เกษตรจังหวัดชวนผู้ทำนาเกลือขึ้นทะเบียนเสริมโอกาสพัฒนาอาชีพ ยกระดับมาตรฐาน GAP–GI
30 มกราคม 2569 เวลา 07:00:00
3
นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงครามนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ผลิตเกลือทะเลที่สำคัญของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาการทำนาเกลือยาวนานกว่า 100 ปี โดยอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งลักษณะดิน ฟ้า อากาศ แสงแดด และน้ำทะเลที่สามารถไหลเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างเหมาะสม องค์ความรู้ดังกล่าวถูกสั่งสมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นวิถีชีวิตและอาชีพหลักของชุมชนชายฝั่งทะเลในอำเภอเมืองสมุทรสงคราม
ปัจจุบันพื้นที่นาเกลือของจังหวัดอยู่ในเขตชายฝั่งทะเล 2 ตำบลของอำเภอเมือง ได้แก่ ตำบลลาดใหญ่ และตำบลบางแก้ว รวมพื้นที่กว่า 6,123 ไร่ แยกเป็นพื้นที่เช่า 4,321 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 71.39 และพื้นที่ถือครองเอง 1,732 ไร่ หรือร้อยละ 28.61 มีเกษตรกรผู้ทำนาเกลือรวม 155 ครัวเรือน แยกเป็นตำบลลาดใหญ่ 46 ครัวเรือน พื้นที่ 1,937 ไร่ และตำบลบางแก้ว 111 ครัวเรือน พื้นที่ 4,185 ไร่

ด้วยลักษณะดินเหนียวที่สามารถอุ้มน้ำได้ดีจึงเหมาะสมต่อกระบวนการตกผลึกของเกลือทะเลส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
นายประสิทธิ์ กล่าวว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่นาเกลือของจังหวัดมีแนวโน้มลดลง จากปัจจัยสภาพอากาศที่แปรปรวน ปริมาณแสงแดดไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของชาวนาเกลือโดยตรง การคาดการณ์ผลผลิตเกลือทะเลของจังหวัดในปี 2568-2569 คาดว่าจะมีประมาณ 84,612 ตัน และอาจมีเกษตรกรเพิ่มเป็น 161 ราย พื้นที่นาเกลือขยายเป็นราว 6,295 ไร่ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลผลิตย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2568 พบว่าการผลิตยังคงมีเสถียรภาพ แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม

ด้านราคาจำหน่ายเกลือทะเลในปีการผลิต 2567-2568 แบ่งตามคุณภาพได้แก่ ดอกเกลือกิโลกรัมละ 20 บาท เกลือขาวตันละ 780 บาท เกลือกลางตันละ 625 บาท และเกลือดำตันละ 469 บาท สะท้อนปัญหาราคาตกต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษ ฐกิจถดถอย และข้อจำกัดของเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ต้องเช่าพื้นที่ ขาดสถานที่เก็บหรือยุ้งเกลือ และยังขาดการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง
สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเกลือทะเล

โดยผลักดันการรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ได้การรับรอง GAP และการใช้เครื่องหมาย GI เพื่อยืนยันเอกลักษณ์และคุณภาพของเกลือทะเลสมุทรสงคราม พร้อมทั้งส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น เกลือบริโภค เกลือสปา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามมีเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เพียงแค่ 4 ราย พื้นที่ 260 ไร่ และมีผู้ยื่นขอใช้ตรา GI จำนวน 14 ราย ผ่านการประเมินได้รับอนุญาต 9 ราย พื้นที่ 293 ไร่ ซึ่งการรับรองมีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึง 18 กันยายน 2569 ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการพัฒนาดังกล่าว เกษตรกรจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัด จึงขอเชิญชวนผู้ทำนาเกลือและเกษตรกรทั่วไปมาขึ้นทะเบียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงข้อมูลผู้ทำนาเกลือให้มีฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน นอกจากเพื่อยืนยันตัวตนแล้วยังสามารถใช้ในการขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐได้อีกด้วย

ผนึกกำลัง เขย่าวงการโกง !! มข. จับมือ ป.ป.ช. เสริมแกร่งหลักนิติธรรมทั่วเมือง ปิดตายคอร์รัปชั่น
5
ข่าวประชาสัมพันธ์

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งราชบุรี “พรรคประชาชน” จัดคาราวานประชาชน เปิดเวทีใหญ่ริมแม่น้ำแม่กลอง
4


ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาบ้า ร่วม 4 ล้านเม็ด มูลค่า 16 ล้านบาท






