มหัศจรรย์ “ถ้ำแกลบ” โรงสีผีแห่งภูพานน้อย สัมผัสอดีตสหายดาวแดง เปิบอาหารจากกระบอกไม้ไผ่
29 กันยายน 2569 เวลา 09:11:00
1745
ที่ศาลาห้วยชลประทานก้านเหลือง ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม นางยลกานต์ เที่ยงแท้ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นางสาวภนิดา จันทร์ส่อง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางเมตตา เมืองบาล ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ พร้อมด้วย นายคมสิน ศรีมานะศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ภาคประชาชน นำคณะลงพื้นที่บ้านโพนตูมหมู่ 4 และ บ้านจอมศรี หมู่ 13 ต.ก้านเหลือง เพื่อพบปะอดีตสหายหรือผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) หลังวางอาวุธออกจากป่าในสมัยรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ภายใต้คำสั่ง 66/2523 ปัจจุบันเป็นกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ร่วมพัฒนาบ้านเมืองร่วมกับภาครัฐเสมอมา
โดยมีหัวหน้ากลุ่ม ผรท. นายปราโมทย์ พรมพินิจ อายุ 80 ปี หรือมีนามเรียกขานครั้งเป็น ผกค.ว่า “หมอลับลอง” เนื่องจากได้ถูกส่งไปเรียนวิชาฝังเข็มที่ประเทศจีน ก่อนจะกลับมาทำหน้าที่เป็นหมอฝังเข็มให้พวกสหายในเขาภูพานน้อย พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านจัดพิธีต้อนรับตามแบบฉบับชาติพันธุ์ภูไท(ผู้ไทย)ผสมกับชาติพันธุ์กะเลิง ซึ่งทั้งสองเชื้อชาตินี้ มีถิ่นพำนักอยู่ในพื้นที่ อ.นาแก โดยอพยพมาจากฝั่งลาวเมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว หรือราวปี พ.ศ.2369 ก่อนจะกระจัดกระจายไปอยู่จังหวัดใกล้เคียงทั้ง จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เป็นต้น
หลังจากผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่ ได้มีการแนะนำตัวกันแล้ว อดีตสหายได้ปรุงอาหารเมื่อครั้งอยู่ในป่าให้ลิ้มลองกัน ซึ่งคนภายนอกอาจไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในป่า เช่น หลามข้าวเหนียว เป็นการใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและมีมากในป่าคือไม้ไผ่ ตัดเป็นท่อนๆขนาดไล่เลี่ยกับบั้งข้าวหลาม โดยใช้แทนหวดนึ่งข้าว กรอกข้าวเหนียวใส่น้ำลงไปแล้วย่างไฟจนสุก ผ่าซีกมากินกับเมนูอาหารป่า

