'กัน จอมพลัง' พาทหารเกณฑ์ แจ้งความตร.ไซเบอร์ หลังรุ่นพี่ปล่อยคลิปรับน้องให้แก้ผ้าแล้วทรมาน ประจานในกลุ่ม
23 มิถุนายน 2569 เวลา 10:25:00
123
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมือง ทองธานี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้พาทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพเรือ ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า ( ค่ายแสมสาร ) ค่ายทหารกองพลนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รายหนึ่ง (สงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากกรณีถูกรุ่นพี่ซ่อมรับน้องด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างทารุณ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดี ภายหลังพบว่ามีการนำภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ไปเผยแพร่ลงในกลุ่มไลน์ที่มีทหารอยู่ร่วมกัน โดยสมาชิกในกลุ่มต่างส่งข้อความแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ไม่มีท่าทีสลดต่อเหตุการณ์โหดร้ายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
นายกัณฐัศว์ จึงได้พาผู้เสียหายมาร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ตรวจสอบว่าพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวนั้น เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายในข้อหาใดบ้าง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พลทหารผู้เสียหาย เคยนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงแค่คำพูดปากเปล่าว่าจะดำเนินการแก้ไขให้เท่านั้น จึงทำให้ตัดสินใจเดินหน้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากนายกัณฐัศว์ในที่สุด ส่วนประเด็นความกังวลว่าหากมีการย้ายสังกัดไปอยู่กรมอื่นแล้วจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกหรือไม่ รวมถึงสภาพจิตใจในขณะนี้นั้น ทางผู้เสียหายระบุว่า ตนเองยังคงมีความตั้งใจและอยากที่จะกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่าในใจยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่เช่นกัน
ขณะเดียวกัน จากกรณีที่เกิดขึ้น ทางกองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยในเบื้องต้น ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ย้ายพลทหารผู้เสียหายไปประจำการอยู่กรมอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอยขึ้นอีก เนื่องจากประเมินว่าหากยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรมเดิม อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำได้อีก
กัน จอมพลัง ยังบอกอีกว่า อยากให้กองทัพให้ความสำคัญเรื่องนี้อีก ในการแก้ไขปัญหาไม่อยากให้มีเหตุการณ์ทหารเกณฑ์รุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้องอีก เพราะที่ผ่านมาเคยมีเรื่องร้องเรียนแต่ก็ได้รับการแก้ปัญหาจากผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใด

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.บช.สอท. เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาของ บช.สอท. ได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีที่เป็นข่าว และได้รับข้อมูลหลักฐานต่างๆ มาจากทางนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โดยตรง ซึ่งในขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ทีมงานพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการรวบรวมและค้นหาข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว เพื่อทำการตรวจสอบดูว่ากรณีดังกล่าวนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่การสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท. หรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของพยานหลักฐานข้อมูลที่ผู้เสียหายได้นำมาร้องทุกข์ ว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาโดยชอบและสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนแรกนี้จะต้องทำการรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ให้มีความครบถ้วนรอบด้านเสียก่อน และหากผลการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ก็จะรีบดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งจะแจ้งความคืบหน้าให้แก่ทางทีมงานของนายกัณฐัศว์รวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายได้รับทราบในทันที
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท. ก็จะดำเนินการจัดทำเอกสารและส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดไปยังหน่วยงานหรือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยชอบตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่กองทัพเรือสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพลทหารถูกลงโทษไม่เหมาะสม ยืนยันไม่ยอมรับความรุนแรงทุกรูปแบบ และดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดหากพบการกระทำผิด
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีพลทหารสังกัดกองทัพเรือรายหนึ่งถูกลงโทษในลักษณะที่ไม่เหมาะสม จนเป็นที่สนใจของสังคมในขณะนี้นั้น กองทัพเรือได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กองทัพเรือจะดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น
กองทัพเรือขอยืนยันว่า ยึดมั่นในการเป็นองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง หรือการลงโทษนอกเหนือจากที่กฎหมายและระเบียบทางราชการกำหนดไว้ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของกำลังพลทุกนายอย่างเท่าเทียม กองทัพเรือจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และจะรายงานผลการดำเนินการให้สาธารณชนได้รับทราบตามความเหมาะสมต่อไป.


