ตร.ไซเบอร์บุกรวบช่างปืนไทยประดิษฐ์พร้อมของกลางอื้อ หลังตามแกะรอยเฟซบุ๊กอวตาร
26 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:51:00
124
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันการนำไปก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด Cyber Guard กก.4 บก.สอท.5 จึงได้สืบสวนพบบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง มีพฤติกรรมโพสต์อวดอาวุธปืนที่ตัวเองผลิตขึ้น รวมทั้งลักลอบขายอาวุธปืนและส่วนประกอบอาวุธปืนแบบออนไลน์
ต่อมา พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.4 บก.สอท.5 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามและลงพื้นที่สืบสวน พบว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวค่อนข้างระวังตัวสูง มีการล็อกโปรไฟล์ใช้ภาพอวตาร มักโพสต์ขายอาวุธปืนทิ้งไว้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงแล้วลบทิ้ง ลูกค้าต้องคุยตกลงราคาในช่องแชทส่วนตัวเท่านั้น รวมทั้งหากทราบว่าลูกค้าหรือคนที่เคยติดต่อด้วยโดนจับกุม เจ้าของบัญชีก็จะปิดเฟสบุ๊กทันที แล้วกลับมาเปิดบัญชีใหม่โดยเปลี่ยนชื่อและใช้ภาพอวตารแตกต่างกันไปเรื่อยๆ เพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว คือ นายวันชัย อายุ 39 ปี ชาวอำนาจเจริญ จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นแหล่งที่คาดว่าใช้เป็นสถานที่ผลิดตอาวุธปืนดังกล่าวได้สำเร็จ

ล่าสุด พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังร่วมกับ สภ.ปทุมราชวงศา พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ ค.22/2569 ลงวันที่ 24 ก.ค.69 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.6 ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ
ผลการตรวจค้น พบตัว นายวันชัย อายุ 39 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น อาวุธปืนยาวลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก, เหล็กลำกล้องปืนมีเกลียวด้านใน ขนาด .22 นิ้ว ความยาวขนาดต่างๆ กว่า 10 ลำกล้อง, กระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว จำนวน 50 นัด, โทรศัพท์มือถือ และ อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ สำหรับใช้ผลิตอาวุธปืนรวมทั้ง ส่วนประกอบอาวุธปืนต่างๆ อาทิ ชุดไกปืน โกร่งไกปืน เหล็กคันรั้งปืน จำนวนมาก รวมของกลางทั้งหมดกว่า 20 รายการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน”

จากการสอบถามเจ้าตัวยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนตนเองสั่งมาจากผู้ค้าในเฟซบุ๊ก เมื่อประกอบรวมกันเป็นอาวุธปืนลูกกรดขนาด .22 แล้ว ก็จะนำไปยิงจริงพร้อมถ่ายวิดีโอไว้แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้ เพื่อนในเฟซบุ๊กได้เห็นผลงานจริงแล้วอยากได้ จากนั้นก็จะขายเอากำไรประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ต่อกระบอก หรือ หากลูกค้าบางรายต้องการเพียงชิ้นส่วนอาวุธปืนหรือลำกล้องปืน ตนเองก็จะสั่งวัสดุมาแล้วบากร่องขอเกี่ยวปลอกให้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญสูง เพราะหากคำนวณพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลำกล้องปืนเสียทั้งเส้นและเกิดอันตรายได้ ซึ่งในส่วนนี้ตนคิดค่าทำ จำนวน 500 บาทต่อลำกล้อง

แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวอ้างว่าตนเองไม่ได้ทำเป็นอาชีพแต่อย่างใด แต่ทำไปเพราะชื่นชอบอาวุธปืน และนำกำไรเล็กน้อยที่ได้มาเป็นค่ากับข้าวเพียงเท่านั้น และยังอ้างว่าที่ผ่านมาเคยขายแค่ลำกล้องปืนไปเพียง 3 ลำกล้องเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากขัดแย้งกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและรวบรวมมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของชิ้นส่วนอาวุธปืนดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทย เปิดรับนักเรียน ประชาชน ผู้สูงวัย เรี ยนโขน-นาฏศิลป์ ทุกวันอาทิตย์
163
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

"เลขาฯ กกต." ตรวจหน่วยเลือกตั้งร้อยเอ็ด ชวนปชช.ผู้มีสิทธิกว่า 1 ล้านคนออกมาลงคะแนน
135
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

โศกเศร้า! ส่งวิญญาณ “จา” อดีตเด็กช่างกลปทุมวัน ย่าเผยคืนก่อนเผาได้ยินเสียงวิ่งขึ้นบันได
อาชญากรรม
114

กาฬสินธุ์ ติดอาวุธทางปัญญา เดินหน้าพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ-ยกระดับสมรรถนะครูภาษาจีน







