นครพนมวิกฤต! PM2.5 พุ่ง 104.4 AQI แตะสีแดงเข้ม เกินมาตรฐานต่อเนื่อง ชาวบ้านเริ่มมีปัญหา
8 เมษายน 2569 เวลา 04:15:00
110
วันที่ 8 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่จั งหวัดนครพนมยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต หลังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พุ่งสูงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ตรวจวัดได้สูงถึง 104.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 230 จัดอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก” หรือระดับสีแดงเข้ม ส่งผลให้ทัศนวิสัยในหลายพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มมีประชาชนจำนวนหนึ่งมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหรือทำงานในที่โล่งแจ้ง หากจำเป็นต้องออกจากอาคารควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ พร้อมปิดประตูหน้าต่างเพื่อลดฝุ่นเข้าสู่อาคาร และหากเป็นไปได้ควรใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือแสบจมูกแสบคอ ควรรีบพบแพทย์ทันที เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศนิ่ง ประกอบกับหมอกควันข้ามพรมแดน ทำให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่ต่อเนื่อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจน นางวิไลรัตน์ ศรีสุนันท์ อายุ 55 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม กล่าวว่า ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่อง อากาศร้อนและควันอบอ้าว ทำให้มีอาการแสบจมูก แต่ยังต้องทำงานกลางแจ้ง จึงต้องสวมหน้ากากและหมวกป้องกันตัวเองตลอดเวลา
ด้านนายเดชา ไชยสงคราม อายุ 40 ปี พนักงานดูแลสนามกีฬา อบจ.นครพนม ระบุว่า ช่วงนี้อากาศร้อนและคุณภาพอากาศไม่ดี ต้องทำงานกลางแจ้งตลอด จึงต้องใช้ผ้าปิดหน้าและสวมหมวก หากอยู่กลางแดดนานจะมีอาการแสบคอและแสบจมูกอย่างชัดเจน

ธารน้ำใจหลั่งไหล มอบสิ่งของสนับสนุนงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด 2569
52
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เต้ มงคลกิตติ์” ประกาศชัดคู่แข่งผู้ว่าฯ กทม. มั่นใจ “กลุ่มกรุงเทพบินได้” ชนะใจประชาชน
60


เปิดปฏิบัติการ Anti Zombies ล่าแก๊งผีพอตเค สกัดกั้นการนำเข้าสารเอโทมิเดตน้ำหนัก 28 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท







