“ยศนัน" ปธ.เปิดประตูให้นักท่องเที่ยวเข้าชม "มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ชูสวนนานาชาติ 32 สวน
1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:30:00
2488
“ยศนัน" ปธ.เปิดประตูให้นักท่องเที่ยวเข้าชม "มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ชูสวนนานาชาติ 32 สวน - ไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่บริเวณจัดงาน "มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569" Thani International Horticultural Expo 2026) พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในกิจกรรมเปิดประตูต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมงาน "มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569"เป็นวันแรก ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2569 – 14 มี.ค. 2570 รวม 134 วัน จัดโดยกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดอุดรธานีและภาคีเครือข่าย โดยมี นายณฐพล วิถี รอง ผวจ. อุดรธานี ผู้แทน AIPH นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทิม ไบรเออร์คลิฟฟ์ (Mr. Tim Briercliffe) เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ข้าราชการพ่อค้าประชาชนจากหลายหน่วยงาน คอยให้การต้อนรับ
หลังจากที่ นายณฐพลฯ กล่าวต้อนรับในฐานะชาวอุดรธานี แล้ว นายทิม ฯ กล่าวในนามตัวแทนของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ขอแสดงความยินดีกับประเทศไทยและทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันผลักดันการจัดงาน 'มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569' ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ต่อจากนั้น นายรพีภัทร์ ได้กล่าวรายงานว่า "มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ถือเป็นวาระแห่งชาติและเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานหลัก ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดงานจนสามารถเปิดต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นทางการในวันนี้ บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด 'ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน' โดยมีสวนนานาชาติรวม 32 สวน แบ่งเป็นสวนภายนอกและภายในอาคารประเกทละ 16 ส่วน พร้อมด้วยสวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน ถ่ายทอดความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากทั่วโลก ให้ประชาชนได้สัมผัสความหลากหลายของพืชสวนระดับนานาชาติภายในงานเดียว"
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่ 1.โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตรพร้อมบริการข้อมูลและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความหลากหลายของพรรณไม้และอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเรือนอีสาน 3.โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4.โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจกสำหรับนิทรรศการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการจัดแสดงสวนนานาชาติ โรงเรือนไม้ในร่ม และโรงเรือนพืชทะเลทราย 5.โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทินิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนบัว และคาร์บอนเครดิต และ 6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการขยายพันธุ์พืช ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสธรรมชาติควบคู่การเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม

อีกไฮไลต์คือสถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่อาคารประชาสัมพันธ์หรือ"อาคารรูปไห"ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้น ดินเผาบ้านเชียงและข้องใส่ปลา อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตโตรย "พระพุทธภัทรบรมสุข" พร้อมนิทรรศการ "ผลพระคุณ ธ รักษา" และ "134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้"อาคารอำนวยการ หรือ "อาคารรูปไซ" ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน อาคารเรือนกระจก ที่นำแนวคิด "เฮือนแฝด" มาผสานการออกแบบร่วมสมัย และ หมู่บ้านอีสาน ที่จำลองเรือนพื้นถิ่น ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวอีสาน
ภายในงานยังมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมนิทรรศการพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการเกษตร นอกจากนี้ ยังมี การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ณ "ลานตุ้มโฮม" ตลอด 134 วัน รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ พร้อมเลือกซื้ออาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก “ตลาดชุมชนริมน้ำ” มีร้านค้าท้องถิ่นหมุนเวียน 50 ร้าน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่ส่งเสริมการลดใช้พลาสติกและคัดขยะ

นายรพีภัทร์ กล่าวรายงานต่อไปว่า การจัดงานให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด การบริหารจัดการทรัพยากร และขยะอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามแนวทาง ISO 2012 และ ESG โดยได้รับการรับรอง Carbon Neutral Self-Declaration พร้อมจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเมืองสีเขียวและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านความยั่งยืน อีกทั้งวางแผนพัฒนาพื้นที่หลังสิ้นสุดงานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ และสวนสาธารณะ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว
ศ.ดร.ยศชบัน กล่าวว่า วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทยและอุดรธานี ในการเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกสู่มหกรรมพืชสวนโลก ระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมยกระดับอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้มหกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก นวัตกรรมการเกษตร และเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน เพื่อให้มหกรรมแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว.
