาวประมงเกือบ 200 คนเดินทางมาฟังคำพิพากษา เผยผิดหวัง ยืนยันยังห่วงระบบนิเวศทางทะเล พร้อมเดินหน้าติดตามคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลแพ่งจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง มีการพิจารณาคดีในชั้นฎีกา กรณีกลุ่มประมงพื้นบ้านระยองจำนวน 429 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทขนส่งน้ำมันรายใหญ่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เรียกค่าเสียหายจำนวน 15,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลเมื่อปี 2556 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชายฝั่งระยองและเกาะเสม็ด จนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังชาวประมงพื้นบ้านตามแนวชายฝั่งจังหวัดระยองได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล จึงรวมตัวกันดำเนินคดีทางแพ่ง โดยมีเป้าหมายให้บริษัทผู้เกี่ยวข้องชดใช้ค่าเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้กลับคืนสู่สภาพเดิม อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้อง ก่อนที่กลุ่มชาวประมงจะดำเนินการต่อในชั้นฎีกา

นายวีระศักดิ์ คงณรงค์ สมาชิกกลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง เปิดเผยว่า วันนี้มีชาวบ้านเกือบ 200 คนเดินทางมาที่ศาลเพื่อรอฟังผลคดี โดยส่งตัวแทนประมาณ 20 คนเข้าไปฟังคำพิพากษาในบัลลังก์ 4 พร้อมนายเสกสรร ทนายความ แต่ผลปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง
สำหรับเหตุผลในการยกฟ้อง ตามที่กลุ่มชาวประมงได้รับทราบ คือมีการนำผลการศึกษาวิจัยจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งระบุว่าการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมดำเนินไปจนเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่เอกสารและภาพถ่ายที่ชาวประมงนำมายื่นประกอบคดีเกี่ยวกับคราบน้ำมันตามโขดหินใต้น้ำและความเสียหายต่อปะการัง ยังมีข้อจำกัดด้านการรับรองหลักฐานและการชี้ชัดความเสียหายตามที่กลุ่มโจทก์ต้องการพิสูจน์

นายวีระศักดิ์กล่าวอีกว่า ชาวบ้านรู้สึกผิดหวังและน้อยใจ เพราะมองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง แต่ยังรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล แม้ก่อนหน้านี้จะมีการชดเชยให้ชาวบ้านบางส่วนจากการไม่สามารถออกเรือทำประมงได้ แต่กลุ่มประมงเห็นว่ายังมีประเด็นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน จึงรวมตัวกันยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 15,000 ล้านบาท โดยประสงค์ให้นำเงินไปใช้ฟื้นฟูทะเลและสิ่งแวดล้อมผ่านจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวประมงยังคงติดตามคดีที่ยื่นต่อศาลปกครอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ดำเนินการตรวจยึดเรือที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และดำเนินคดีอย่างที่กลุ่มชาวประมงเห็นว่าควรจะเป็น ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังต้องเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลเมื่อปี 2556 ผ่านมาแล้ว 13 ปี แต่ยังเป็นภาพจำของชาวระยอง โดยเฉพาะคราบน้ำมันที่ปกคลุมบริเวณชายหาดเกาะเสม็ด สร้างความกังวลต่อทรัพยากรทางทะเลและกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงในพื้น ที่ การฟ้องร้องครั้งนี้จึงมุ่งเรียกร้องค่าเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมแยกจากการชดเชยผลกระทบด้านอาชีพที่ผ่านมา แม้ผลคดีล่าสุดจะยกฟ้อง แต่กลุ่มชาวประมงยังคงยืนยันข้อกังวลเกี่ยวกับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของจังหวัดระยอง.

รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช, แถลงข่าวชี้แจงการทำงานของสำนักงาน กสทช. ท่ามกลางภาวะสุญญากาศและความขัดแย้ง
2346
ข่าวประชาสัมพันธ์

นายกฯ ไม่รู้เรื่องเปลี่ยนเสื้อวินสีส้มเป็นน้ำเงิน หลัง ‘สส.ชลบุรี ’ บอก ยันไม่เห็นด้วย พยักหน้าไม่ตอบราคาน้ำมันพุ่ง
2666


ศุลกากรมาบตาพุดบุกตรวจพัสดุ ยึดบุหรี่เถื่อน 2.94 หมื่นมวน มูลค่ากว่า 1.47 แสนบาท







