ทนายความวัดนาป่าพง โต้คดี ม.157 เผย พระคึกฤทธิ์ ไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ
12 พฤษภาคม 2569 เวลา 06:45:00
75
เมื่อวันที่ 12 พย. 69 นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล วัดนาป่าพง แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพระคึกฤทธิ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยว่า วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาขอในฐานะความผิด 157 และ 147 ยักยอกเงินวัด ซึ่งทางพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้รับ และเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่ได้ยืนเรื่องแย้งใน ความผิดมาตรา 157 เพราะ ประเด็นสำคัญที่สุด คือข้อกฎหมายที่ว่าด้วย “เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่” เพราะหากไม่ใช่ ก็อาจไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 โดยทนายอ้าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ว่า ผู้ที่ถือเป็นเจ้าพนักงานต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะตำบล ส่วน “เจ้าอาวาส” มีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้ปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
ฝ่ายทนายยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดี วินิจฉัยว่า “พระ” บางรูปมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา และสามารถถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้ แต่ฝ่ายทนายยืนยันว่า ต้องพิจารณา “รายละเอียดของแต่ละคดี” ว่า พระรูปนั้นดำรงตำแหน่งอะไรในคณะสงฆ์ เพราะในหลายคดีที่ศาลฎีกาเคยพิพากษา พระรูปนั้นไม่ได้เป็นเพียง “เจ้าอาวาส” อย่างเดียว แต่ยังมีตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์อื่นร่วมด้วย

ฝ่ายทนายอธิบายว่า ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ผู้ที่ถือเป็น “ผู้ปกครองคณะสงฆ์” ต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจปกครองคณะสงฆ์ในระดับต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยจะมีหนังสือแต่งตั้งกำหนดเขตอำนาจ แต่ในกรณี พระคึกฤท ธิ์ ฝ่ายทนายระบุว่า เอกสารแต่งตั้งไม่ได้ให้อำนาจ “ปกครองคณะสงฆ์” แบบเดียวกับเจ้าคณะระดับต่าง ๆ มีเพียงอำนาจบริหารกิจการภายในวัดเท่านั้น

ทนายจึงมองว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา ไม่สามารถนำมาใช้กับกรณีพระคึกฤทธิ์ได้โดยตรง เพราะข้อเท็จจริงแตกต่างกัน อีกประเด็นที่ฝ่ายทนายหยิบยกขึ้นมา คือ คดีเก่า ๆ หลายคดีที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานนั้น คู่ความอาจไม่ได้ต่อสู้ประเด็นนี้อย่างละเอียด ทำให้ศาลไม่ได้วิเคราะห์เชิงลึกเรื่องกฎหมายคณะสงฆ์ หรือกฎมหาเถรสมาคมอย่างครบถ้วน
อีกทั้ง ทนาย ระบุด้วยว่า ในอดีตที่ผ่านมาหลายคดีอ้างอิงกฎหมายปี 2505 ที่ใช้ถ้อยคำว่า “เจ้าอาวาสมีอำนาจปกครองและบริหารกิจการวัด” จึงถูกตีความว่าเป็นเจ้าพนักงาน แต่ฝ่ายทนายมองว่า การตีความดังกล่าวคลาดเคลื่อน เพราะ “ปกครองวัด” ไม่เท่ากับ “ปกครองคณะสงฆ์”

ฝ่ายทนายยังย้ำว่า คดีนี้อาจเป็น “คดีแรก” ที่มีการต่อสู้ทางกฎหมายโดยตรงในประเด็นว่า “เจ้าอาวาส” ไม่ใช่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาอย่างจริงจัง พร้อมเตรียมนำเอกสารวิชาการ หนังสือตำรากฎหมาย และความเห็นของนักกฎหมายหลายคนเข้าสู้คดี นอกจากนี้ ยังระบุว่า หากท้ายที่สุดมีการตีความว่า “เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าพนักงาน” ก็จะส่งผลสำคัญต่อพระสงฆ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสกว่า 40,000 วัด เพราะอาจทำให้ไม่สามารถใช้มาตรา 157 ดำเนินคดีได้ในลักษณะเดียวกัน
ฝ่ายทนายจึงเรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ออกความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของเจ้าอาวาส เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้กฎหมายต่อพระสงฆ์ทั่วประเทศ
ส่วนประเด็นที่ทนายฝั่งตรงข้าม มีการยื่นให้ตรวจสอบการเปิดบัญชีของวัดตั้งแต่ปี 2554-2559 แต่กฎหมาย ของมหาเถระสมาคม เพิ่งมีการออกมาเมื่อปี 2568 ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ย้อนหลังได้ ส่วนประเด็นที่มีการจ่ายเงินค่าโบนัสให้กับพนักงานของวัดจำนวน 4 คน โดยเงินที่ได้รับเฉลี่ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมองว่าไม่เกินสมควร แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวน มองว่าไม่สมควรก็พร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงเส้นทางการเงิน
พร้อมกันนี้ที่มีสำนักข่าวบางข่าวออกไปว่าพระคึกฤทธิ์ ถูกสอบและมีอาการเครียดนั้น

นักดนตรี - คนแต่งเพลงให้อดีตนักร้องดัง ล้มป่วย เจอ 10 โรคร้ายคุกคาม ไร้เงินรักษารอวันสิ้นลมหายใจ !!
78
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อุ้งอิ้ง รับ“ทักษิณ” ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ เสื้อแดงแห่รับเพียบ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
สมุทรสงคราม เปิดค่ายคุณธรรม “ถาวรานุกูล” ปลูกฝังเยาวชนไทย ก้าวสู่คนดีตามแนววิถีพุทธ
การศึกษา
ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2