หมอลับลองเล่าว่าเมนูในป่า ก็ต้องเป็นของป่าทั้งหมด นานๆทีจะมีชาวบ้านซึ่งเป็นแนวร่วม แอบส่งอาหารจากพื้นล่างมาให้ กรรมวิธีการปรุงก็ไม่ต่างจากหลามข้าวเหนียว มีผักอะไรที่กินได้ก็ใส่ลงไป โดยใช้เกลือปรุงรสแทนน้ำปลา สัตว์ป่าสมัยนั้นที่จับได้ง่ายคือ กระรอก กระแต บ่าง ฯลฯ หลังออกจากป่ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมือง แปลงเมนูอาหารป่าต้อนรับผู้มาเยือน โดยใช้เป็นเขียดแทน หรือจะเรียกอีกอย่างว่าหลามเขียด แต่ก็เกรงว่าบางคนอาจไม่คุ้นเคย จึงมีไข่เจียว ไข่ดาว ปลาย่าง ปลาทอด ปลานึ่งวางเคียงข้างควบคู่บนโต๊ะอาหาร
ทั้งนี้ การมาเยือนถิ่นดาวแดงในอดีต เพื่อเป็นการสำรวจเส้นทางอดีต ผกค.แห่งภูพานน้อย เพื่อนำมาศึกษาความเป็นไปได้ เปิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม หมุดหมายแรกการสำครวจครั้งนี้คือถ้ำแกลบ ลือกันว่าเป็นโรงสีผีแห่งอีสาน บุคคลที่เป็นพรานเดินนำหน้า คงเป็นใครไม่ได้ นอกจากอดีตสหาย อาทิ นางมี มาจอมศรี หรือป้าแป้ง อายุ 69 ปี มีนามเรียกขานในป่าคือสหายสาลิกา โดยเดินเข้าป่าเมื่ออายุ 15 ปี เป็นผลจากการถูกฝ่ายบ้านเมืองกดดัน โดยกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้กลุ่ม ผกค. เพื่อไม่ให้พ่อแม่เดือดร้อน จึงหนีไปอยู่กับ ผกค.จริงๆให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
สหายสาลิกาเล่าว่าอยู่ป่า มีหน้าที่เป็นแนวรบ ยืนหยัดฟัดกับฝ่ายทหาร จนอายุ 25 ปีก็วางอาวุธออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ไม่ต่างจากสหายบันดาลหรือป้าเย็นอายุ 69 ปี มีหน้าที่ต่างจากสหายสาลิกา รายนี้เป็นฝ่ายจัดหาเสบียงอาหาร เวลานั่งกินข้าวจะนั่งกัน 4 ทิศ และไม่ได้มองที่อาหารเพียงอย่างเดียว สมมตินั่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ จ้ำข้าวคำหนึ่งก็ต้องมองไปฝั่งตรงข้ามที่ตนนั่งอยู่ มือข้างหนึ่งกำอาวุธปืนสงครามไว้แน่น หากมีฝ่ายทหารรุกเข้ามาก็จะทิ้งชามหลบเข้าโขดหินสาดกระสุนใส่กัน ก่อนจะร่นถอยไปในป่าลึก ฝ่ายทหารก็ไม่ผลีผลามเพราะไม่ชำนาญพื้นที่

การสำรวจถ้ำแกลบครั้งนี้ ได้มัคคุเทศก์วัยประถม 2 คน คือน้องซี อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 และน้องนนท์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 มาร่วมสร้างสีสันด้วย ทั้งคู่เป็นเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น เกิดและโตในพื้นที่ที่แวดล้อมด้วยป่าเขาลำเนาไพร จึงรู้เส้นทางการเดินขึ้นภูพานน้อยเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งรู้เรื่องราวจากคำบอกเล่าของปู่ย่าตายาย รวมถึงสิ่งเร้นลับในป่า เด็กน้อยทั้งสองจึงซึมซับ บ่อยครั้งที่เดินตามหลังผู้ใหญ่ขึ้นเขา ได้สัมผัสสถานที่จริงไม่อิงนิยาย จึงกลายเป็นผู้ชำนาญผืนป่าตั้งแต่ยังเยาว์วัย
ระหว่างการเดินไปยังถ้ำแกลบ ผู้ร่วมสำรวจได้เพลิดเพลินกับการเก็บเห็ดไค ซึ่งเป็นเห็ดป่าขึ้นโดยธรรมชาติ เสน่ห์ของเห็นไคมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ขึ้นโผล่จากดินตามซอกหิน หรือบริเวณที่มีใบไม้ปกคลุม ทีมสำรวจต่างรู้สึกตื่นเต้น เดินเก็บเห็ดจนลืมเมื่อยกันเลยทีเดียว
ทั้งนี้หินภูพานจัดอยู่ในจำพวกหินทราย และ หินตะกอน ส่วนหนึ่งบริเวณนั้นมีหินซ้อนเรียงกัน รูปร่างคล้ายดอกเห็ดที่เบ่งบานเต็มที่ หรือคล้ายสัตว์เช่นเต่า นก เป็นต้น หินเหล่านี้อยู่กระจายไปทั่วบริเวณ โดยระหว่างทางมัคคุเทศก์น้อยจะเล่าที่มาที่ไป เช่น ใต้ชะง่อนหินบางก้อน เคยมีพระธุดงค์มานั่งภาวนา โดยชี้ร่องรอยให้เห็นเป็นหลักฐาน ขณะที่สหายสาลิกากับสหายบันดาล เล่าเสริมว่านอกจากเป็นที่ปลีกวิเวกพระภิกษุแล้ว ช่วงสู้รบยังใช้เป็นที่หลบระเบิดจากเครื่องบินหย่อนลงมาอีกด้วย
ส่วนถ้ำแกลบเป้าหมายของทีมสำรวจ กลับมีความแตกต่างจากหินดอกเห็ดโดยสิ้นเชิง ลักษณะเป็นแท่งตรงคล้ายเสาหิน สหายสาลิกาได้นำไก่ต้มที่เตรียมจากพื้นล่าง ทำพิธีขอขมาบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา รวมถึงสหายที่เสียชีวิตรอบบริเวณนี้ ได้รับรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ โดยถ้ำแกลบมีช่องหรือปากรูที่เรียกว่าถ้ำอยู่ตรงกลาง พอดีหลวมตัวคน สามารถหย่อนตัวลงไปได้ โดยหลุมหรือถ้ำมีความลึกประมาณ 4 เมตร

