นครพนม - 'หมอนิ่ม' หวิดตกเป็นเหยื่อ! แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างติดหนี้ 1,000 บาท หวังหลอกให้กดลิงก์ดูดข้อมูล โชคดีไหวตัวทัน
27 สิงหาคม 2569 เวลา 14:33:00
756
นครพนม - 'หมอนิ่ม' หวิดตกเป็นเหยื่อ! แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างติดหนี้ 1,000 บาท หวังหลอกให้กดลิงก์ดูดข้อมูล โชคดีเจ้าตัวไหวตัวทันรอดสูญเงิน เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ “ของฟรีไม่มีในโลก”
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังระบาดหนัก ล่าสุด “หมอนิ่ม” หรือ นางอุมามาลย์ ธิปกะ ประธานสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ตรง หลังถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์คุกคามต่อเนื่องกว่า 30-40 สายในวันเดียว อ้างว่ามียอดหนี้ค้างชำระ 1,000 บาท พร้อมส่งข้อความข่มขู่ให้กดลิงก์เพื่อหวังให้โอนเงิน หากไม่ดำเนินการจะนำข้อมูลไปเผยแพร่ประจานบนโลกออนไลน์ แต่โชคดีที่ไหวตัวทัน ไม่หลงเชื่อ จึงรอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อ
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อำเภอศรีสงคราม หลังเพจ “ที่นี่ศรีสงคราม” เผยแพร่เรื่องราวเตือนภัยเกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้เบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศโทรเข้ามาหาหมอนิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยปลายสายใช้น้ำเสียงและสำเนียงคล้ายชาวต่างชาติ อ้างว่าหมอนิ่มติดหนี้จำนวน 1,000 บาท และพยายามกดดันให้ชำระเงินผ่านลิงก์ที่ส่งมา

หมอนิ่มเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมิจฉาชีพไม่ได้โทรหาตนเพียงคนเดียว แต่ยังส่งข้อความพร้อมรูปภาพไปยังแอปพลิเคชัน LINE ของน้องสาว เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้รีบดำเนินการตามคำสั่ง อย่างไรก็ตาม ตนและน้องสาวสังเกตุเห็นความผิดปกติ เนื่องจากจำนวนเงินที่ถูกกล่าวอ้างมีเพียง 1,000 บาท และมิจฉาชีพพยายามบังคับให้กดลิงก์เพียงอย่างเดียว จึงไม่หลงเชื่อ พร้อมทั้งลองขอเลขบัญชีเพื่อโอนเงินตัดปัญหา แต่มิจฉาชีพกลับปฏิเสธ ทำให้มั่นใจว่าเป็นขบวนการหลอกลวง ก่อนตัดสินใจวางสายและบล็อกทุกช่องทางการติดต่อทันที
ภายหลังได้ปรึกษาเพื่อนที่ทำงานด้านความมั่นคง จนทราบว่าพฤติกรรมดังกล่าว คาดว่าเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณชายแดนฝั่งปอยเปต จึงตัดสินใจนำเรื่องราวมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้างและเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่

หมอนิ่มยังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนอาจรั่วไหลไปถึงมือของมิจฉาชีพอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย เอกสารสำคัญ หรือข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ต้องสแกนใบหน้าเป็นประจำ รวมถึงอาจเผลอกดลิงก์โฆษณาประเภท “ดูหนังฟรี” ที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพนิยมใช้ในการดักเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน
“เขาพยายามส่งข้อความไปข่มขู่น้องสาวว่าจะนำข้อมูลไปประจาน อ้างว่าติดหนี้ 1,000 บาท แต่เมื่อพอทบทวนคิดดูแล้วมันมีข้อผิดสังเกต จึงไม่เชื่อและเลือกโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองก่อน เท่ากับประจานมิจฉาชีพกลับ พร้อมบล็อกทุกช่องทางทันที” หมอนิ่มกล่าว

นอกจากนี้ หมอนิ่มยังเล่าย้อนถึงประสบการณ์เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ที่เคยตกเป็นเหยื่อถูกแฮกโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้เงินในบัญชีถูกดูดออกไปทีละจำนวน 1,000 บาท 3,000 บาท และ 5,000 บาท จนต้องรีบอายัดบัญชีธนาคารทุกแห่ง รวมถึงปิดเบอร์โทรศัพท์และดำเนินการทำบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลากว่า 1 เดือนกว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
หมอนิ่มย้ำเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีวิธีการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ลิงก์ปลอมและแอปดูดข้อมูล จึงไม่ควรเก็บภาพถ่ายเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยไม่จำเป็น และควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์หรือเข้าเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะ “ของฟรีไม่มีในโลก” โดยเฉพาะลิงก์ดูหนังฟรีที่อาจกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินในบัญชีได้ในพริบตา.

ครอบครัวรับร่าง “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” ลูกสาวเปิดใจสู้โรคร้ายมานาน ทิ้งมรดกวิชาชีวิต ดูแลครอบครัวจนวันสุดท้าย ดารา - ตลกเศร้า !!
1383
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กรี๊ดห้างแตก! พิธา-เดชรัต ลุยนนทบุรี ชูแนวทาง NEW นนท์ ปลุกกระแสไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
เทศบาลเมืองนครพนม เปิดโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มุ่งพัฒนาผู้เรียนระดับประถมฯ โรงเรียนเทศบาล 2
การศึกษา
นครพนม : ประธาน กมธ.ดีอี ยันโครงการ THAI AI Passport ปลอดภัย 100% ข้อมูลไม่รั่วไหล









