สภาท่องเที่ยวฯ–สื่อแม่ฮ่องสอน ตบเท้าขอบคุณ "สว.กัลยา" สว.ลำพูน ช่วยเป็นกระบอกเสียงกลางสภา สะท้อนวิกฤตความเหลื่อมล้ำ
2 กันยายน 2569 เวล า 15:18:00
862
สภาท่องเที่ยวฯ–สื่อแม่ฮ่องสอน ตบเท้าขอบคุณ "สว.กัลยา" สว.ลำพูน ช่วยเป็นกระบอกเสียงกลางสภา สะท้อนวิกฤตความเหลื่อมล้ำ-ระบบสาธารณสุข พร้อมดันแม่ฮ่องสอนสู่ "เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน" ปลดล็อกพัฒนาพื้นที่
วันที่ 2 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดลำพูน ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา โดยสะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ย่ำแย่ ปัญหาสาธารณสุขขั้นวิกฤต และวิถีชีวิตที่ยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งยกระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน" ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกมาแสดงความขอบคุณ สว.ลำพูน ท่านนี้เป็นอย่างยิ่ง
การเคลื่อนไหวในสภาของ สว.กัลยา ใหญ่ประสาน เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ลงพื้นที่จริงถึง 2 ครั้ง ในโครงการ สว. พบประชา ชนภาคเหนือ ซึ่งได้สัมผัสกับข้อเท็จจริงและความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหา "ถนนมรณะ" บนทางหลวงหมายเลข 108 ที่มักเกิดดินสไลด์และต้นไม้โค่นทับเส้นทาง ประชาชนต้องตุนเสบียงไว้ในรถเพราะใช้เวลานานในการเปิดทาง รวมถึงปัญหากระแสไฟฟ้าดับทั้งเมืองนานถึง 2 วัน ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ครอบคลุมจนไม่สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ ตลอดจนเส้นทางสัญจรช่วงหน้าฝนที่กลายเป็นโคลน จนทำให้ผู้ป่วยเคสวิกฤตต้องเสียชีวิตระหว่างทาง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลได้ทันท่วงที นอกจากนี้ เมื่อชาวบ้านพยายามซ่อมแซมถนนเอง กลับต้องเผชิญข้อจำกัดทางกฎหมายป่าไม้

ขณะเดียวกัน ยังพบวิกฤตขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างหนัก โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลสบเมย ซึ่งมีแพทย์เพียง 4 คน แต่ต้องดูแลประชากรกว่า 40,000 คน (คิดเป็นอัตราส่วนแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 12,000 คน) ซ้ำร้ายยังต้องแบกรับภาระการดูแลผู้อพยพกว่าหมื่น คนใน 2 ค่ายพักพิง ภายหลังการตัดงบช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ตลอดจนปัญหาการปนเปื้อนสารเคมีในแม่น้ำสาละวิน

สว.กัลยา จึงได้จี้ให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกข้อกฎหมาย ยกระดับเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ส่งเสริมอาชีพที่ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจป่าไม้ โดยย้ำเตือนว่า อย่าปล่อยให้ชาวแม่ฮ่องสอนต้องต่อสู้ตามลำพัง และอย่าปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำขยายตัวไปมากกว่านี้
ด้าน นายโชติ นรามณฑล ประธานชมรมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ สว.กัลยา ใหญ่ประสาน เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้นำปัญหาและอุปสรรคจริงของชาวแม่ฮ่องสอนจากการลงพื้นที่ ไปสะท้อนในสภาฯ ทำให้ผู้บริหารประเทศและผู้มีอำนาจตัดสินใจ ได้เห็นภาพข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเสริมว่า ต้องขอบคุณ สว.กัลยา ที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงในหลายเรื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางที่ยากลำบาก ที่ผ่านมาแม่ฮ่องสอนมีความพยายามผลักดันโครงการเจาะอุโมงค์เชื่อม แม่ฮ่องสอน - เชียงใหม่ ร่วมกับอดีต ส.ส. จำลอง รุ่งเรือง โดยได้เคยเดินทางไปพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ประเทศจีนมาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ
นายภานุเดช ระบุต่อว่า ปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลานานมาก โดยเส้นทางสาย 1095 (ระยะทาง 245 กม.) ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางสาย 108 ผ่านแม่สะเรียง-จอมทอง (ระยะทาง 375 กม.) ต้องใช้เวลานานถึง 7-8 ชั่วโมง ประกอบกับปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่มีสายการบินพาณิชย์เข้ามาเปิดบิน ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ยืนยันว่าพร้อมยินดีต้อนรับทุกสายการบินที่จะเข้ามาเปิดเส้นทางบิน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมกล่าวขอบคุณ สว.กัลยา ใหญ่ประสาน อีกครั้งที่ไม่ทอดทิ้งชาวแม่ฮ่องสอน.
ฉลอง หมั่นสกุล จ.แม่ฮ่องสอน

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา จัดงานทิ้งกระจาด 2569 สืบสานประเพณีเก่าแก่ ส่ งต่อบุญสู่ผู้ยากไร้
940
ข่าวประชาสัมพันธ์

เดือดหน้าโรงพัก 'ณัฐวุฒิ' ผลัก 'สมชัย' อดีต กกต. ตกจักรยาน หน้า สน.ทองหล่อ ชี้หน้าด่าไอ้ตุ๊ด พร้อมดึงหมวกไปจากหัว
1790


ปปส.ภ.2 บุกบ้านพักระยอง รวบ 5 ราย ตรวจฉี่เจอสารไอซ์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยโดนด้วย







