“กรณ์” ร่วมถก WorldBank ในเวทีโอกาสสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ชี้ไทยมีศักยภาพสูงก้าวสู่ “ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลภูมิภาค
14 ตุลาคม 2569 เวลา 08:20:00
2525
“กรณ์” ร่วมถก WorldBank ในเวทีโอกาสสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ชี้ไทยมีศักยภาพสูงก้าวสู่ “ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลภูมิภาค” ดัน Asset Tokenization – Stablecoin สร้างโอกาสเศรษฐกิจที่จับต้องได้
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสจัดงานสัมมนาร่วมกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานกับการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลและโอกาสในการพัฒนาระบบการเงินของประเทศไทย
นายกรณ์ ระบุว่า การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการฉายภาพความพร้อมของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนธนาคารโลก (World Bank) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักของไทย ได้แก่ ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคุณนวลพรรณ ภวสันต์ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและกรอบการกำกับดูแลที่เข้มแข็งของไทย

สำหรับทิศทางการเงินในอนาคต นายกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีใหม่อย่าง Asset Tokenization (การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล) และ Stablecoins (คริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าคงที่) กำลังเข้ามาเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ระบบการเงินระดับโลก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำธุรกรรม การขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ
“ในฐานะผู้แทนประชาชน ผมพร้อมสนับสนุนทุกเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพ การยกระดับมาตรการป้อง กันการหลอกลวงประชาชน ตลอดจนการเปิดโอกาสและขยายช่องทางการลงทุนใหม่ๆ ให้กับคนไทย” นายกรณ์ กล่าว

สำหรับทิศทางการเงินในอนาคต นายกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีใหม่อย่าง Asset Tokenization (การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล) และ Stablecoins (คริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าคงที่) กำลังเข้ามาเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ระบบการเงินระดับโลก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำธุรกรรม การขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ
“ในฐานะผู้แทนประชาชน ผมพร้อมสนับสนุนทุกเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพ การยกระดับมาตรการป้อง กันการหลอกลวงประชาชน ตลอดจนการเปิดโอกาสและขยายช่องทางการลงทุนใหม่ๆ ให้กับคนไทย” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวสรุปว่า หากประเทศไทยสามารถสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชนได้อย่างมีเอกภาพ ประเทศไทยจะมีศักยภาพสูงยิ่งในการก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์ กลางการเงินดิจิทัลแห่งภูมิภาค” และที่สำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจไทยในท้ายที่สุด.
