เปิด “ปฏิบัติการสยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” รุกฆาต !! จับกุมการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติทางทะเล
8 ตุลาคม 2569 เวลา 14:00:00
2438
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องขับเคลื่อนแบบบูรณาการทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญและเร่งรัดให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุก ยกระดับมาตรการสกัดกั้นและการลำเลียง ขยายผลปราบปรามรายใหญ่ โดย พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช. ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบช.ปส,
บก.ขส ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส., พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน รอง ผบก.ขส., พ.ต.อ. สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รอง ผบก.ขส., พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รอง ผบก.ขส., พ.ต.อ.อุดมรัตน์ อิทธิโสภาพันธุ์ รอง ผบก.ขส. และ พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ขส.

บก.ปส.4 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม รอง ผบก.ปส.4 พ.ต.อ. ศรีศักดิ์ พรหมบุญ รอง ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.หญิง แจ่มศรี สุรัสสนันท์ รอง ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.ผจญ ขำเจริญ รอง ผบก.ปส.4 และ พ.ต.อ.ลิขิต กล้วยดำรง รอง ผบก.ปส.4
บช.ก. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. สำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้อำนวยการโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขา ธิการ ป.ป.ส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สปป, นางสาวขวัญกมล ศรีชัยวรรณ ผชช.สปป., นายธนพล ธนิกกุล ผอ.ขก. และ นายฤทธิ์ศรี โชติกเสถียร ผอ.ปท.

หน่วยงาน DEA Bangkok ชุดจับกุมนำโดย ว่าที่ พ.ต.อ.พิทยา สองเมือง ผกก.3 บก.ปส.4, พ.ต.ท.สุวิทย์ หัสนันท์ รอง ผกก.3 บก.ปส.4, ว่าที่ พ.ต.ต.ฉันทกร ปุญญวัฒนดล สว.กก.3 บก.ปส.4, พ.ต.อ.สินธุ ชั้นไพบูลย์ ผกก.กลุ่มงานการข่าว บก.ขส.บช.ปส., พ.ต.อ.นัฐพงศ์ ตาแก้ว ผบ.เรือ(สบ.4) กรต.บก.รน., ว่าที่ พ.ต.สัณฑธรรม ดีอนันต์ศิริ ผอ.ปป.5 ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาชาวไทย จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1. นายอุทัย อายุ 39 ปี 2. นายพรชัย อายุ 39 ปี 3. นายอมอน อายุ 49 ปี 4. นายชัยพร อายุ 65 ปี 5. นายจัฐณราวุธ อายุ 45 ปี 6. นายเมฆ อายุ 66 ปี สถานที่จับกุม ทะเลอ่าวไทยตอนล่าง เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 00.30 น.
ในความผิดฐาน “ร่วมกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” พร้อมด้วยของกลาง 1. ไอซ์ บรรจุเป็นก้อนในถุงชาใส่ไว้ในกระสอบ รวมจำนวน 39 กระสอบ กับอีก 8 ก้อน รวม 1,178 กิโลกรัม 2. เรือ EAST HARBOUR 1 จำนวน 1 ลำ (มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท) ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด

พฤติการณ์ “สืบเนื่องจากในห้วงต้นปี 2569 บช.ปส. โดย ศูนย์วิเคราะห์ข่าวยาเสพติดสงขลา บก.ขส ได้สืบสวนพบเรือ EAST HARBOUR1 มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จึงได้ร่วมกับ บก.ปส.4, บก.รน., สำนักงาน ป.ป.ส. และ หน่วยงาน DEA Bangkok เปิด “ปฏิบัติการสยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” เพื่อติดตามสืบสวนจับกุมเรือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ต.ค.69 พบเรือ EAST HARBOUR 1 ดังกล่าวเคลื่อนที่ออกจากชายฝั่ง จว.สงขลา เพื่อไปรับยาเสพติดในอ่าวไทย บก.รน. พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำมัจฉานุ และเจ้าหน้าที่ของ บก.ขส., บก.ปส.4 และ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้ร่วมกันนำเรือตรวจการณ์ 817 ออกสืบสวนติดตามเรือ EAST HARBOUR 1 ทันที
จนกระทั่ง วันที่ 7 ต.ค.69 เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า เรือ EAST HARBOUR1 มีการรับยาเสพติดและกำลังจะเคลื่อนที่ไปส่งยาเสพติดต่อไป จึงได้ไล่ติดตามไปและสามารถเข้าควบคุมเรือ EAST HARBOUR1 ไว้ได้ จากนั้นนำกำลังเข้าตรวจค้นบนเรือ พบกัปตันพร้อมลูกเรือชาวไทยรวม 6 คน และยาเสพติดเป็นไอซ์บรรจุในกระสอบ จำนวน 39 กระสอบ ซุกซ่อนในช่องลับท้ายเรือ ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้ง หมด นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป”.

นครพนม-สุดว้าว ททท. ดัน “แห่เทียน–ไหลเรือไฟ–แห่ดาว” สู่ Must-Experience in Thailand
2227
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

'เท้ง' ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายซักฟอก ถล่ม 18 รัฐมนตรี 'อนุทิน' นำทีม ชูธงปราบ 'ระบอบสีน้ำเงิน' กินรวบประเทศ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ม.ราชภัฏสุราษฎร์ฯ เปิดเส้นทางสู่ “วิชาชีพพยาบาล” รับผู้จบ ป.ตรีต่างสาขา สอบคัดเลือกกว่า 200 คน มุ่งสร้างบุคลากรทางการแพทย์
