บุกทลายซุ้มหัวจ่ายยาเสพติดหลังวัดรวก อึ้ง !! โชว์อาวุธปืน-ธนบัตรไทยปลอมกลางเขาวงกตฝั่งธน
13 มีนาคม 2569 เวลา 13:44:00
3
“จัดชุดใหญ่ทลายหัวจ่ายย่านฝั่งธน” บช.น.และปปส. สนธิกำลังบุกค้น 3 จุด แพร่ยานรก “ทลายซุ้มโจรฝั่นธนหลังวัดรวก” รวบผู้ต้องหา 6 ราย ไม่เพียงค้ายา แต่แอบผลิตเงินปลอม พร้อมโชว์ติดอาวุธสงครามครบมือ เสมือนจะไปทำสงครามรองจ๋อเตือนชาวฝั่งธน รีบตรวจสอบแบงค์พันในกระเป๋าด่วน
วันนี้ (13 ก.พ. 69) เวลา 06.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด ,พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 ,พล.ต.ต. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 , พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น. 7 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก. สส.บช.น. , พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 , พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน , พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมีผกก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. , สน.บางยี่ขัน , กก.สส.บก.น.8 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , พ.ต.อ.สัณห์ธรธัญ อารมณ์รัตน์ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ "แผนปฏิบัติการ ทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก“ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด
จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 ราย ดังนี้ 1.นายอำนาจ ผาสุก หรือบอส อายุ 22 ปี ถูกจับในข้อหา"มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและปลอมเงินตรา ธนบัตรปลอม" 2.นายบารมี ผาสุก หรือเบีย อายุ 19 ปี ถูกจับในข้อหา"มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" 3.นางสาวสุชัญญา แสงโสภณ หรือเก๋ อายุ 47 ปี ถูกจับในข้อหา"มีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนตามกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย" 4.นายสมชาย เกล็ดรามัญ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมายและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” 5.นายอนุสรณ์ เกล็ดรามัญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 127/2569 ข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน (จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” 6.นางสาวชาลิณี อ่อนนุ่ม ถูกจับกุมข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”
พร้อมตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก 2.ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ 3.เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม 4.ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม 5.ยาบ้า 363 เม็ด 6.รถจักรยาน ยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน(อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) 7.เงินสด จำนวน 34,610 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ จาก "ยานรก" สู่ "ธนบัตรผี" สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบ "เซอร์ไพรส์" ที่น่ากลัวกว่าเดิม เมื่อสืบทราบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ. 69 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น. 7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กลโกงแสงสลัว: แบงก์ปลอม "เกรดทำมือ" จากแผนประทุษกรรมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 คนร้ายกลุ่มนี้ทำทีติดต่อไปขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสขายในโลกโซเชียล ก่อนจะนัดพบเพื่อซื้อขายกันภายใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 45และเมื่อเดินทางมาพบกัน คนร้ายทำทีเข้าไปซื้อขายในที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะจ่ายเงินสดโดยใช้ธนบัตรปลอม ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ มอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายยื่นเงินปลอมให้กับผู้เสียหายแล้วก็จะรีบรับรถจากผู้เสียหายแล้วขับออกไปทันทีไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งในคราแรกผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้นำธนบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าในร้านค้า 7-11 ก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำของกลางเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางยี่ขัน ทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบของกลางธนบัตรปลอมจำนวน 54 ฉบับ พบว่าแบงก์ปลอมชุดนี้เป็นงาน "Handmade" ตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบกริบ และไร้ลายน้ำ ความเนียนเทียบเท่าของจริงได้เพียง 70% เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะหลอกตาคนในที่อับแสง

พฤติการณ์กล่าวคือ จาก "ยานรก" สู่ "ธนบัตรผี" สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบ "เซอร์ไพรส์" ที่น่ากลัวกว่าเดิม เมื่อสืบทราบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ. 69 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น. 7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กลโกงแสงสลัว: แบงก์ปลอม "เกรดทำมือ" จากแผนประทุษกรรมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 คนร้ายกลุ่มนี้ทำทีติดต่อไปขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสขายในโลกโซเชียล ก่อนจะนัดพบเพื่อซื้อขายกันภายใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 45และเมื่อเดินทางมาพบกัน คนร้ายทำทีเข้าไปซื้อขายในที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะจ่ายเงินสดโดยใช้ธนบัตรปลอม ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ มอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายยื่นเงินปลอมให้กับผู้เสียหายแล้วก็จะรีบรับรถจากผู้เสียหายแล้วขับออกไปทันทีไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งในคราแรกผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้นำธนบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าในร้านค้า 7-11 ก็พบว่าเป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำของกลางเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางยี่ขัน ทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบของกลางธนบัตรปลอมจำนวน 54 ฉบับ พบว่าแบงก์ปลอมชุดนี้เป็นงาน "Handmade" ตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบกริบ และไร้ลายน้ำ ความเนียนเทียบเท่าของจริงได้เพียง 70% เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะหลอกตาคนในที่อับแสง

ฤกษ์ดีบุกค้นฝั่งธน “ศุกร์ 13” มี.ค. 69 เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. สนธิกำลังร่วมกับ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กท นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. , สน.บางยี่ขัน , กก.สส.บก.น.8 และ ป.ป.ส. กว่า 100 นาย รวมพลปลุกใจก่อนเคลื่อนทัพ
จุดที่ 1 “คลังแสงหลังวัดรวก” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลธนบุรีที่ ค.23/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค. 69 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 431/26 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ , อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก , เคตามีน จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 23 กรัม , ยาไอซ์ 1 ถุง และ รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน จอดแอบอยู่ภายในบ้าน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
จุดที่ 2 “เซฟเฮ้าส์ลับแหล่งปล่อยยา” เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค.54/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค. 69 บุกเข้า ไปที่บ้านเลขที่ 675/5 ซ.อิสระภาพ 11 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาบ้า 355 เม็ด ไอซ์น้ำหนักรวมถุงประมาณ 133.44 กรัม และเงินสด จำนวน 34,610 บาท จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน. และ ป.ป.ส.ถือเป็นปฏิบัติการตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค. – ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วพื้นที่ พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต้องขายของหลังขดหลังแข็ง แต่ต้องมาขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะเผลอทอนเงินให้จากธนบัตรปลอมเหล่านี้ ในส่วนของการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหลายวันของเจ้าหน้าที่ บชน. และ ป.ป.ส.กทม. จนทำให้สามารถพิสูจน์ทราบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึง รังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ผมขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ขอให้ท่านรีบตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ในกระเป๋าของท่าน หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้รีบนำไปแจ้งความดำเนินคดี ห้ามนำออกใช้เป็นอันขาด”.

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา พัฒนาศักยภาพสภาเด็กและเยาวชน
1274
ข่าวประชาสัมพันธ์

มหากาพย์ 'ปานเทพ-ขวัญ อุษามณี' ยื่นหลักฐานใหม่คดี 'แตงโม' พบภาพอ้างอิงในสำนวนเป็นเรือคนละลำ จ่อดำเนินคดี 'กระติก' แจ้งเท็จ
3491
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ไอที-ยานยนต์
โรงแยกก๊าซระยอง ผนึก ททท.-ประชาสัมพันธ์จังหวัด เปิดเวทีเยาวชนปั้นสื่อด้วย AI โชว์เสน่ห์เมืองระยองผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่
803

การศึกษา
มหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรม “เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ” เสริมศักยภาพคณาจารย์สู่ความก้าวหน้าทางวิชาการ
