สมุทรสงคราม - วิจัย "ลิ้นจี่ค่อม" คืบหน้า ใช้วิทยาศาสตร์ไขปริศนาดอกร่วง หวังเพิ่มผลผลิต-รายได้เกษตรกร !!
26 เมษายน 2569 เวลา 21:56:00
110
วันที่ 26 เม.ย.69 ที่สวนลิ้นจี่ของนางถนอมจิต บุตราช หมู่ 3 ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม คณะผู้บริหารและนักวิจัยลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษาการแก้ปัญหาลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของลุ่มน้ำแม่กลอง แต่กำลังเผชิญปัญหาการติดผลต่ำมาอย่างต่อเนื่อง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม และศาสตราจารย์ ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมุ่งใช้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ศึกษา “กลไกเชิงลึก” ของการติดผลในลิ้นจี่พันธุ์ค่อมโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนกว่า 3.49 ล้านบาท เพื่อดำเนินการวิจัยในสวนเกษตรกรจริงจำนวน 4 แปลง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในอำเภออัมพวาและบางคนที โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาดอกร่วงและการติดผลต่ำอย่างยั่งยืน
โดย ศาสตราจารย์ ดร.คณพล จุฑามณี กล่าวว่า จุดตั้งต้นของโครงการมาจากเสียงสะท้อนของเกษตรกรที่พบว่า ลิ้นจี่ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง บางปีไม่ออกดอกเพราะสภาพอากาศแปรปรวน หรือแม้ออกดอกแล้วก็ร่วงก่อนติดผล ทำให้รายได้ไม่สม่ำเสมอ “สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่ดูว่าดอกร่วงเพราะอะไรในภาพรวม แต่ลงลึกไปถึงระดับสรีรวิทยาของพืช เช่น กระบวนการสังเคราะห์แสง การสะสมอาหารในต้น ความสมบูรณ์ของละอองเรณู รวมถึงการตอบสนองต่ออุณหภูมิและความชื้นในช่วงวิกฤตของการออกดอก เพื่อหาว่าปัจจัยใดเป็นตัวกำหนดการติดผลอย่างแท้จริง”

หัวหน้าโครงการฯ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมวิจัยได้ทดลองใช้ “สารกระตุ้นทางชีวภาพ” รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้ทำงานเฉพาะเจาะจงกับช่วงพัฒนาก ารของดอกและผลอ่อน เพื่อช่วยลดการหลุดร่วง โดยเน้นความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
“เราไม่ได้พึ่งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวสวน เช่น การควั่นกิ่งเพื่อกระตุ้นการออกดอก การปลูกลิ้นจี่หลายพันธุ์ในแปลงเดียวกันเพื่อเพิ่มโอกาสการผสมเกสร รวมถึงการใช้ผึ้งและชันโรงเข้ามาช่วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ จะทำให้ได้แนวทางที่แม่นยำและใช้ได้จริง”

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบการทดลองในแปลงเกษตรกรจริงทั้ง 4 พื้นที่ ที่มีสภาพแวดล้อมและวิธีการจัดการแตกต่างกัน เพื่อให้ผลการวิจัยสามารถสะท้อนสภาพการผลิตจริง และนำไปปรับใช้ได้ในวงกว้าง “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เพิ่มผลผลิตในปีใดปีหนึ่ง แต่ต้องการสร้างองค์ความรู้ที่ทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการสวนลิ้นจี่ได้อย่างมีระบบ ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ และทำให้การติดผลมีความสม่ำเสมอมากขึ้นในระยะยาว” ศาสตราจารย์ ดร.คณพล กล่าว
ภายหลังการติดตามโครงการ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชมสวนลิ้นจี่ของนางถนอมจิต ซึ่งเป็นหนึ่งในแปลงทดลอง พร้อมปีนขึ้นพะองเก็บลิ้นจี่ด้วยตนเองเพื่อนำมาชิม นายชยชัย แสงอินทร์ กล่าวว่า แม้จะเป็นลิ้นจี่ช่วงปลายฤดูที่ให้ผลผลิตน้อย แต่ยังคงคุณภาพดี ทั้งเนื้อแน่น รสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีเอกลักษณ์เฉพาะของลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม “สิ่งที่เห็นถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะลิ้นจี่ยังสามารถติดผลได้ในช่วงปลายฤดู แสดงให้เห็นว่าแนวทางวิจัยเริ่มให้ผล และตรงกับความต้องการของเกษตรกร”

ทั้งนี้ คาดว่าองค์ความรู้จากโครงการจะถูกพัฒนาเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมจัดทำสื่อเผยแพร่และอบรมเกษตร กร เพื่อยกระดับการผลิตลิ ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ท้ายนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามได้ร่วมกันขอบคุณ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยในครั้งนี้.

"ฮาย อาภาพร" นักร้องลูกทุ่งอารมณ์ดี พาเพื่อนศิลปินที่โดนยกเลิกงาน ร้องคุ้มครองผู้บริโภค
2979
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

”อนุทิน“ ย้ำ พ.ย.ไม่มีเวลาซักฟอก แนะฝ่ายค้านทำการบ้านดีๆ 10 นาทีมีหลักฐาน ชี้เอาผิดได้ อย่าพล่าม ปัดยุ่ง ปชน. ส่อร้าว!!
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

“โสภณ” จุดไฟประทีป สัญลักษณ์ งานไหลเรือไฟนครพนม 2569 ชื่นชมพลังศรัทธา 12 อำเภออวดโฉมกลางโขง
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ยศชนัน” ยินดีไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย ชี้ช่วยแก้ยากจน-ลดเหลื่อมล้ำ-ขจัดความขัดแย้ง เล็งผสานพลังนวัตกรรมขยายผล







