ยะลา- วิถีไทปลุกพลัง 4 จว.ใต้ลุกสู้ หมอพลเดช ชี้การเมือง-ทหารแก้ไฟใต้ล้มเหลว
10 ตุลาคม 2569 เวลา 12:08:00
1776
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สถาบันเครือข่ายวิถีไท ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจากทั่วทุกภูมิภาค จัดงานเวทีสาธารณะ “มหกรรมวิถีไท สู่สันติสุขชายแดนใต้” เพื่อเปิดพื้นที่ระดมความคิดเห็น สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และรวบรวมข้อเสนอแนะในการนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤติทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยมีแกนนำเครือข่ายและประชาชนจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน
การจัดงานครั้งนี้นำโดย นพ.พลเดช ปิ่นปทีป ประธานสถาบันเครือข่ายวิถีไท พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถาบันฯ อาทิ นายณัฐนันท์ พงศ์ภูริพัฒน์ รองประธานฝ่ายยุทธศาสตร์และการวางแผน, ดร.ประสาทพร สีกงพลี รองประธานฝ่ายการเมืองและความมั่นคง, ดร.ปัญญา ชัยรัตนพานิช รองประธานฝ่ายอำนวยการ, นายนันทปรีชา คำทอง รองประธานฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ และนายสุรพงษ์ พรมท้าว รองประธานฝ่ายพัฒนาเครือข่ายและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ตลอดจนแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนจากทั่วประเทศ
ภายในงานมีกิจกรรมขับเคลื่อนทางความคิดและวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย เริ่มต้นด้วยการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ สานพลังสังคม วิถีไท วิถีธรรม วิถีทางรอด เพื่อฝ่าข้ามมหาวิกฤติชาติ โดย นพ.พลเดช ปิ่นปทีป ตามด้วยเวทีสานเสวนา อดีตที่สวยงาม อนาคตอันสดใส ซึ่งมีตัวแทนจากภาคประชาชน ผู้นำศาสนาพุทธและอิสลาม ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้แทนภาครัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสร้างสันติสุขร่วมกัน

นพ.พลเดช ปิ่นปทีป ประธานสถาบันเครือข่ายวิถีไท เปิดเผยว่า สถาบันเครือข่ายวิถีไทเป็นองค์กรภาคประชาสังคมอิสระและบริสุทธิ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจิตอาสา โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มทุนใด มีสมาชิกครอบคล ุมทั่วประเทศ การรวมตัวครั้งใหญ่ที่จังหวัดยะลา มีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมกับเครือข่ายภาคใต้ในการสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ไฟใต้ที่ยืดเยื้อมานานถึง 22 ปี ซึ่งแม้บางช่วงเวลาจะดูเหมือนคลี่คลาย แต่กลับปะทุรุนแรงขึ้นมาอีก สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เน้นมิติด้านการทหารและการเมืองพรรคการเมืองในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อาจเป็นทิศทางที่ไม่ถูกต้อง
“เครือข่ายวิถีไทมองว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้ให้สัมฤทธิผลและสงบได้อย่างแท้จริง ต้องยึดหลัก สังคมนำ เศรษฐกิจหนุน และความมั่นคงตาม โดยใช้พลังของพลเมืองอิสระและจิตอาสาเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการดับไฟใต้ ซึ่งหากใช้แนวทางที่ถูกต้อง เชื่อมั่นว่าจะสามารถยุติความรุนแรงลงได้ภายในกรอบเวลา 5 ปี” นพ.พลเดช กล่าว
ประธานสถาบันเครือข่ายวิถีไท ยังได้ชี้ถึงปัญหาภาพรวมของประเทศที่กำลังเผชิญกับ 4 มหาวิกฤตใหญ่ ว่า มีวิกฤตความชอบธรรมของฝ่ายนิติบัญญัติ ความน่าเชื่อถือและที่มาของรัฐสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. โดยเฉพาะข้อกังขาและกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการทุจริตเลือก ส.ว. ที่สังคมทั่วประเทศกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด องค์กรอิสระตกอยู่ในภาวะอัมพาต ทั้ง กกต. และ ป.ป.ช. ขาดประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและตรวจสอบ ส่งผลให้อำนาจรัฐสูญเสียความชอบธรรม วิกฤตปากท้องและหนี้สินครัวเรือน ปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูงจนหนี้ครัวเรือนแตะระดับเกือบ 100% ประชาชนหาเงินได้เท่าใดก็ต้องนำไปชำระหนี้จนไม่เหลือเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และวิกฤตความมั่นคงรอบด้าน ทั้งความตึงเครียดตามแนวชายแดนรอบทิศทาง ภัยคุกคามจากสงครามโลกที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงภัยอาชญากรรมสมัยใหม่อย่างแก๊งสแกมเมอร์ สงครามไซเบอร์ และขบวนการค้าของหนีภาษี

โดยนพ.พลเดช ยังกล่าวอีกว่า ท่ามกลางระบบการเมืองปกติที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางรอดเดียวของประชาชนคือการรวมพลังเพื่อพึ่งพาตนเอง โดยการลงพื้นที่ยะลาครั้งนี้ถือเป็นการนำข้อเสนอที่ตกผลึกจาก 30 เวทีทั่วประเทศมาถ่ายทอดสู่ 4 เสาหลักทางรอดของชาติ คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง แม้จะเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายแต่เป็นภารกิจชี้เป็นชี้ตายของประเทศ การเอาชนะความยากจนของประชาชนระดับรากหญ้า เพื่อให้สังคมดำรงอยู่ได้ การสร้าง การเมืองศีลธรรม ขจัดวงจรการเมืองสีเทา-สีดำ และการเมืองที่ใช้เงิน พร้อมสังคายนากติกาการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด และการวางระบบความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน.

สมาคมศิษย์เก่าชำนาญฯ เตรียมจัดใหญ่ “คืนสู่เหย้า 50 ปี ชาวน้ำเงิน-เหลือง” 6 ธ.ค.นี้
1718
ข่าวประชาสัมพันธ์
ยะลา - เทศกาลกินเจผัก วัตถุดิบพุ่ง ร้านอาหารเจ ยังคงตรึงราคาเดิม แบกต้นทุนช่วยผู้บริโภค
เศรษฐกิจ-สังคม
"แม่สะเรียง" เชิญสัมผัสมนต์เสน่ห์ ประเพณีออกหว่า มหัศจรรย์สีสันแห่งโคม มรดกวัฒนธรรมหนึ่งเดียวในโลก


