ใส่สบงแล้วทรงพลัง โล้นซ่าเมารับวันโกน เมาแอ๋เดินเข้าร้านสุกี้ดังต่อร้านเหล้า ท้าต่อยตำรวจ
24 พฤษภาคม 2569 เวลา 03:00:00
95
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุพระเมาสุราประพฤติตัววุ่นวาย พยายามจะเดินเข้าไปในร้านชาบูบุฟเฟต์ชื่อดัง และพยายามจะเดินเข้าไปในบาร์ขายเหล้า เหตุเกิดด้านหลังศูนย์การค้ายูดีทาวน์ ถนนทองใหญ่ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ห่างจากสถานีรถไฟอุดรธานีประมาณ 300 เมตร หลังรับแจ้งเหตุจึงรีบนำกำลังกำลังสายตรวจ 191 รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง พบรปภ.ศูนย์การค้าฯ ได้ควบคุมพระรูปหนึ่งให้นั่งที่พื้น บริเวณหน้าทางเข้าบาร์ เบื้องต้นพระสวมใส่เพียงผ้าอังสะและผ้าสบง สวมรองเท้าแตะคีบ มีอาการเมาสุราอย่างหนัก เดินเซหน้าเซหลัง ให้การวกวนไปมาพูดจาไม่รู้เรื่อง ตามร่างกายมีกลิ่นสุราคละคลุ้งไปหมด พร้อมกับตะโกนโวยวาย ด่าทอชาวบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์ อ้างว่ากินเหล้าขาวมา จะกินที่ไหนก็ได้ เพราะไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าจะผิดก็ผิดตั้งแต่นักการเมือง ที่ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญขึ้นมา มันผิดมาตั้งแต่คิดกฎหมายแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอตรวจค้นเอกสารราชการ พบใบสุทธิพระและบัตรประจำประชาชน ทราบชื่อภายหลังว่า พระสมร กุสุโม (นิกายธรรมยุต) หรือนายสมร อายุ 60 ปี ชาว ต.ลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เป็นพระลูกวัด วัดป่าเลไลย์ ต.ลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู บวชมาตั้งแต่อายุ 40 ปี บวชมา 20 พรรษา ขณะสอบถามพระสมรยังมีคงมีอาการเมาอย่างหนัก ไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบ ด่านักข่าวว่าโง่ไม่รู้จักรัฐธรรมนูญ และท้าต่อยกับตำรวจถึง 2 นายว่า “เอาบ่หล่ะ”
จากนั้นตำรวจได้นำตัวพระสมรขึ้นรถกระบะตราโล่ ไปเก็บเอาข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องอัฐบริขาร ที่วางไว้ในสถานีรถไฟอุดรธานี ขึ้นรถทั้งหมด ขณะที่กำลังจะนำตัวพระสมรไปสึกที่วัด ได้พยายามจะกระโดดลงจากรถ ตำรวจจึงต้องหยุดรถกะทันหัน และลงมาควบคุมตัว จังหวะนั้นพระสมรได้คว้าเอาไม้เหล็กง่ามของตำรวจจะเอามาฟาดใส่ตำรวจ จึงต้องเข้าควบคุมกันอย่างชุลมุน จนสามารถใส่กุญแจมือยึดกับหลังกระบะเอาไว้ได้ ท่ามกลางความตกใจของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

ต่อมาตำรวจได้นำตัวพระสมรไปที่วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง จ.อุดรธานี เพื่อทำการสึกทันที โดยมีพระคุณสุทธิปัญญาวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ทำพิธีลาสิกขาและปลงผ้าเหลืองให้ เมื่อพิธีแล้วเสร็จนายสมรยังคงมีอาการมึนเมา สอบถามก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปไหน และไม่รู้ว่ามาจากไหน โดยมีอาการมึนงงว่าตนไปทำไมที่สถานีรถไฟ แต่ก็รับสารภาพกับพระคุณสุทธิปัญญาวัฒน์ ว่าดื่มเหล้าจริง ดื่มทุกครั้งที่มีโอกาส ดื่มไปเพราะแขนมีอาการตึง เป็นการดื่มแก้อาการ
หลังจากนายสมรเปลี่ยนเป็นชุดขาวแล้ว ตำรวจจึงเชิญตัวขึ้นรถตำรวจ เพื่อจะนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองอุดรธานี แต่นายสมรไม่ยินยอม บอกว่าสึกแล้วจะขอนอนที่วัดแห่งนี้ ไม่ได้อยากไปกับตำรวจ แต่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวออกจากกุฏิรองเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ประคองร่างไปขึ้นหลังกระบะ จนเริ่มมีปากเสียงกับตำรวจอีกครั้ง อ้างว่าถูกบังคับให้ออกจากวัด และตะโกนขู่ตำรวจซ้ำอีก “กูจะตีปากตำรวจ” ตำรวจจึงควบคุมตัวไป ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย

ด้านนายสวรรค์ พรมแสนปัง อายุ 55 ปี รปภ.ศูนย์การค้า เปิดเผยว่า ตอนแรกเห็นพระรูปนี้นั่งรถสามล้อเครื่องมาลงที่หน้าสถานีรถไฟ แต่ก็ไม่รู้ว่านั่งมาจากไหน ก่อนจะเดินหอบของเข้าไปในสถานีรถไฟ สักพักก็เห็นเดินออกมาในสภาพเมามาย หนัก กลิ่นเหล้าเหม็นไปทั้งตัว ตอนแรกเดินมาถามตนว่าเห็นแม่ของพระหรือไม่ ตนก็บอกไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น แล้วพระก็จะเดินเข้าร้านสุกี้ ตนจึงรีบไปบอกว่าเข้าไปไม่ได้ มันไม่เหมาะสม พระก็เดินออกมา แล้วเดินตรงไปที่บาร์เหล้าอีก กำลังจะเข้าไปข้างใน เจ้าของร้านจึงเชิญตัวออกมา ตนจึงเข้ามาควบคุมตัว และรีบแจ้งตำรวจทันที.

อัตตัรฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) สำนักงาน ปภ.นราฯกับโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่รถจักรยาน ยนต์ปลอดภัย
130
ข่าวประชาสัมพันธ์

กมธ.การตำรวจลุยเสริมศักยภาพผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ป้องกันอาชญากรรมในชุมชนเมืองน้ำดำ
165


สุดสลด !! คู่รักราชการเมืองคอนมีปากเสียงลั่นบ้าน ก่อนยมฑูตคำรามดังสนั่น พบจบชีวิต 2 ศพในห้องนอน