สหายสาลิกาเล่าถึงความสำคัญของถ้ำแกลบว่า ใช้เป็นที่ซ่อนเสบียง เสื้อผ้า อาวุธต่างๆ เวลาทหารขึ้นมาก็จะมองไม่เห็น จึงรอดจากการตรวจค้นทุกครั้งเสมอไป อดีตสหายจึงเชื่อว่าถ้ำแกลบมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ทุกครั้งที่พรานป่าหรือชาวบ้านละแวกใกล้เคียงก็ดี ถ้าต้องเดินผ่านถ้ำแกลบต้องจุดธูปแสดงความเคารพบอกกล่าวทุกครั้ง นอกจากนี้ตอนที่ยืนอยู่หน้าถ้ำแกลบ สามารถมองเห็นห้วยก้านเหลือง เจดีย์โฆสปัญโญ อ.ปลาปาก จ.นครพนม และ องค์พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม ได้ชัดเจนพอสมควร
ทำไมถึงเรียกถ้ำแกลบ สหายสาลิกาเล่าว่าเมื่อก่อนที่ก้นหลุม มีแกลบไม่รู้มาจากไหนอยู่เต็ม ทั้งที่บริเวณพื้นล่างไม่มีโรงสีตั้งอยู่เลย ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าถ้ำแห่งนี้เป็นโรงสีผี ปัจจุบันไม่มีแกลบให้เห็นแล้ว แต่ช่วงวันพระใหญ่ จะมีคนเห็นแสงไฟลอยออกจากปากถ้ำประจำ ถือเป็นสิ่งอัศจรรย์วันพระที่ผู้พบเห็นแสงไฟ ยกมือสาธุขอพรให้ปกปักรักษา
หลังจากได้สัมผัสถ้ำแกลบแล้ว มัคคุเทศก์น้อยยังจะชวนให้เดินเข้าป่าลึกไปอีก เพื่อชมสุสานโบราณ ที่พรานป่าพบโดยบังเอิญ เป็นโครงกระดูกมนุษย์สูงประมาณ 2 เมตร 30 เซนติเมตร ถูกฝังพร้อมดาบยาวเมตรเศษ มีลักษณะปลายโง้งคล้ายเคียว และมีเงี่ยงที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่งจะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป
ทั้งนี้ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม จะได้นำเรื่องราวดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดนครพนม เพื่อบรรจุเข้าแผนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม รวมถึงวิถีของอดีตสหายดาวแดง แบบวงล้อมเปิบข้าวเล่าความหลัง ก่อนเดินขึ้นเขาสัมผัสเรื่องลี้ลับถ้ำแกลบ โดยเฉพาะนักล่าอาถรรพ์ไม่ควรพลาด ยิ่งมีมัคคุเทศก์น้อยสองคนไปด้วย รับรองตลอดเส้นทางนี้ไม่มีเหงาแน่นอน.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์การกุศล เชิดชูเกียร ติคนดีศรีวัฒนธรรม
2112
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อบจ.พัทลุง อนุมัติงบฯ 6,028,000 บาท สมทบโครงการก่อสร้างอาคารเรียน 5 ขั้น ร.ร.อุบลรัตนราชกัญญา ราชวิทยาลัยพัทลุง
1908
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

พช.นครพนม จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ “โคก หนอง นา”
1640
เศรษฐกิจ-สังคม

กทม. เผยคาดถนนสายหลักแห้ง 90% ใน 2 วัน เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะ “คลองจั่น-ร่มเกล้า” พร้อมส่งทีมด่านหน้าเก็บตกชุมชนซอยลึก

