top of page

“อนุทิน” ชูไทยแข็งแรงทั้งอาหาร-พลังงาน มั่นใจรับมือโลกปั่นป่วนได้ 72 ชม. ไม่ใช่สัญญาณวิกฤต-เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ”

7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10:07:00

2955

eye.png
“อนุทิน” ชูไทยแข็งแรงทั้งอาหาร-พลังงาน มั่นใจรับมือโลกปั่นป่วนได้ 72 ชม. ไม่ใช่สัญญาณวิกฤต-เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

“อนุทิน” ชูไทยแข็งแรงทั้งอาหาร-พลังงาน มั่นใจรับมือโลกปั่นป่วนได้ ยัน 72 ชั่วโมงไม่ใช่สัญญาณวิกฤต ดัน B20 ลดนำเข้า เพิ่มรายได้เกษตรกร พร้อมเร่ง OECD-ดึงทุนเทคโนโลยีเข้าไทย พร้อมเคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด พร้อมรับศึกซักฟอกทุกเมื่อ ลั่นเสียงข้างมากช่วยไม่ได้ มีแต่ผลงาน-ข้อเท็จจริงที่เซฟรัฐบาล


วันนี้ (7 พ.ย. 2569)  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงสถานการณ์ความมั่นคง เศรษฐกิจ และพลังงานโลกว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานแข็งแรงพอที่จะรับมือความผันผวน พร้อมเปลี่ยนความเสี่ยงของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ


นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กระแสให้ประชาชนเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง โดยย้ำว่าไม่ได้หมายถึงประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามหรืออาหารขาดแคลน ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติ สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือระบบเตือนภัย การช่วยเหลือ และการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางให้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


“ใช้ชีวิตตามปกติครับ ไม่มีความกังวลว่ามันจะเกิดการขาดแคลนอาหาร หรือขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่เราจะใช้ในครอบครัวของเราจนเกินสภาวะปกติ รัฐบาลจะไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวใดเผชิญภาวะขาดอาหารโดยความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง” นายอนุทิน กล่าว 


นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ในต่างประเทศจนกระทบระบบห่วงโซ่อาหาร สะท้อนให้เห็นจุดแข็งของประเทศไทยมากขึ้น เพราะไทยยังเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารครบวงจร มีตลาดและแหล่งผลิตกระจายทั่วประเทศ ไม่ต้องพึ่งพาอาหารนำเข้าหรือระบบจัดเก็บจากศูนย์กลางเพียงช่องทางเดียว


ความมั่นคงด้านอาหารจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการเลี้ยงประชากรในประเทศ แต่สามารถต่อยอดเป็นสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ ของไทยในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน ประเทศคู่ค้าต่างต้องการแหล่งอาหารที่มั่นคง และไทยมีศักยภาพสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ทั้งตนเองและตลาดต่างประเทศ


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในด้านพลังงาน ประเทศไทยไม่มีปัญหาปริมาณน้ำมันหรือแหล่งนำเข้า เพราะกระจายแหล่งจัดหาจากหลายภูมิภาค สิ่งที่กระทบประเทศไทยจริงคือราคาน้ำมันและก๊าซที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง รัฐบาลจึงต้องใช้ทั้งมาตรการภาษีและขอความร่วมมือจากโรงกลั่นเพื่อลดภาระประชาชน


หนึ่งในมาตรการที่เริ่มเห็นผลคือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม 20% ทำให้ราคาต่างจากดีเซลทั่วไปเกือบ 10 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ปริมาณการใช้เพิ่มจากวันละประมาณ 5-6 ล้านลิตร เป็นราว 9 ล้านลิตรต่อวัน


“ประชาชนก็หันมาใช้เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ก็เป็นประมาณ 9 ล้านลิตรต่อวัน เพราะฉะนั้นมันก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัด เจน  เมื่อการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่ม ประเทศจะลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ขณะเดียวกันความต้องการปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรจะเพิ่มตามไปด้วย” นายกรัฐมนตรี กล่าว 

กล่องสีขาว.jpg

นายอนุทิน กล่าวว่า หากการใช้ไบโอดีเซลขยับขึ้นถึงประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน จากการใช้น้ำมันดีเซลรวมราว 50 ล้านลิตรต่อวัน จะช่วยลดการใช้น้ำมันดิบจากต่างประเทศได้หลายล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าเงินนำเข้าที่ประหยัดได้ระดับใกล้ 100,000 ล้านบาทต่อปี


เงินที่เคยไหลออกไปซื้อพลังงานจึงสามารถหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศผ่านเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม รวมถึงนโยบายพลังงานชีวภาพจากอ้อยและมันสำปะหลังในอนาคต ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นการสร้างตลาดใหม่ให้ภาคเกษตร พร้อมทำให้รายได้เกษตรกรมีความต่อเนื่องมากกว่าการพึ่งพาราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโลกที่ความมั่นคงอาหารกลับมามีความสำคัญ เกษตรกรไทยถือเป็นพระเอก ของประเทศ รัฐบาลจึงต้องสร้างเงื่อนไขให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่อง มีตลาดรองรับ และสามารถยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งมาตรการชั่วคราวทุกครั้งที่ราคาสินค้าเกษตรผันผวน


