จีวรปลิว!! นอภ.ปากพนัง บุกวัดดังกลางดึก หลังคลิปเจ้าอาวาสเสพเมถุนหน้ากุฏิ ชิ่งหนีไปให้เจ้าอาวาสวัดอื่นสึกให้ ก่อนแว้บ
8 พฤศ จิกายน 2569 เวลา 18:00:00
3430
นายอำเภอปากพนัง บุกวัดดังกลางดึกหลังคลิปเจ้าอาวาสเสพเมถันแบบเอาดอร์หน้ากุฏิ เจ้าอาวาสหื่นกามซิ่งหนีไปให้เจ้าอาวาสวัดอำเภอใกล้เคียงสึกให้ ก่อนหลบหนีหายไป กำนัน-ชาวบ้านรุมแฉพฤติกรรมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา ก. หื่นกามพร้อมเรียกร้องเร่งตรวจสอบเงินและทรัพย์สินวัด เชื่อถูกอดีตเจ้าอาวาสและสีกา ก.ยักยอกไปจำนวนมาก ชี้นครศรีธรรมราชเป็นเมืองมรดกโลก วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสังคายนาคณะสงฆ์ ที่ปล่อยปละละเลยและปกป้อง “อลัชชี” อย่างเด็ดขาด
วันนี้ (8 พ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีการเผนแพร่คลิปทางโซเชี่ยลกรณีเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งใน พื้นที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เสพเมถุน เอาดอร์น่าบัดสีบัดเถลิงหน้ากุฏิกับสีกา ก.อายุประมาณ 45 ปี และขณะปฏิบัติการกามกิจมีชาวบ้านเข้าไปแอบถ่ายภาพ/คลิปไว้เป็นหลักฐาน ทางเจ้าอาวาสและสีการู้ตัวรีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ในเบื้องต้นทราบว่าคลิปดังกล่าวถูกถ่ายเมื่อวีนที่ 20 ต.ค.2569 และถูกนำมาเผยแพร่เมื่อคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.)
โดยเมื่อเวลา 20.30 น.คืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) นายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส. พร้อมสำนักพระพุทธศาสนา กำนันผู้ใหญ่บ้าน บุกตรวจสอบกุฏิวัดวิหารงาม หมู่ 5 ตำบลชะเมาอำเภอ ปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชผลการตรวจสอบไม่พบตัวพระรูปดังกล่าวตามคลิป แต่พวกแคร่ไม้สี่เหลี่ยมสูงจากพื้นประมาณ 40 ซ.ม. ซึ่งเป็นจุดที่ "ท่านจอ"และสาวใหญ่ ร่วมเสพกามตามที่ปรากฏในคลิป และทราบว่าหลังคลิปฉาวถูกเปิดเผย "ท่าน จ." ได้หลบหนี ออกจากวัดอย่างเร่งด่วน คาดน่าจะไปลาสิกขาบทหรือสึกจากความเป็นพระ

ทางนายอำเภอปากพนสังและคณะจึงประสานเจ้าคณะตำบลจนทราบว่ าท่าน จ. แผ่นหนีจากวัดก่อนยอมสึกจากพระที่วัดบางหว้า ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ 21.30 นาที ที่ผ่านมา โดยทางคณะสงฆ์ได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน และมอบให้กับนายอำเภอ ส่วนนาย จ.อดีตเจ้าอาวาสหลังสึกจากพระได้ขึ้นรถยนต์ ซึ่งลูกศิษย์เป็นคนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
กำนันคนหนึ่งใน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่านาย จ. เจ้าอาวาสฉาวกามคนดังกล่าว อดีตเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อหลายปีก่อนถูกชาวบ้านขับไล่ออกจากวัดเนื่องจากมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน จนมีอาศัยวัดวิหารงาม ซึ่งเป็นวัดร้างจำพรรษา และพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง ทำให้ชาวบ้านยอมรับและลืมเรื่องราวในอดีต โดยเจ้าอาวาสเจ้ากามผู้นี้มักจะเทศนาสั่งสอนญาติโยม โดยระบุว่า "ตัวเองเป็นลูกของพระพุทธเจ้า" จะมุ่งพัฒนาวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรือง แล้วจะให้ พระสงฆ์รูปอื่นมาจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสแทนส่วนตัวเองจะขอไป พัฒนาวัดร้างอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ

ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าชาวบ้านทราบพฤติกรรมและเคยพบ เห็นเจ้าอาวาสเสพเมถุนแบบเอาดอร์ภายในวัดมานานแล้ว แต่เจ้าอาวาสไม่หวั่นยวิตกกังวลใดๆ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นผู้สร้างเสนาสนะภายในวัดขึ้นมาเองทั้งหมด จากที่วัดเป็นร้างจนเจริญรุ่งเรือง ประกอบกับขาวบ้านไม่มีหลักฐานจึงเก็บเรื่องเงียบเอาไว้และพยายามเฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถถ่ายภาพ/คลิปขณะเสพเมถุนแบบเอาดอร์หน้ากุฏิเอาไว้ได้เมื่อกลางวันแสกๆ ของวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา และขอให้เจ้าอาวาสสึกจากความเป็นพระ แต่เจ้าอาวาสยื่นขอเสนอว่าขอให้ผ่านการทอดกฐินประจำปี 2569 ในวันนี้ 8 พ.ย. 2569 ผ่านไปก่อนแล้วจะออกจากวัดไป
“ชาวบ้านผู้ถ่ายคลิปเห็นว่าหากรอให้มีการทอดกฐินเจ้าอาวาสก็จะนำเงินจากทอดกฐินและทรัพย์สินของวัดอื่น ๆหลบหนีออกไปวัดและคงจะไปสร้างความเสื่อมเสียแก่วัดอื่น ๆ ต่อไปจึงตัดสินใจมใอบคลิปให้สื่อมวลชนนำเสนอผ่านโซเชี่ยลจนเจ้าอาวาสหนีไปสึกที่วัดบางหว้า ต.เชียรเขา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมาดังกล่าว”

ชาวบ้านคนเดิมกล่าวว่า อยากให้นายอำเภอ สำนักพระพุทธศาสนา และตำรวจเร่งดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของ วัด เพราะเชื่อว่าเงินสดและทรัพย์สินอื่น ๆ ถูกเจ้าอาวาสยักยอกเป็นของตัวเองจำนวนมาก และให้ดำเนินคดดีอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสีกา ก. อายุประมาณ 45 ปี คู่เสพกิจกามของเจ้าอาวาสก็น่าจะได้รับส่วนแบ่งจากเจ้าอาวาสไปไม่น้อย เพราะตามปกติเป็นเมียของอาจารย์คนหนึ่งที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานหลายปีแล้ว สีกา ก.ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่มีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีเยี่ยม เรื่องราวเสื่อมเสียในพระพุทธศาสนาในจังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดขึ้นต่อเนื่องเพราะคณดะสงฆ์ สำนักพุทธ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ช่วยเหลือปกป้องซึ่งกันและกัน กลุ่มโล้นห่มเหลืองจึงได้ใจ ย่ามใจว่าไม่มีใครทำอะไรกูได้ ก่อเหตุบัดสีบัดเถลิงต่อเนื่อง ในวันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเมืองมรดกโลก จากที่ยูเนสโก ประกาศรับรองให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นมรดกโลกแหล่งวที่ 9 และเป็นมรดกโลกทางสวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 ที่สำคัญแห่งแรกในภาคใต้ จะปล่อยให้เจ้าอาวาส หรือพระสงฆ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอื้อฉาวเรื่องสสมสู่เสพเมถุนกับสีกาชั่วต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จังหวัดนครศรีธรรมราชจะต้องสังคายนาคณะสงฆ์ทั้งธรรมยุตินิกายและมหานิกายอย่างเด็ดขาดเสียที.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช











