กองปราบ ตามรวบมือยิงแสกหน้า คู่อริ ดับ 1 เจ็บ 1 หลังหนีกบดานนานนับปี
19 มกราคม 2569 เวลา 03:36:00
7
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล, พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.นรบดี ดวงจิตต์ รอง ผกก.6 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม
ร่วมกันจับกุม นายอาหามะอัสนันฯ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของ หมายจับของ
ศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.190/2568 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืน
ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” และ หมายจับศาลจังหวัดยะลา
ที่ 511/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”
สถานที่จับกุม บ้านใน ต.อาช่อง อ.รามัน จ.ยะลา

ด้วยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 18.30 น. ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุ สภ.รามัน มีเหตุผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณ ถนนกอตอตือร๊ะ - เจาะลีมัส ม.2 ต.กอตอตือร๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา และได้นำศพมาที่ รพ.รามัน พนักงานสอบสวนจึงได้เดินทางไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึง ทราบว่าผู้ตายคือ นายสุไลมานฯ อายุ 18 ปี
จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ความว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ผู้ตายกับเพื่อนได้ขับรถเล่นมาบริเวณ
ที่เกิดเหตุ และได้เจอกับคู่อริ ชื่อนายปัง ผู้ตายได้เดินเข้าไปพยายามทักทาย แต่นายปัง ได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ออกมาและได้ยิงไปที่บริเวณใบหน้าของผู้ตาย จำนวน 1 นัด แล้วหลบหนีไป ทางเพื่อนของผู้ตายจึงได้พาผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลแต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางพนักงานสอบสวนได้พบว่า ที่ รพ.รามัน ยังมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอีก 1 ราย คือ นายรอสลีฯ อายุ 17 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขน
ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ผู้ถูกยิงได้บังเอิญ ขับรถจักรยานยนต์ ผ่านมาในที่เกิดเหตุ จึงได้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามบุคคลตามหมายจับของ
ศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.190/2568 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืน
ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” และหมายจับของศาลจังหวัดยะลา ที่ 511/2567 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” คือ นายอาหามะอัสนันฯ อายุ 20 ปี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมว่าพบเห็น นายอาหามะอัสนันฯ หลบหนีการจับกุมได้เข้ามาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของภรรยา ในพื้นที่ ม.5 ต.อาช่อง อ.รามัน จ.ยะลา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม
จึงนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ ร่วมประชุมวางแผน และเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวปรากฎพบบุคคลเพศชายยืนอยู่บริเวณบ้าน มีลักษณะรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับข้างต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งได้สอบถามชื่อ-สกุล ทราบชื่อคือ นายอาหามะอัสนันฯ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
จึงแสดงสำเนาหมายจับให้นายอาหามะอัสนันฯ ดู และได้อ่านให้ฟังจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว

ในชั้นจับกุม
นายอาหามะอัสนันฯ ให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับทั้งสองฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับตามหมายจับทั้งสองฉบับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหา
ให้ นายอาหามะอัสนันฯ ทราบ เมื่อเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัว นายอาหามะอัสนันฯ
ไปยังกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม และจัดทำประวัติภาพถ่าย และได้นำตัวผู้ถูกจับนี้ส่งพนักงานสอบสวน สภ.รามัน จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธ
เตือนภัย หากพบว่าบุตรหลานเริ่มมีปมความขัดแย้งกับกลุ่มอื่น หรือมีการโพสต์ท้าทายกัน ผู้ปกครองต้องรีบเข้าแทรกแซงหรือแจ้งผู้นำชุมชนเพื่อปรับความเข้าใจก่อนจะกลายเป็นเหตุบานปลาย

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม จัดประกวดและมอบมงกุฎนางสาวไทย 2569
5
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

นนทบุรี “หมอวรงค์” ปราศรัยใหญ่ ยืนยันเป็น สส. คนเดียว ก็ปราบโกงได้ เผยคลิปเปิดใจไวรัลข้ามคืน 3 แสนวิว
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ผู้ว่าฯ นครพนม ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอนาทม
การศึกษา
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี







