รวบ "นายเบี้ยว" ช่างซ่อมรถสิบล้อ แฝงคราบ "คนรักเด็ก" ตีสนิทลวงข่มขืนด.ญ.12 ปี ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนท. จับได้ใน 3 วัน
23 พฤษภาคม 2569 เวลา 07:41:00
70
บุกรวบ "นายเบี้ยว" ช่างซ่อมรถสิบล้อ แฝงคราบ "คนรักเด็ก" ตีสนิทลวงข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนท. จับได้ใน 3 วัน
วันที่ 23 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.๕ บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สิรภัค แทนศิลป รอง สว.กก.5 บก.ป. , ร.ต.ต.ณรงค์กร ส่งสว่าง, ว่าที่ ร.ต.ต.บรรจบ งามดี รอง สว.(ป.) กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายประเสริฐฯ อายุ 55 ปี บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.50/2569 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” สถานที่จับกุม บริเวณ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา
สืบเนื่องจากนายประเสริฐฯ ซึ่งเป็นลูกจ้างทำหน้าที่ดูแลและซ่อมรถสิบล้อ ที่อู่ซ่อมรถของญาติของ น.ส.อรสาฯ (ผู้เสียหาย) โดยนายประเสริฐฯ มีความคุ้นเคยและสนิทสนมกับครอบครัวของ น.ส.อรสาฯ เป็นเวลานาน และนายประเสริฐฯ มีพฤติกรรมแสดงออกว่าเป็น "คนรักเด็ก" มักนำขนม นม และของกินเล่นมาให้ เด็กหญิงวิว (นามสมมติ) หลานของ น.ส.อรสาฯ เสมอ จนครอบครัว น.ส.อรสาฯ เกิดความไว้วางใจ

ต่อมา นายประเสริฐฯ ได้อาศัยความไว้วางใจดังกล่าว หลอกล่อเด็กหญิงวิว หลานของ น.ส.อรสาฯ ด้วยขนมและของเล่นเด็ก แล้วกระทำชำเราภายในรถกระบะของนายประเสริฐฯ และมีการชักชวนเด็กหญิงวิว หลานของ น.ส.อรสาฯ ไปตกปลาตามทุ่งนา เพื่อพาไปยังสถานที่ลับตาคน แล้วกระทำชำเราต่อเนื่องอีกหลายครั้งรวมจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง
จนกระทั่งวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เด็กหญิงวิว หลานของผู้เสียหายได้รวบรวมความกล้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ครอบ ครัว น.ส.อรสาฯ ฟัง จากนั้นจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก และนำส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนครนายกในวันเดียวกัน ผลการตรวจพบ ถูกกระทำชำเราจริง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นายประเสริฐฯ และภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ออกหมายจับ (15 พ.ค.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิง เทรา สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนภัยพี่น้องประชาชน 1. ระวังผู้ใหญ่ใกล้ตัวที่แสดงตัวว่าเป็น "คนรักเด็ก" เป็นพิเศษ : มิจฉาชีพทางเพศต่อเด็กมักไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ครอบครัวรู้จักและไว้วางใจ เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน หรือลูกจ้าง โดยจะสร้างภาพลักษณ์ "คนใจดี รักเด็ก" หมั่นนำขนม นม ของเล่น หรือของรางวัลมาให้เด็กบ่อยครั้ง เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองตายใจ ก่อนค่อย ๆ หาโอกาสอยู่กับเด็กตามลำพัง พฤติกรรมนี้เรียกว่า "Grooming" หรือการตีสนิทเพื่อหาช่องล่วงละเมิด หากพบผู้ใดสนิทสนมกับเด็กผิดปกติ ให้สังเกตและเฝ้าระวังไว้ก่อน 2. ระวังการชักชวนเด็กไปยังสถานที่ลับตาคนตามลำพัง : คนร้ายมักใช้ข้ออ้างที่ดูไร้พิษภัย เช่น ชวนไปตกปลา ตกเบ็ด ขับรถเที่ยว หรือพาไปทำกิจกรรมตามทุ่งนา ป่า หรือในรถยนต์ เพื่อแยกเด็กออกจากสายตาผู้ปกครอง แล้วลงมือก่อเหตุซ้ำ ๆ โดยอาศัยความไว้วางใจที่สร้างไว้ หากบุตรหลานถูกผู้ใหญ่ชักชวนไปไหนตามลำพังโดยไม่มีผู้ปกครองร่วมด้วย ให้ปฏิเสธทันทีและสอบถามเด็กอย่างใกล้ชิด
3. สอนบุตรหลานเรื่อง "พื้นที่ส่วนตัว" และเชื่อเด็กเสมอเมื่อกล้าเล่า : ควรสอนเด็กว่าบริเวณร่างกายที่ชุดว่ายน้ำปกปิดนั้นห้ามให้ผู้ใดสัมผัส และต้องกล้าบอกพ่อแม่ทันทีหากมีผู้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะหากมีคนกำชับว่า "อย่าบอกพ่อแม่นะ" ให้รู้ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ทั้งนี้ เด็กมักไม่กุเรื่องลักษณะนี้ขึ้นเอง การไม่เชื่อหรือตำหนิเด็กจะทำให้เด็กบาดเจ็บทางใจซ้ำสองและทำให้คดีเงียบหาย 4. ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กมีโทษหนักมาก : ผู้ที่กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 และหากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต อีกทั้งการพรากเด็กไปจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร ยังมีความผิดตามมาตรา 317 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี ทั้งนี้ ความยินยอมของเด็กไม่อาจยกเป็นข้อต่อสู้ได้ แม้เด็กจะถูกชักจูงด้วยขนมหรือของรางวัล ผู้กระทำก็ยังคงมีความผิดเต็มข้อหา และเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้.

น้องเดียร์ นักแสดงดางรุ่ง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์พระพุทธรูปปางประทานอภัย วัดไผ่ล้ อม
110
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

“ศ.(พิเศษ) ดร. ดวงฤทธิ์” นำทัพ "ทีมคนทำงาน" ส่ง 27 ว่าที่ ส.ก. อิสระ ชูแคมเปญ "ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นไปได้"
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ครั้งใหญ่ระดับประเทศ! มข. ผนึกกำลังพันธมิตร ลุยซ่อมเครื่องมือแพทย์กว่า 200 รายการ
การศึกษา
ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2









