ผบช.ภ.7 ตั้งโต๊ะแถลงเหตุอุกฉกรรจ์ ภายใต้มาตการ “ภาค 7 ปลอดภัย คืนความอุ่นใจให้ประชาชน”
25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17:38:00
63
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า ที่ลานปฏิบัติกา ร กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประ เสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร,พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิ์โชคธรรม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร สภ.บางโทรัด,สภ.โคกขาม,สภ.กระทุ่มแบน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนของทุกสถานีฯ เข้าร่วมแถลงข่าวเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่อพี่น้องสื่อมวลชน

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ได้เปิดเผยว่า คดีแรกเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สภ.บางโทรัด โดยคดีนี้เป็นคดีที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต คือ การวางเพลิงเผาโรงเรือนที่อยู่อาศัย เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเกิดเพลิงไหม้ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชื่อโซฟาดีและถูก ก่อนลุกลามไปติดโรงเรือนที่อยู่ข้างเคียง ตั้งอยู่ริมถนนพระราม2 ต.บ้านบ่อ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายปั่นรถจักรยานมาจอดบริเวณหน้าร้านแล้วลงจากรถเดินเข้าไปวางเพลิงร้านขายเฟอร์ นิเจอร์ จากนั้นได้เดินกลับมาที่รถจักรยานแล้วปั่นหลบหนีไป ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายยุทธนา ทะสดวก อายุ 35 ปี เป็นชาวจังหวัดระยองและเป็นคนงานของร้านขายเฟอร์นิ เจอร์ ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุก็มาจากความโกรธที่ขอเบิกเงินล่วงหน้า 500 บาท แล้วไม่ได้ตามจำนวนที่ต้องการ จึงอาศัยช่วงกลางคืนกลับมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว โดยผู้ต้องหารายนี้ถูกตั้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่คนอาศัย

ส่วนรายต่อมาเป็นเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ของ สภ.โคกขาม จับกุมยกแก็งค์ไมตี้ โดยคนร้าย 2 คน (ที่ถูกจับกุมตัวได้ในขณะนี้) จะร่วมกันตะเวนชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ผู้อื่น โดยมีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไมตี้ เป็นยานพาหนะ ซึ่ งก็จะใช้วิธีการทำลายเบ้ากุญแจแล้วพาทรัพย์นั้นไป จากนั้นจะไปเช่าห้องพักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อทำการปรับเปลี่ยนเบ้ากุญแจใหม่ แล้วก็จะนำรถจักรยานยนต์ที่ได้มานั้นไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) ในราคาคันละ 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งแก็งค์นี้ได้ร่วมกันก่อเหตุทั้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงทำการขยายผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีเหตุชิงทรัพย์เจ้าของโรงงานในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายของคนงานที่ทางนายจ้างได้จ้างให้มาดูแลบ้าน โดยพฤติการณ์ของคนร้ายมีจำนวน 2 คน ร่วมกันเข้ามาชิงทรัพย์ผู้เสียหายขณะกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน มีการใช้น้ำมันสาดใส่หน้าเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเห็นใบหน้าของคนร้าย และใช้อาวุธมีดจี้ที่คอ เพื่อบังคับให้ปลดล็อคโทรศัพท์มือ และรหัสปลดล็อคแอพธนาคารฯ แต่ไม่ได้เงินไปเพราะเงินถูกโอนเป็นค่าจ้างให้ลูกจ้างไปหมดแล้ว คนร้ายรายนี้จึงใช้วิธีชิงทรัพย์ของมีค่าอื่นๆ ที่อยู่ในห้องไปแทน ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ตามจับกุมตัวไว้ได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยเพชรเกษม 81 พื้นที่กรุงเทพฯติดต่อกับอำเภอกระทุ่มแบน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า“ ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และปิดท้ายด้วยคดียาเสพติดของ สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล
และในโอกาสนี้ทางด้านของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ยังได้เผยผลการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการพิเศษ (ฉลาม 461) และสาธิตการปฏิบัติการฯ ของกำลังพล 12 นาย ภายในอาคาร(CQB)ให้ผู้ที่เข้าร่วมแถลงข่าวได้รับชมยุทธวิธีฝึกอีกด้วย.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส / สมุทรสาคร

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภ าพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ
2660
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

สุดคึกคัก!! แฟนคลับและนักอ่านแห่ต่อแถวขอลายเซ็น-เซลฟี่ 'อ.เชน' ยาวเหยียดแน่นงานหนังสือ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
โรงเรียนเซ็นทรัลบริรักษ์อินเตอร์จังหวัดอุบลราชธานี รับรางวัล สถานศึกษาคุณภาพ
การศึกษา
“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์









