ผบ.ตร. สั่งยกระดับการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม
24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17:31:00
5
ผบ.ตร. สั่งยกระดับการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ให้สกัดกั้นและระดมกวาดล้าง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงทั้งออนไลน์และในพื้นที่ทั่วประเทศ
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ด้วยสถานการณ์อาชญากรรมปรากฏแนวโน้มในการก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญ โดยคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุต่าง ๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายส่งผลกระทบต่อประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แบบป 12 เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี

ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(ด้านการสืบสวน) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ควบคุม กำกับดูแลในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยให้ยึดหลักยุทธวิธีตำรวจ และกฎหมายที่เกี่ยว ข้อง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น อำนวยการ บริหารจัดการเหตุ และลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด อย่าให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้
นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สืบสวนหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงพื้นที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายและปิดล้อมตรวจค้น กำหนดระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย วงจรการใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ทั้งในทางออนไลน์และในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำหนดแผนการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้ครอบคลุมลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม โดยเฉพาะการนำพาหรือพกพาอาวุธเส้นทางเข้า-ออก จุดล่อแหลม จุดเสี่ยง บริเวณสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง

รวมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ สถานที่สาธารณะ โดยประสานความร่วมมือกับพนักงานรักษาความปลอดภัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มความเข้ม/ความถี่ วงรอบในการตรวจตราสถานที่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร และเจ้าหน้าที่สืบสวน และจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ชุดปฏิบัติการ พิเศษทางยุทธวิธี และกำหนดวงรอบการตรวจของสายตรวจในการ หยุดตรวจ เดินตรวจ และพูดคุยพบปะประชาชน (Stop Walk and Talk) กำหนดจุดแสดงกำลังและจุดตรวจสัมพันธ์ให้มีความครอบคลุมพื้นที่ พร้อมตรวจสอบระบบการแจ้งเหตุของภาคเอกชน กล้องวงจรปิด (CCTV) และการตรวจตราสิ่งของบริเวณทางเข้า-ออกอาคารสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

พร้อมสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด้านการข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ในทางออนไลน์ โดยประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายแรงสะเทือนขวัญ ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ และให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมติดตามและเฝ้าระวังโซเชียลมีเดียในทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิด เบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัวภัย หรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย.

โรงไฟฟ้าราชบุรีนำเครือข่าย 27 โรงเรียน ศึกษาดูงานด้านหุ่นยนต์และวิทยาศาสตร์ ภายใต้โครงการ Innovation Classroom 2026
1674
ข่าวประชาสัมพันธ์

สามวิทยาลัยนา ฏศิลป “นคร ร้อย สินธุ์” จัดการแสดงมหกรรมศิลปวัฒนธรรม "ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน" โขน กิน กุ้ง
1689
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ไอที-ยานยนต์
นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว
1581

การศึกษา
มอบรางวัล “ครูดีศรี สกสค. จังหวัดชัยภูมิ” เชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจ ยกย่องแบบอย่างที่ดี


