สืบนครบาลผนึกกำลังอย. แถลงผลการทลายโรงงานผลิตยาแก้ไอปลอมยักษ์สมุทรสาคร ยึดของกลางเสียหายนับ 100 ล้านบาท เร่งล่าตัวนายทุนใหญ่
23 กันยายน 2569 เว ลา 16:00:00
1810
สืบนครบาลผนึกกำลังอย. แถลงผลการทลายโรงงานผลิตยาแก้ไอปลอมยักษ์สมุทรสาคร ยึดของกลางเสียหายนับ 100 ล้านบาท เร่งล่าตัวนายทุนใหญ่
เมื่อวันที่ 22 กันยายน2569 พลตำรวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรี โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับ เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาแก้ไอและยาแก้แพ้ปลอมรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ยึดของกลางบรรจุภัณฑ์ ถังผสม และเครื่องจักรมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท คาดทำมานาน 1–2 ปี กระจายส่งขายทั่วประเทศ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจ นครบาล นำโดย พันตำรวจเอก อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 3 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมโรงงานลักลอบผลิตยาแก้ไอปลอมจำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ตำบลนาโคก อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา
จากการเข้าตรวจค้นจุดแรก ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ด้านในเป็นอาคารชั้นเดียว พบคนงานจำนวน 9 คน กำลังบรรจุยาลงขวด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดเครื่องจักรสำหรับผลิต ยาที่บรรจุอยู่ในถังสีน้ำเงินกว่า 100 ถัง รวมถึงฝาและฉลากผลิตภัณฑ์ปลอมจำนวนมากไว้เป็นของกลาง

ขณะที่จุดที่ 2 อยู่ห่างออกไปประมาณ 16 กิโลเมตร ลักษณะเป็นโกดังสีดำชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาเช่นกัน ตรวจสอบพบใช้เป็นสถานที่เตรียมและผสมวัตถุดิบ มีหม้อต้มประมาณ 10 ใบ น้ำเชื่อม และถังบรรจุวัตถุดิบเตรียมผสมกว่า 200 ถัง คาดว่าสามารถนำไปบรรจุได้ประมาณ 100,000 ขวด
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแส จึงลงพื้นที่สะแกงและพบรถกระบะตู้ทึบสีขาวต้องสงสัยที่ใช้ขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ยาปลอม เลี้ยวเข้าไปในโกดังแห่งหนึ่งในตำบลนาโคก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบชายสัญชาติเมียนมา 2 คน อายุ 32 ปี และ 24 ปี โดยผู้ขับขี่อ้างว่าได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้มารับจ้างขับรถ โดยมีคนนำรถมาส่งให้ที่กรุงเทพมหานคร และส่งพิกัดให้ขับมารับสินค้าเพื่อนำไปส่งต่อ ได้ค่าจ้างคนละ 500 บาท และพึ่งทำเป็นครั้งแรก แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การ จึงเข้าตรวจค้นจนพบอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก และขยายผลไปยังแหล่งผลิตทั้ง 2 จุดดังกล่าว
จากการตรวจสอบ ทั้ง 2 จุดเป็นขบวนการเดียวกัน มีระบบการทำงานครบวงจร ตั้งแต่การผสม ผลิต บรรจุ ปิดฉลากยาแก้ไอและยาแก้แพ้ยี่ห้อ "อัลเลอร์จิ ไซรัป" ปลอม ไปจนถึงการจัดส่งจำหน่ายทั่วประเทศ

ด้าน พันตำรวจเอก อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ เปิดเผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้ได้รับการประสานข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตยาแก้แพ้และยาแก้ไอ ที่ได้รับแจ้งจากร้านขายยาว่าพบผลิตภัณฑ์ปลอมในตลาด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ บริษัทจึงตรวจสอบย้อนกลับผ่านระบบขนส่งและประสานตำรวจจนพบเส้นทางลำเลียงในกรุงเทพมหานคร ก่อนนำไปสู่การขยายผลทลายแหล่งผลิต คาดว่าขบวนการนี้ลักลอบดำเนินการมานานประมาณ 1–2 ปี ทั้งนี้ ยาปลอมมีความพยายามทำให้ใกล้เคียงกับของจริง ทั้งรสชาติ ฉลาก และฝาขวด แต่มีจุดสังเกตคือสีของสติ๊กเกอร์บนผลิตภัณฑ์จะมีความแตกต่างจากของจริง
นอกจากนี้ นางสาวเกศรินทร์ สุขสวาท ตัวแทนหุ้นส่วนบริษัท เอ็นแอนด์เอ็น ฟาร์มาซูติคอล จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลตรวจค้นบ้านพักย่านบางขุนเทียน พบยาแก้ไอปลอมซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์เตรียมขนส่งให้ลูกค้าอีกประมาณ 40,000 ขวด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมตรวจสอบและทำการอายัดของกลาง โดยเบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 100 ล้านบาท
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุรวม 9 ราย ได้แก่:
1. นายชินค์ ขันต์ ออง (Mr. Shink Khat Aune) อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา
2. นายเทต ตุน ฮาน (Mr. Thet Tun Han) อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา
3. นายหน่าย ลิน (Mr. Naing Lin) อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา
4. นายปิโอว์ โค โค (Mr. Phyo Ko Ko) อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา
5. นายเนียน มิน ตน (Mr. Nyan Min Tun) อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา
6. นายไซชนะ ทอย (Mr. Xayxana Toy) อายุ 24 ปี สัญชาติลาว
7. นายซอ นาย โทน (Mr. Zaw Naing Tun) อายุ 43 ปี สัญชาติเมียนมา
8. นายแทด เมียว หล่าย (Mr. Thet Myo Hlang) อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา
9. นายเทต มโย ไลง์ (Mr. Thet Myo Hlaing) อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นแก่ผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ในความผิดฐาน "ร่วมกันปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร, ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร, ร่วมกันผลิต ขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต, ร่วมกันผลิต ขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาปลอม" ตามพระราชบัญญัติเครื่อง หมายการค้า พุทธศักราช 2534 มาตรา 108, 110(1), พระราชบัญญัติยา พุทธศักราช 2510 มาตรา 12, 72(1), 73, 101, 117 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยหลังจากนี้เจ้าหน้านำกำลังเร่งขยายผลติดตามตัวผู้ให้เช่าพื้นที่ โกดัง ผู้สั่งการ และนายทุนใหญ่ของขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


