top of page
ค้นหา

สังคมหมอข่าว : จังหวัดขอนแก่นระดมกำลัง  6 อำเภอ สกัดกั้นยาเสพติด หลังพบยังลักลอบลำเลียงเข้าพื้นที่ต่อเนื่อง


จังหวัดขอนแก่นระดมกำลัง 6 อำเภอ สกัดกั้นยาเสพติด หลังพบยังลักลอบลำเลียงเข้าพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรการ “ป้องกัน-ปราบปราม-บำบัด-ติดตาม” ด้าน สสส. เผยคนไทยติดสารเสพติดสูงถึง  1.9  ล้านคน หนุนแนวทาง “ชุมชนล้อมรักษ์” แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เตรียมขยายผล 5 จังหวัดภายในปี 2570

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ที่โรงแรมบายาสิตา จังหวัดขอน แก่น กรมการปกครอง ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด และภาคีเครือข่ายชุมชน เพื่อเสริมทักษะการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่

    


นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ายังมีการลักลอบลำเลียงและกระจายยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าและยาไอซ์ เข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ พื้นที่เฝ้าระวังหลัก 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง อำเภอชุมแพ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองเรือ และอำเภอบ้านฝาง ซึ่งจังหวัดได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุมชน ในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ควบคู่กับการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และติดตามหลังการรักษา เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ

  

“หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา คือการมีส่วนร่วมของชุมชน หรือ Community-Based Treatment and Care (CBTx) ที่จะช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสการเสพซ้ำอย่างยั่งยืน” นายประจวบ กล่าว

   


ด้าน นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้สารเสพติดประมาณ 1.6–1.9 ล้านคน หรือราว 3–4% ของประชากร  โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากราคายาเสพติดที่เข้าถึงง่าย


“ยาเสพติดส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำลายระบบคิดและการตัดสินใจ และกระตุ้นความอยากอย่างรุนแรง ทำให้มาตรการแบบเดิมที่เน้นปราบปรามหรือบำบัดระยะสั้นไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปรับแนวคิดใหม่ มองผู้เสพเป็นผู้ป่วย และต้องมีการติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว พร้อมระบุว่า แนวทาง “ชุมชนล้อมรักษ์” หรือ CBTx เป็นกลไกสำคัญที่ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการดูแล ฟื้นฟู และสร้างโอกาสทางอาชีพ ซึ่งช่วยยืดระยะเวลาการไม่กลับไปใช้สารเสพติดซ้ำได้อย่างมีประสิท ธิภาพ สำหรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกในช่วงปี 2569–2570 จะมุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 จังหวัด  ได้ แก่ เชียงใหม่ น่าน ขอนแก่น อุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช โดยมีจังหวัดนำร่องแล้วในบางพื้นที่ เพื่อขยายผลสู่ระดับประเทศ

   


ขณะที่ นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันมีการจัดตั้ง “มินิธัญญารักษ์” กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยในจังหวัดขอนแก่นมี 3–4 แห่ง ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟูหลังพ้นภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือแนวโน้มผู้เข้ารับการบำบัดมีอายุน้อยลง จากเดิมอยู่ในช่วงวัยทำงาน 30–40 ปี ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 22–23 ปี และยังพบกลุ่มเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


“หากไม่เร่งแก้ไข เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่วงจรยาเสพติดจะส่งผลต่อคุณภาพแรงงานในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างระบบป้องกันและฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชน” นพ.ชาญชัย กล่าว

   

ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือเชิงนโยบายจากทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนระบบดูแลแบบบูรณาการ โดยมีชุมชนเป็นฐานสำคัญในการลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างสังคมปลอดยาเสพติดในระยะยาว.


ภัสสะ บุญธรรม ขอนแก่น

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page