ผกก.ทุ่งใหญ่ ให้ จ.ส.ต.ออกจากราชการ หลังถูกจับช่วยเพื่อนรักหลบหนีจากห้องขัง ศาลฯ อนุมัติหมายจับ พร้อมไล่ล่ากระชั้นชิด
12 มกราคม 2569 เวลา 01:34:00
7
ศาลฯ อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาหลบหนีห้องขังพร้อมระดมกำลังไล่ล่ากระชั้นชิด ผกก.ทุ่งใหญ่ ให้ จ.ส.ต.ออกจากราชการไว้ก่อนหลังถูกจับช่วยเพื่อนรักหลบหนีจากห้องขังหวังเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาจากประชาชน
สืบเนื่องจากนายเอกลักษณ์ หรือคู่ เดชผลิต (ผู้ต้องหาคดียาเสพติด) ได้หลบหนีอออกจากห้องควบคุมของสถานีตำรวจดูธรทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.24 ของวันที่ 10 มกราคม 2569 และจากการสอบสวนพบว่า จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ฯ (สิบเวร) ซึ่งเป็นเพื่อนรักของนายเอกลักษณ์ หรือตู่ เป็นผู้ไขกุญแจพานายเอกลักษณ์ ไปส่งบ้าน ก่อนที่นายเอกลักษณฯ จะหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเสนอศาลจังหวัดทุ่งสง ขออนุมัติหมายจับเลขที่ 15 /2569 ลงวันที่ 10 ม.ค. 2569 จับกุมตัว จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ฯ (สิบเวร) ได้โดยละม่อมคาโรงพัก ควบคุมตัวมาสอบสวนให้การนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้รับความสนใจจากประชาชนที่จับกุมวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวาง สร้างความเสื่อมเสียแก่วงการตำรวจเป็นอย่างมาก ท ทาง พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.ภ.8 พล.ด.ด.พรช ัย ขอรกลิ่น รอง ผบช.ก.8 รักษาราชการ แทน ผบก.ก.จว.นครศรีธรรมราช และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา ไม่เข้าด้วยช่วยเหลือหรือปกป้องพวกเดียวกัน และให้ เร่งติดตามจับกุมนายเอกลักษณ์ หรือตู่ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

โดยพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ธีระวัฒน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียดตั้งแต่การเปิดล็อคกุญแจห้องขังนำนายเอกลักษณ์ หรือต่อ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดออกจากห้องขังไปขึ้นรถยนต์กระบะขับพา นายเอกลักษณ์ หรือตู่ กลับบ้านในพื้นที่หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ ซึ่ง จ.ส.ต.ธีระวัฒน์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ยืนยันว่าจะไม่มีการเข้าด้วยช่วยเหลือ จ.ส.ต.ธีระวัฒน์ ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างแน่นอน และในขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาอย่างเฉียบขาด ขอขืนยันว่าจะดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อไป

ส่วน นายเอกลักษณ์ หรือต่อ ผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีนั้น เจ้าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลแขวงทุ่งสง อนุมัติหมายจับเลขที่ 2 /2569 ลงวันที่ 11 ม.ค. 2569 พร้อมระดมกำลังตำรวจออกติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างกระชั้นชิด คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็ว ๆ นี้แน่นอน
สำหรับ นายเอกลักษณ์ หรือต่อ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จับกุมพร้อมเพื่อน 1 คนเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งชุดจับกุมสามารถยึดของกลางยาบ้าได้จำนวน 1,373 เม็ด ซึ่งในวันเดียวกันนั้นชุดสืบสวน ยังจับ กุมผู้ต้องหาคดีครอบครองยาเสพติดได้อีก 2 คนรวม 4 คน ก่อนที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ในห้องขังบนโรงพัก จนกระทั้ง จ.ส.ต.ธีระวัฒน์ สิบเวร สภ.ทุ่งใหญ่ ทำการไขกุญแจห้องขังนำตัวนายเอกลักษณ์ หลบหนีออกจากห้องขังดังกล่าว.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภ าพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ
2660
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

“อนุทิน” ชูไทยแข็งแรงทั้งอาหาร-พลังงาน มั่นใจรับมือโลกปั่นป่วนได้ 72 ชม. ไม่ใช่สัญญาณวิกฤต-เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ”
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
อบจ.สมุทรสาคร หนุนงบกว่า 8.7 ล้าน สร้างอาคารเรียน คศล.3 ชั้น 12 ห้องเรียน
การศึกษา
“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์