นายอนุทิน กล่าวถึง ภาพเศรษฐกิจอีกด้านคือการลงทุนจากต่างประเทศ โดยระบุว่า ไทยกำลังเร่งยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งจะทำให้กติกาธุรกิจ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลของไทยใกล้มาตรฐานสากลมากขึ้น


รัฐบาลยังเดินหน้า Thailand Fast Track ให้นักลงทุนติดต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นจุดเดียว ลดขั้นตอนการประสานหลายหน่วยงาน พร้อมใช้นโยบายดังกล่าวแก้ข้อจำกัดที่เคยทำให้นักลงทุนเสียเวลา และสร้างความมั่นใจว่าการลงทุนในไทยจะไม่เผชิญการเลือกปฏิบัติ


นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการหารือกับผู้บริหาร Google ว่า บริษัทมีความพร้อมลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม และมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่อยู่ที่คุณภาพคนไทยซึ่งสามารถยกระดับทักษะต่อยอดสู่เศรษฐกิจ AI ได้ รวมถึงทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์


“ไม่ให้ AI คุมเรา เราต้องคุม AI นี่เป็นนโยบาย ไม่ให้ AI มาทำให้ประชาชนชาวไทยตกงาน เพราะฉะนั้นเราต้องคุม AI ให้ได้ นักลงทุนที่เข้ามาต้องสร้างการจ้างงานและถ่ายทอดโอกาสให้แรงงานไทย ไม่ใช่เพียงนำเงินทุนเข้ามาอย่างเดียว” นายอนุทินกล่าว 


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นักลงทุนจำนวนหนึ่งที่เริ่มลงทุนในไทยเพียงเฟสแรกหรือเฟส 2 ได้นำแผนขยายไปถึงเฟส 7-8 มาแสดงให้รัฐบาลเห็น สะท้อนความตั้งใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานระยะยาว โดยมีเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบกระจายสินค้า และเครือข่ายภูมิภาคเป็นปัจจัยสำคัญ


นายอนุทิน กล่าวว่า โจทย์สำคัญจากนี้คือประเทศไทยต้องไม่สะดุดขาตัวเอง หลังสร้างความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนได้แล้ว ท่ามกลางโลกที่ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์กำลังเชื่อมโยงกัน ประเทศที่มีฐานการผลิต มีทรัพยากร และวางกติกาได้มั่นคงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

กล่องสีขาว.jpg

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงกระแสวิจารณ์ทางการเมืองเรื่องน้ำเงินกินรวบ ว่า เป็นวาทกรรมที่ถูกหยิบมาใช้โจมตีรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่สามารถควบคุมสมาชิกวุฒิสภา หรือสั่งการฝ่ายนิติบัญญัติได้


นายอนุทิน กล่าวว่า สว. เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร ทั้ง 2 ฝ่ายมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญแยกจากกัน รัฐบาลไม่มีอำนาจไปสั่งให้ สว. สนับสนุนกฎหมาย บุคคล หรือการตัดสินใจใดตามความต้องการของฝ่ายบริหาร


นายกรัฐมนตรีตั้งคำถามกลับว่า หากรัฐบาลควบคุม สว. ได้จริง เหตุใดจึงยังมี สว. หลายคนออกมาวิจารณ์รัฐบาล รวมถึงวิจารณ์ประธานวุฒิสภา พร้อมย้ำว่าการรู้จักบุคคลทางการเมืองจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าสามารถสั่งการหรือกำหนดจุดยืนของบุคคลเหล่านั้นได้


“รัฐบาลผมมอง สว. ก็คือเป็นอำนาจหนึ่งของอธิปไตย แล้วก็อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ที่จะมากำหนดทิศทาง หรือผมจะไปบอก สว. ว่า ช่วยออกกฎหมายนี้ กฎหมายนั้น ช่วยสนับสนุนคนนั้นคนนี้ ผมยังไม่เคยเห็นว่าผมทำได้แม้แต่ครั้งเดียว” นายอนุทินกล่าว


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับ สส.ฝ่ายรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาในการผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ ขณะที่ตัวเขาเองพูดคุยกับ สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และพร้อมรับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ดูว่าใครเป็นผู้เสนอ


พร้อมยกตัวอย่างกรณี สส.พรรคประชาชนเสนอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กวินรถจักรยานยนต์ในจังหวัดชลบุรีกลับเป็นสีส้ม เนื่องจากสะท้อนแสงและปลอดภัยกว่าสีน้ำเงิน โดยเมื่อได้รับข้อมูลก็สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขทันที พร้อมย้ำว่าเรื่องความปลอดภัยไม่ควรถูกนำไปผูกกับสีทางการเมือง


นอกจากนี้ ยังยกกรณีข้อเสนอจาก สส.พรรคประชาชนเรื่องการผลักดันสนุกเกอร์และบิลเลียดให้ได้รับการยอมรับในฐานะกีฬา ลดข้อจำกัดที่ผูกอยู่กับกฎหมายการพนัน ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาสนับสนุน หากเนื้อหากฎหมายครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักกีฬาไทย

กล่องสีขาว.jpg

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และไม่ได้เป็นฝ่ายดึงเวลา โดยก่อนหน้านี้ได้จัดตารางให้รัฐมนตรีทุกคนเว้นภารกิจระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค. เพื่ออยู่รับการอภิปราย แต่การกำหนดวันยังติดปัญหาการหารือเรื่องเวลาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน


โดยการอภิปรายควรให้ความสำคัญกับสาระ หลักฐาน และข้อเท็จจริง มากกว่าการช่วงชิงเวลา หากมีหลักฐานว่ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีกระทำผิดและสร้างความเสียหายต่อประเทศจริง ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ต้องนำข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้มาแสดงต่อประชาชน


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐมนตรีทุกคนต้องพร้อมชี้แจง ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีที่ถูกระบุชื่อในญัตติ เพราะหากมีการพาดพิงถึงงานในความรับผิดชอบ ก็มีหน้าที่ต้องตอบคำถามต่อสภา และการชี้แจงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับฟัง แต่เป็นการตอบต่อประชาชนทั้งประเทศ


“ผมไม่เคยเชื่อว่าเสียงข้างมากจะช่วยอะไรรัฐบาลได้ ผมได้แจ้งรัฐมนตรีทุกคนให้รับทราบว่า ข้อเท็จจริง แล้วก็ผลงานของพวกท่านเท่านั้นแหละ ที่จะเซฟตัวพวกท่านได้ เซฟรัฐบาลได้” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่าการอภิปรายควรอยู่บนหลักฐาน เหตุผล และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เวทีสภาเป็นพื้นที่ระบายความโกรธหรือความขัดแย้งทางการเมือง


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตรวจสอบและถ่วงดุลเป็นเรื่องที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือชี้แจงให้ชัด ทำงานให้มีผลงาน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าใครมีเหตุผลมากกว่ากันในสนามการเมือง.

กล่องสีขาว.jpg

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว

2624

eye.png

ข่าวประชาสัมพันธ์

โกอินเตอร์!! ชมรมมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เดินหน้าสร้างความร่วมมือไทย–จีน ยกระดับสู่ต่างประเทศ

โกอินเตอร์!! ชมรมมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว เดินหน้าสร้างความร่วมมือไทย–จีน ยกระดับสู่ต่างประเทศ

เศรษฐกิจ-สังคม

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภาพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภาพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ

2660

eye.png

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 18.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษ

อาชญากรรม

ตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 18.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่อุบลราชธานี - ศรีสะเกษ

2322

eye.png

2507

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

สุดคึกคัก!! แฟนคลับและนักอ่านแห่ต่อแถวขอลายเซ็น-เซลฟี่ 'อ.เชน' ยาวเหยียดแน่นงานหนังสือ

31 ตุลาคม 2569 เวลา 19:30:00

2252

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ศาลอาญายกคำร้องขอประกันตัว ชัยรัตน์ "Godd Dam" คุมตัวเข้าเรือนจำ ปมค่าน้ำชา7 ล้าน

30 ตุลาคม 2569 เวลา 19:40:00

2401

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

29 องค์กรภาคประชาสังคมชายแดนใต้ บุกบ้าน “วันนอร์” ยื่นหนังสือจี้รัฐบาลถอนร่างกฎหมาย 4 กองทุน หวั่นกระทบงบสุขภาวะชุมชน

31 ตุลาคม 2569 เวลา 19:00:00

2383

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

'สุรศักดิ์' ผู้ว่าฯหนองบัวลำภู เสนอโครงการพร้อมตัวเลข 1,702,5886 ล้าน เข้าสู่ครม.สัญจร ครั้งที่ 2/2569 วันที่ 3 พ.ย.นี้

30 ตุลาคม 2569 เวลา 17:30:00

2449

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังการบริหารจัดการความมั่นคงและการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

31 ตุลาคม 2569 เวลา 15:25:00

1976

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

พล.ต.ต.อรุษ รอง ผบช.สอท. เผยหลังพูดคุย 'ชัยรัตน์' มือโพสต์สลิปปลอมค่าน้ำชา นายกฯ 7 ล้าน ยังให้การไม่เป็นประโยชน์

29 ตุลาคม 2569 เวลา 11:55:00

2593

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

เทศบาลเมืองนราธิวาส จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลฯ ร่วมกับประชาคมท้องถิ่นระดับเมือง วางกรอบทิศทางพัฒนาท้องถิ่น

31 ตุลาคม 2569 เวลา 13:25:00

1989

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

‘พลพีร์’ แถลงโต้ ยืนยันโครงการโซลาร์ภาคปชช. ไม่ได้เอื้อทุนใหญ่ แจงเหตุต้องวางเงินประกัน 5 หมื่นบาท ป้องกันผู้การทิ้งงาน

28 ตุลาคม 2569 เวลา 18:30:00

2445

eye.png
bottom of page