นนทบุรี - พล.ต.ท.ไตรรงค์ แถลงคดีคลิปวุ่นซื้อขายรถมือสอง สั่งสอบ 3 ตร.ทั้งอาญา–วินัย หากผิดจริงถึงขั้นให้ออกจากราชการทันที
1 เมษายน 2569 เวลา 21:04:00
55
กรณีคลิปเหตุการณ์วุ่นวายขณะซื้อขายรถยนต์มือสองในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยผู้เสียหายซึ่งเป็นพ่อค้ารับซื้อรถมือสอง เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนและครอบครัวนำเงินสดจำนวน 350,000 บาท ไปนัดรับซื้อรถในลักษณะ “ขายดาวน์” ตามปกติ ระหว่างที่กำลังตรวจเอกสารและส่งมอบเงินให้กับนายหน้า จู่ ๆ มีกลุ่มชายประมาณ 5-6 คน อ้างตัวเป็นตำรวจ ขับรถเข้ามาปิดล้อมและเข้าชาร์จตัว พร้อมชักอาวุธปืนข่มขู่ให้ปล่อยเงิน ทำให้เกิดการยื้อแย่งกันจนเงินสดกระจัดกระจายเต็มพื้น ก่อนที่ผู้เสียหายจะสามารถแย่งเงินคืนได้ และขอให้ไปเจรจากันที่สถานีตำรวจ ต่อมาภายในห้องสืบสวนของสถานีตำรวจ มีการยึดโทรศัพท์และพยายามเรียกรับเงิน โดยหัวหน้าชุดอ้างขอเงิน 100,000 บาท ก่อนจะต่อรองเหลือ 50,000 บาท และสุดท้ายจบที่ 30,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว หลังเกิดเหตุผู้เสียหายจึงนำเรื่องมาเปิดเผยต่อสื่อ ยืนยันว่าการซื้อขายรถมีสัญญาและเอกสารถูกต้อง พร้อมระบุว่ามีข้อมูลว่ารถคันดังกล่าวเคยถูกใช้ในลักษณะล่อซื้อผู้ค้ารถมือสองมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่พนักงานร้านสะดวกซื้อและชาวบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ชุลมุน มีการตะโกนขอความช่วยเหลือ เงินสดตกกระจายเต็มพื้น และมีชายอ้างตัวเป็นตำรวจถือกุญแจมือและอาวุธปืน ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายขับรถไปที่สถานีตำรวจ

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (1 เม.ย.69) เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมผิวพรรณ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต. เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.ชยชัย นาธนกาญจน์ ผกก. สภ.เมืองนนทบุรี ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ผู้เสียหายไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนและสั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน คือคดีอาญาและคดีวินัย หากพบความผิดก็ต้องดำเนินการทั้งสองส่วนอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายและพยานเพิ่มเติม เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐาน ส่วนการดำเนินการทางวินัยได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เร่งรัดติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่ามีคดีลักษณะคล้ายกันในพื้นที่ สภ.บางศ รีเมือง ซึ่งผู้กำกับการตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันและอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน หากตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริงและมีพยานหลักฐานเพียงพอ ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที

สำหรับตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างตามคำให้การของผู้เสียหาย เป็นตำรวจชั้นประทวน 3 นาย สังกัด สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งมีหน้าที่เป็นสิบเวรและไม่มีอำนาจหน้าที่ด้านการสืบสวนจับกุม ได้แก่ ต.ต.ปิยะพัทธ์ สรรเสริญ อายุ 51 ปี, ส.ต.ท.วัฒนพล ภูแดมผา อายุ 31 ปี และ ส.ต.ต.พงศกร โอสถานนท์ อายุ 22 ปี รวมทั้งมีพลเรือนเกี่ยวข้องอีก 2 คน คือ นายวิชิต เสนารักษ์ อายุ 34 ปี และนายประเสริฐ มุ่งง้าว อายุ 32 ปี
