top of page

ตร.สอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ The transporter operation ปิดเกมล่านายหน้าคนเถื่อน !!

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10:00:00

2

eye.png

อาชญากรรม

วันที่ 10 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​​​กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท.พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท.               ​​

​​​

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ, พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์, พ.ต.ท.เริงศักดิ์ อุปลา,พ.ต.ท.หญิง หทัยชนก อินทรวิจิตร, พ.ต.ท.หญิง เศวรัตน์ ปุริสาย, พ.ต.ต.ดุสิต ยอดหวิด, พ.ต.ต.กษิดิศ ดิลกคุณานันท์, พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.ทัศพงษ์ ผ่องใส, ร.ต.อ.ปฏิญญา สงวนศักดิ์เกษร, ร.ต.อ.วิฑิตพงษ์ ราชู, ร.ต.อ.ศุภกฤต นรนิ่ม รอง สว.กก.1 บก.ปอท., และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท ร่วมกับ บก.ป.ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบบก.ปอศ., บก.สส.ภ.6, กก.สส. บก.ตม.3, กก.สส. บก.ตม.5, ปปง. HSI และ USSS จำนวนรวมกว่า 200 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และ ตาก

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้


1. นายหลิวฯ (MR. LAIฯ) อายุ 49 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 453/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ผู้รับผลประโยชน์ 2. นายวีรเทพฯ อายุ 51 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 452/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน / จัดหาสถานที่และอำนวยความสะดวกให้ขบวนการหลอกลวง 3. นางสาวสุภาณีฯ อายุ 55 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 450/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69  ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน / จัดหาสถานที่และอำนวยความสะดวกให้ขบวนการหลอกลวง 4. นางธัญญารัตน์ฯ อายุ 49 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 451/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน

กล่องสีขาว.jpg

 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน , สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน , ร่วมกันฟอกเงิน”ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา มาตรา 83 มาตรา 342(1) และ มาตรา 343 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2560)ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (3) มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60


สืบเนื่องจากปัจจุบันกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย และตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) มีการจัดตั้ง War room ACSC เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดำเนินการกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นภัยอาชญากรรมที่ก่อความเสียหายต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการเตือนภัยรูปแบบการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้กับประชาชนทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย และสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง.


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จึงได้ตรวจสอบจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ และข้อมูลจาก big data พบรูปแบบการหลอกลวงที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก คือ การหลอกให้ลงทุนหรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันปลอมที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม “TikTokshop” พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย คือ จะมีการติดต่อผู้เสียหาย โดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมและความไว้วางใจ ก่อนจะชักชวนให้ผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม “TikTokshop” ซึ่งไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่งเอง และสามารถสร้างรายได้ง่าย ต่อมาคนร้ายจะส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชัน “Tkshop” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอม ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store โดยแอปพลิเคชัน ดังกล่าวถูกออกแบบให้มีชื่อ หน้าตา และระบบการทำงานคล้ายกับแพลตฟอร์มของจริง เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อถือ 

กล่องสีขาว.jpg

ภายในแอปพลิเคชันปลอม คนร้ายได้สร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไรในระบบ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง ก่อนจะหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีในเครือข่ายของกลุ่มคนร้าย เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินหรือผลตอบแทน ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจะอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎ ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จะต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นการปลดล็อคและแก้ไขในส่วนที่ผิดกฎ


จากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์และฐานข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ลงทุนในรูปแบบดังกล่าวข้างต้น จำนวน 88 เคส มูลค่าความเสียหาย กว่า 25 ล้านบาท อีกทั้ง ยังพบว่ากลุ่มบัญชีม้าที่ใช้ในกลุ่มนี้ ถูกแจ้งความไว้แล้ว จำนวน 67 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 15 ล้านบาท


เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. จึงได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนจากพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้ายนี้ จนสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว จึงได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และ ตาก สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการในกลุ่มรับผลประโยชน์และฟอกเงินได้ทั้งสิ้น จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ชาวจีน 1 ราย และ ชาวไทย 3 ราย


จากการสืบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีบทบาทสำคัญในการรับ–ส่งและขนย้ายคนทั้งขาเข้าและขาออกนอกประเทศ ตลอดจนการขนย้ายอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายคนและอุปกรณ์จากพื้นที่ภายในประเทศไปยังบริเวณแนวชายแดน โดยมีการจัดหาที่พัก อาหาร และควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ให้บุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่สังเกตเห็น ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มทำหน้าที่ลำเลียงข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติหรือช่องทางที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไปยังสถานที่ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ


พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นผู้จัดหาและขนย้ายกำลังคนและอุปกรณ์เข้าสู่ระบบ ทำให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินกิจกรรมหลอกลวงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายอื่นในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

กล่องสีขาว.jpg

จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดทรัพย์สินนำส่ง ปปง. เป็นเงินสด ประมาณ 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ (รถไถ) 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด (แบคโฮ) 1 คัน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท,  บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท,  ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่าประมาณ 3.2 ล้านบาทสินค้าแบรนด์เนม/เครื่องประดับ หลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง ราคาประมาณ 22 ล้าน อายัดเงินในบัญชี ธนาคาร ประมาณ 1 ล้าน บาท รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท


จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะได้สืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยไปยังประชาชน ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนให้ถี่ถ้วน ก่อนการลงทุนทุกครั้ง อย่ารีบตัดสินใจลงทุนหรือหลงเชื่อบุคคลอื่นที่ชักชวนโดยง่าย เพราะปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพจะใช้กลอุบายหลายรูปแบบ ขอให้มีสติทุกครั้ง อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่เชิญชวนทำรายได้ง่าย ๆ และผลตอบแทนเกินจริง ควรมีการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ


ทั้งนี้ในส่วนของผู้รับจ้างเปิดบัญชี หรือ ยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากบัญชีถูกนำไปใช้ในทางทุจริต อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งความผิดฐานฟอกเงินนั้น มีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี  ปรับ 10,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น  อย่า! ขายบัญชีธนาคารของตนเองให้กับคนอื่นเด็ดขาด อย่า! รับจ้างเปิดบัญชี อย่า! ยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี.

กล่องสีขาว.jpg

Pattani Art Fest: Lukis Pattani 2026” เปิดพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย เชื่อมศิลปิน–เยาวชน–ชุมชน

2

eye.png

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กล่องสีขาว.jpg

เพื่อไทย เรียกร้อง กกต. เร่งสอบข้อร้องเรียนเลือกตั้งไม่โปร่งใส ยืนยันไม่ขัดข้องหากจะ “นับคะแนนใหม่”

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

กล่องสีขาว.jpg

มหาวิทยาลัยมหิดลจับมือ UNESCAP–สอวช. เปิดเวที “Carbon Neutrality Campus” ดันพลังเยาวชนสู่ Net Zero ระดับภูมิภาค”

การศึกษา

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

18

eye.png

ไอที-ยานยนต์

3

eye.png

2

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวอาชญากรรมทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ตร.สอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ The transporter operation ปิดเกมล่านายหน้าคนเถื่อน !!

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10:00:00

2

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นนทบุรี - คลิป ตร.ชัยพฤกษ์ ล่อซื้อ 2 หนุ่ม นำรถบิ๊กไบค์ถูกขโมยมาขาย อ้างซื้อต่อจากตำรวจ !!

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 02:22:00

3

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ผู้การฯ พฐก.ลงพื้นที่ตรวจไฟไหม้ พบพิรุธจุดเกิดเหตุ ให้น้ำหนักสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ยังไม่ชี้ชัดต้นเพลิง !!

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:50:00

2

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นนทบุรี วงจรปิดเจอ "โจรขี้เมื่อย" ขี้เกียจเดินไกล ฉกจักรยานหน้าหอพักปั่นหนี หน้าตาเฉย

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 02:11:00

2

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ตร.ไซเบอร์ขยายผลข้ามจังหวัด รวบคู่หูเอเจนต์บัญชีม้า หลังราคาพุ่งบัญชีละ 7,000 พบเพิ่งประกันตัวมาเพียง 3 เดือน

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:29:00

6

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

หนีมา 20 ปี สุดท้ายไม่รอดคุก !! กองปราบปิดเกมก่อนหมดอายุความ รวบผู้ต้องหาพยายามฆ่า !!

9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:56:00

9

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

เพลิงไหม้ “ซุปเปอร์มาเก็ตและโกดังยงเจริญ ค้าส่ง-ปลีกทุ่งสงควบคุมเพลิงได้แล้ว มูลค่าความเสียหายพุ่งแตะ 200 ล้าน

10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08:11:00

3

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

บก.ตม.1 บุกจับสาวผิวสีชาวคองโกคาร้านเสริมสวย ขณะทำผมให้ลูกค้าต่างชาติ ดำเนินคดีฐานประกอบอาชีพต้องห้าม แย่งงานคนไทย

9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:45:00

2

eye.png
bottom of page