วิกฤต “มะพร้าวน้ำหอม” ลุกลามทั้งระบบ! อดีตผู้สมัคร ปชป. แฉโครงสร้างตลาดบิดเบือน จี้รัฐลุยปราบล้ง-นอมินี ฟื้นศรัทธาส่งออก
22 เมษายน 2569 เวลา 16:35:00
127
วิกฤต “มะพร้าวน้ำหอม” ลุกลามทั้งระบบ! อดีตผู้สมัคร ปชป. แฉโครงสร้างตลาดบิดเบือน จี้รัฐลุยปราบล้ง-นอมินี ฟื้นศรัทธาส่งออกก่อนเสียตลาดโลก
วันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ “มะพร้าวน้ำหอม” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ นายทศพล แก้วทิมา อดีตผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขต 5 จังหวัดราชบุรี ออกมาเปิดประเด็นเชิงโครงสร้าง ชี้ราคามะพร้าวในช่วงฤดูร้อนที่ผลผลิตลดลง ควรปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดอยู่ที่ 5–15 บาทต่อลูก แต่ข้อเท็จจริงกลับสะท้อน “ความผิดปกติ” ของระบบการค้าทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการครอบงำของกลุ่มทุนในธุรกิจส่งออกไปจีนและอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวแปรรูป ซึ่งกินสัดส่วนตลาดรวมกันถึง 80% ขณะที่ตลาดภายในประเทศมีเพียง 20% ทำให้เกษตรกรไทยตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบด้านราคาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมฮั้วราคา การกำหนดราคารับซื้อที่ไม่เป็นธรรม และการแทรกแซงตลาดที่ไม่สอดคล้องกับกลไกเสรี

ประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ “ช่องโหว่การบังคับใช้กฎหมาย” ซึ่งถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังพบว่ามีล้งรับซื้อมะพร้าวม ากกว่า 200 แห่ง ในพื้นที่ แต่การตรวจสอบกลับมีสัดส่วนน้อย ไม่สะท้อนความจริง อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเรื่อง “นอมินี” และทุนต่างชาติที่เข้ามาครอบงำธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ขณะที่กระบวนการผลิตน้ำมะพร้าวแปรรูปบางส่วน ถูกกล่าวหาว่ามีการปลอมปนหรือแต่งกลิ่นรส จนกระทบความเชื่อมั่นของตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก ส่งผลให้ปลายทางเริ่มเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพ และอาจลุกลามเป็นวิกฤตภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในระยะยาว

นายทศพล ยังตั้งคำถามเชิงนโยบายไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะผู้มีอำนาจกำกับดูแล ว่าจะสามารถ “เอาจริง” กับปัญหาทุนครอบงำและการทุจริตเชิงระบบได้หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้มีการประกาศนโยบายปราบคอร์รัปชัน แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมชี้ว่าการปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ อาจเข้าข่าย “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” และทำให้เกิดคำถามในสังคมว่า ใครคือผู้ได้ประโยชน์จากโครงสร้างราคาที่บิดเบือน
สำหรับทางออกระยะสั้น เสนอให้เร่ง “บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น” ตรวจสอบล้งและโรงงานแปรรูปอย่างจริงจัง เอาผิดผู้กระทำผิดทั้งขบวนการ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใส ขณะที่ระยะกลางและระยะยาว ต้องเร่งฟื้นภาพลักษณ์ “มะพร้าวน้ำหอมไทย” ให้กลับมาเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพระดับพรีเมียม ผ่านการรณรงค์ทั้งในและต่างประ เทศ พร้อมกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงด้านเดียว

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยกระดับโครงสร้างเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในพื้นที่หลัก 4 จังหวัดผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ให้รวมตัวกันในรูปแบบ “สหกรณ์ครบวงจร” ตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และสร้างความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจฐานราก พร้อมย้ำว่าภาครัฐต้องกำกับดูแลอย่างโปร่งใส ปราศจากการแทรกแซงของกลุ่มผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มล้งที่อาจแฝงตัวเข้ามาแสวงหากำไรโดยไม่เป็นธรรม ท่าม กลางวิกฤตที่สะสมยาวนาน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ราคามะพร้าวจะขึ้นหรือลง” แต่คือ “ประเทศไทยจะปล่อยให้สินค้าเกษตรสำคัญถูกบิดเบือนโดยกลุ่มทุนต่อไปหรือไม่” และรัฐบาลจะตัดสินใจเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้เกษตรกรไทยได้เมื่อใด.

ครอบครัวรับร่าง “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” ลูกสาวเปิดใจสู้โรคร้ายมานาน ทิ้งมรดกวิชาชีวิ ต ดูแลครอบครัวจนวันสุดท้าย ดารา - ตลกเศร้า !!
1430
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กรี๊ดห้างแตก! พิธา-เดชรัต ลุยนนทบุรี ชูแนวทาง NEW นนท์ ปลุกกระแสไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ฤกษ์ดี 28 สิงหาคม “พิพัฒน์” เปิดทดลองวิ่ง M82 ฟรีตลอดสาย 2 ปี เชื่อมบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว ยกระดับการเดินทางบนพระราม 2
ข่าวประชาสัมพันธ์

สยามลวดเหล็กฯ ถ่ายทอดประสบการณ์ Green Industry ยกระดับ SME ระยอง สู่ธุรกิจยั่งยืน







