'เกษตรโต้ง' ไม่ได้อยู่ในบัตรเลือกตั้ง แต่อยู่ในใจชาวบ้าน เกมยาวของคนการเมืองที่เลือกเดินเข้าหาประชาชน
31 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:37:00
229
วันที่ 31 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจากจังหวัดอุดรธานีเมื่อเวลา9.00น.วันที่31ก.ค 69 ศึกเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดอุดรธานี กำลังร้อนแรง คอการการเมืองต่างพูดว่า ทุกพรรคต่างเปิดเกมรุก ส่งผู้สมัครลงชิงชัยเลือกตั้งซ่อมเขต3อุดรธานี หวังครองเก้าอี้แทนตำแหน่งที่ว่างลง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีพรรคไหนแสดงเจตจำนงที่จะส่งผู้สมัครลง นอกจากพรรคภูมิใจไทย แต่ยังมีชื่อหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้ง นั่นคือ "เกษตรโต้ง" นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตเกษตรจังหวัดอุดรธานี บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนในหลายพื้นที่
การที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ส่งเกษตรโต้งลงแข่งขันในศึกครั้งนี้ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า บทบาททางการเมืองของเขาจะเดินต่ออย่างไร แต่เมื่อมองจากภาพการลงพื้นที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การลงสมัครหรือไม่ หากแต่อยู่ที่การลงมือทำงานอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เกษตรโต้งเริ่มต้นภารกิจด้วยการเดินสายเยี่ยมด่านบริการประชาชนและจุดตรวจในพื้นที่เขต 3 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก่อนจะเดินหน้าพบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เครือข่ายเกษตร กร และประชาชนในทุกอำเภอของเขตเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่น่าสนใจคือ การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างการรับรู้ทางการเมือง แต่เป็นการเข้าไปรับฟังปัญหาของประชา ชนอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ราคาผลผลิตตกต่ำ ตลอดจนข้อเสนอในการพัฒนาอาชีพและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกษตรโต้งลงพื้นที่ครบทั้ง 18 ตำบล ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย 11 ตำบลในอำเภอเพ็ญ 6 ตำบลในอำเภอสร้างคอม และตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี พร้อมเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ศูนย์ข้าวชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดอุดรธานีและเสียบนโยบายพรรคกล้าธรรมในส่วนภาคเกษตร นอกจากลดค้นทุนการผลิตทางการเกษตร ต้องเพิ่ม แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน สปก เป็นครุฑแดง และค่าตอบแทน อาสาสมัครเกษตร(อกม) เดือนละ2พันบาท เพื่อแบ่งเบาภาระงานอื่นๆมี่มีในพื้นที่ เข่นงานของอสม.ทุกกระทรวงจะหันเข้าหาอสม. ต่อต้อง อกม. เพราะเป็นส่วนใหญ่ของประเทศคือภาคเกษตรกรรม
ในสายตาของชาวบ้านหลายคน เกษตรโต้งยังคงเป็น "คนคุ้นเคย" เพราะตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเกษตรจังหวัดอุดรธานี เขาเป็นข้าราชการที่ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน หรือการผลักดันการลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเครือข่ายเกษตรกรทั่วจังหวัด
แม้วันนี้จะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ภาพของการเดินเข้าหาประชาชนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีขบวนรถหาเสียง ไม่มีเสียงดนตรีหรือป้ายขนาดใหญ่ มีเพียงการนั่งล้อมวงพูดคุย รับฟังปัญหา และจดบันทึกข้อเสนอของชาวบ้านเพื่อนำไปผลักดันผ่านช่องทางที่สามารถทำได้
เกษตรโต้งกล่าวว่า การทำงานเพื่อประชาชนไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเลือกตั้ง เพราะปัญหาของประชาชนเกิดขึ้นทุกวัน การลงพื้นที่จึงเป็นหน้าที่ของคนที่ต้องการเห็นบ้านเมืองพัฒนา ไม่ว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ก็ตาม ผมอาจไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่จะไม่หยุดลงพื้นที่ เพราะผมเชื่อว่าการรับฟังปัญหาของประชาชนคือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ทุกเสียงสะท้อนจะถูกนำไปผลักดันให้เกิดการแก้ไขผ่านพรรคกล้าธรรม และหากวันหนึ่งประชาชนเห็นว่าผมมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ผมก็พร้อมทำงานอย่างเต็มกำลัง

ในมุมของนักวิเคราะห์การเมือง การเคลื่อนไหวของเกษตรโต้งสะท้อนแนวคิด ทำงานก่อนเลือกตั้ง มากกว่าทำงานเพื่อเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่นักการเมืองรุ่นใหม่หลายคนพยายามสร้างความเชื่อมั่นผ่านผลงานในพื้นที่ มากกว่าการสื่อสารผ่านเวทีหาเสียงเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องไม่อาจใช้เป็นตัวชี้วัดผลทางการเมืองได้โดยลำพัง เพราะสุดท้ายแล้ว การได้รับความไว้วางใจจากประชาชนยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งผลงาน การตัดสินใจของพรรค และความเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละช่วงเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือชื่อของ "เกษตรโต้ง" ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ ยังคงถูกพูดถึงในพื้นที่เขต 3 อุดรธานี ในฐานะบุคคลที่เลือกเดินเข้าหาประชาชน แม้ไม่มีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง การเมืองอาจมีวันเลือกตั้ง แต่การทำงานเพื่อประชาชนไม่มีวันหมดวาระ และบางครั้ง การลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นการสร้างความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนยิ่งกว่าคำปราศรัยบนเวทีหาเสียง.
รัฐธนินท์ ถิรศิรเศรษฐ์ รายงานจากจังหวัดอุดธานี


