กมธ.กฎหมายฯ สภาฯ ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน ติดตามการจัดการผู้หนีภัย "บ้านใหม่ในสอย" เล็งดันเข้าสู่ระบบแรงงาน
22 มิถุนายน 2569 เวลา 07:44:00
135
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านใหม่ในสอย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อประชุมหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมาย การดูแลผู้อพยพ และการออกหนังสืออนุญาตทำงานตามกฎหมาย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายผะอบ บินสะอาด ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.อ.ภูมิรัชต์ ดุษฎี รอง ผอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ ผบ.ฉก.สิงหนาท ว่าที่พันตรียุทธนา เจ้าดูรีนายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจภายใต้ "มาตรการทางกฎหมายกับการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งอาณาเขต การแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ รวมทั้งการบริหารจัดการผู้อพยพในศูนย์พักพิงชั่วคราว" โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ร่วมประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์ความพร้อมในการดูแลผู้พักพิงที่ศูนย์แห่งนี้เกือบ 7,000 คน จากคณะกรรมการศูนย์ฯ ในมิติต่าง ๆ เช่น ความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนการศึกษาและเสริมทักษะภาษาไทย เพื่อให้ผู้อาศัยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระหว่างพักพิงการเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าสู่กระบวนการเดินทางไปประเทศที่สามในอนาคต

จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่ปี 2527 รัฐบาลไทยได้ดูแลผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรม ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 เม.ย. 2568) จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่พักพิงชั่วคราวรวม 4 แห่ง มีผู้หนีภัยจากการสู้รบรวมทั้งสิ้น 25,746 คน แบ่งเป็น บ้านในสอย อ.เมือง 6,262 คน บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม 1,846 คน บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย 9,108 คน บ้านแม่ละอูน อ.สบเมย 8,074 คน
สำหรับ ศูนย์พักพิงฯ บ้านใหม่ในสอย สถิติตั้งแต่ปี 2549-2569 มีผู้เดินทางไปประเทศที่สามแล้ว 17,632 คน และเดินทางกลับมาตุภูมิ 110 คน (26 ครอบครัว) ปัจจุบันคงเหลือผู้อพยพ 6,262 คน ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน มีการอนุมัติให้ออกนอกพื้นที่เพื่อไปทำงานในจังหวัดต่าง ๆ เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, ระยอง, เชียงราย และนนทบุรี รวมแล้ว 1,027 คน (ระยะสั้น 15 วัน จำนวน 652 คน และระยะยาว 1 ปี จำนวน 375 คน)
"รังสิมันต์ โรม"ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เล็งตั้งคณะทำงาน ปลดล็อกคอขวด ดันผู้อพยพเติมเต็มภาคเศรษฐกิจไทย ซึ่งศูนย์อพยพในพื้นที่อยู่ร่วมกันมานานกว่า 30-40 ปี แต่หลังจากที่ทางการสหรัฐอเมริกาได้ตัดงบประมาณช่วยเหลือ ทำให้การย้ายผู้หนีภัยไปประเทศที่สามทำได้ยากและลดจำนวนลงอย่างมาก
ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงศักยภาพของคนกลุ่มนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เนื่องจากแรงงานกัมพูชา (ทั้งถูกและผิดกฎหมาย) ออกจากระบบไป ประกอบกับอัตราการเกิดของประชากรไทยในภาวะปัจจุบันลดต่ำลงอย่างมาก (ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 30,000 คน) ซึ่งภาคธุรกิจและห้างร้านต่าง ๆ มีความต้องการแรงงานสูงมาก

สิ่งที่เรากำลังทำคือ จะทำอย่างไรให้การดำรงอยู่ของค่ายผู้หนีภัยจากการสู้รบ สามารถตอบโจทย์ภาคการผลิตของประเทศที่ต้องการแรงงานได้ ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดหรือ 'คอขวด' ในทางปฏิบัติอยู่ เบื้องต้นคณะกรรมาธิการฯ จะจัดตั้งคณะทำงานขึ้ นมา เพื่อประสานงานกับฝ่ายนโยบาย ทั้งรัฐบาล และ สมช. (สภาความมั่นคงแห่งชาติ) ในการปรับจูนระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้าย
ฉลอง หมั่นสกุล จ.แม่ฮ่องสอน

ดร.รอยล จิตรดอน เปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ชุมชน ต.บางเคียน อ.ชุม แสง จ.นครสวรรค์
506
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระแสงานมหกรรมเกษตรมูลค่าสูง พบความแปลกใหม่ในรอบ 32 ปีเมืองลุ่มภู 14–18 สิงหา 69
เศรษฐกิจ-สังคม
ช็อก!! พบร่าง 'เต้ ดรากอนไฟว์' ลอยเจ้าพระยา กระเป๋าสะพายพบก้อนหินคาดใช้ถ่วงน้ำ 'แอนดี้ เข็มพิมุก' เผยเสียใจ
1127
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง



