วิกฤตน้ำมันแพง “อัมพาตประมงไทย” สิ้นเดือนนี้จ่อหยุดเรือทั่วประเทศ “ต้นน้ำหาย ปลายน้ำหด”
23 มีนาคม 2569 เวลา 17:28:00
61
เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมสหกรณ์พัฒนาการประมงมหาชัย จำกัด (ตลาดทะเลไทย) หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ผู้ประกอบการภาคประมง,อุตสาหกรรมต่อเนื่องประมง,หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร,สมาคมการประมงฯ และผู้ประกอบการตลาดทะเลไทย ได้ร่วมกันแถลงผลกระทบอันเกิดจากภาวะวิกฤติน้ำมันแพง โดยมี นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ประธานสหกรณ์พัฒนาการประมงมหาชัย จำกัด ดร.ปรีชา ศิริแสงอารำพี ที่ปรึกษาอาวุโสหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายนคร หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร นายจุมพล ฆนวารี ประธานชมรมผู้ขายปลา จ.สมุทรสาคร นายพงศ์พัฒน์ ศิลาสุวรรณ ผู้ประกอบการแพปลา จ.สมุทรสาคร และคณะ ที่ได้ช่วยกันชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงภาพรวมของวิกฤตน้ำมันแพง และมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการทำประมง รวมถึงการขนส่งสินค้าอาหารทะเล โดย ณ ปัจจุบันมีเรือประมงจอดตายแล้วกว่า 30% หากภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ถ้ารัฐบาลยัง “แก้ไม่ตรงจุด” คือ ไม่สามารถหาน้ำมันมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคประมง ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมประมงต่อเนื่อง รวมไปถึงภาคการขนส่งอาหารทะเล ก็จะส่งผลกระทบทำให้เรือประมงต้องหยุดเรือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศอย่างแน่นอน และไม่เพียงแค่นั้น

นางอำไพฯ และ ผู้ร่วมแถลงข่าว ได้ร่วมกันชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือประมง ณ ขณะนี้ เข้าขั้น “วิกฤตขั้นสุด” น้ำมันขาดแคลน แม้จะมีเงินก็หาซื้อน้ำมันไม่ได้ เนื่องจากซัพพลายในตลาดหายไป และกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายย่อย ก็ไม่สามารถหาของมาส่งให้เรือประมงได้ ทำให้ราคาน้ำมันเขียวขยับพุ่งไปแตะไปที่ 40.80 บาทต่อลิตร (เงินสด) และ ราคา 40.90 บาท (เครดิต 10 วัน) จนชาวประมงแบกรับภาระไม่ไหวต้องหยุดทำการประมงในหลายพื้นที่ของ 22 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศไทย โดยตอนนี้หยุดไปแล้วราวๆ 30 - 50% โดยเฉพาะเรืออวนลากที่มีต้นทุนการใช้น้ำมันสูงสุด ก็ต้องหยุดทำมาหากินก่อนเป็นอันดับแรกๆ ตลอดจนเรือประมงชายฝั่งที่ไม่สามารถหาน้ำมันมาใส่เรือได้ ก็จะต้องยุติอาชีพการประมงไปเช่นเดียวกัน
“หากเรือประมงหยุดวิ่ง จะเกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ (Supply Chain) ที่รุนแรงกว่าช่วงโควิด-19 หลายเท่า เพราะถ้าเรือประมงหยุดจับปลา แรงงานประมงและลูกจ้างที่เกี่ยวเนื่องทุกประเภทก็จะตกงาน ตลาดค้าอาหารทะเลจะเกิดภาวะซบเซา เช่น ตลาดปลาของตลาดทะเลไทย ปัจจุบันยอดขายลดลงกว่า 60% เป็นต้น และหากเกิดผลระยะยาว ทางด้านของโรงงานแปรรูปอาหารทะเลกว่า 6,000 - 7,000 แห่งในสมุทรสาคร จะไม่มีวัตถุดิบผลิตสินค้า ก็ต้องเกิดการเลิกจ้างงาน คนงานจะตกงานกว่า 1 แสนคน อาหารทะเลขาดแคลนราคาพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อร้านอาหาร โรงแรม และผู้บริโภคทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ภาคปศุสัตว์ เมื่อไม่มีปลา ก็ไม่มี “ปลาป่น” ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในอาหารสัตว์ ส่งผลให้ราคาเนื้อหมู เป็ด ไก่ ไข่ และ กุ้ง พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย”

นางอำไพฯ และ ผู้ร่วมแถลงข่าว ได้ร่วมกันชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือประมง ณ ขณะนี้ เข้าขั้น “วิกฤตขั้นสุด” น้ำมันขาดแคลน แม้จะมีเงินก็หาซื้อน้ำมันไม่ได้ เนื่องจากซัพพลายในตลาดหายไป และกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายย่อย ก็ไม่สามารถหาของมาส่งให้เรือประมงได้ ทำให้ราคาน้ำมันเขียวขยับพุ่งไปแตะไปที่ 40.80 บาทต่อลิตร (เงินสด) และ ราคา 40.90 บาท (เครดิต 10 วัน) จนชาวประมงแบกรับภาระไม่ไหวต้องหยุดทำการประมงในหลายพื้นที่ของ 22 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศไทย โดยตอนนี้หยุดไปแล้วราวๆ 30 - 50% โดยเฉพาะเรืออวนลากที่มีต้นทุนการใช้น้ำมันสูงสุด ก็ต้องหยุดทำมาหากินก่อนเป็นอันดับแรกๆ ตลอดจนเรือประมงชายฝั่งที่ไม่สามารถหาน้ำมันมาใส่เรือได้ ก็จะต้องยุติอาชีพการประมงไปเช่นเดียวกัน
“หากเรือประมงหยุดวิ่ง จะเกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ (Supply Chain) ที่รุนแรงกว่าช่วงโควิด-19 หลายเท่า เพราะถ้าเรือประมงหยุดจับปลา แรงงานประมงและลูกจ้างที่เกี่ยวเนื่องทุกประเภทก็จะตกงาน ตลาดค้าอาหารทะเลจะเกิดภาวะซบเซา เช่น ตลาดปลาของตลาดทะเลไทย ปัจจุบันยอดขายลดลงกว่า 60% เป็นต้น และหากเกิดผลระยะยาว ทางด้านของโรงงานแปรรูปอาหารทะเลกว่า 6,000 - 7,000 แห่งในสมุทรสาคร จะไม่มีวัตถุดิบผลิตสินค้า ก็ต้องเกิดการเลิกจ้างงาน คนงานจะตกงานกว่า 1 แสนคน อาหารทะเลขาดแคลนราคาพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อร้านอาหาร โรงแรม และผู้บริโภคทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ภาคปศุสัตว์ เมื่อไม่มีปลา ก็ไม่มี “ปลาป่น” ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในอาหารสัตว์ ส่งผลให้ราคาเนื้อหมู เป็ด ไก่ ไข่ และ กุ้ง พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย”

ทั้งนี้ ทางผู้ประกอบการฯ จึงวิงวอนขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการจัดหาน้ำมันดีเซล ในราคาเทียบเท่ากับหน้าปั๊ม หรือน้ำมันทดแทน ภายใน 7 - 10 วัน ตามที่ได้เคยมีการพูดคุยกับภาคประมงไว้แล้วนั้น ก่อนที่น้ำมันล๊อตสุดท้ายในเรือจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือนนี้ พร้อมกันนี้ก็อยากให้เร่งผลิตน้ำมัน B20 ออกมาให้ชาวประมงได้ใช้โดยเร็วที่สุด เพราะน้ำมันชนิดนี้จะมีราคาที่ถูกกว่าหน้าปั๊ม 5 บาท ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนให้แก่เรือประมงและภาคอุตสาหกรรมหรือภาคเกษตรกรรมได้แล้ว ยังเป็นการต่อลมหายใจให้กับชาวประมงไปได้อีกเฮือกหนึ่งด้วย
ด้านตัวแทนฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าพ้นวันที่ 30 มีนาคมนี้ไปแล้วรัฐยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทุกอย่างจะหยุดชะงักโดยอัตโนมัติ และกว่าจะฟื้นระบบกลับมาได้ต้องใช้เวลานานมหาศาล ซึ่งถึงตอนนั้นความเสียหายต่อ GDP ประเทศอาจประเมินค่าไม่ได้.
///////
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส

ด่วน !! ตำรวจ สภ.ปาย เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้พื้นที่พบลูกระเบิด ค.60 มม. ในลำน้ำ ต.เมืองแปง รอ EOD เข้าเก็บกู้
ข่าวประชาสัมพันธ์

บุรีรัมย์ ปืนเถื่อนยิงแสกหน้าพลทหารดับหน้าบ้าน หลาน 17ซวย ถูกลูกหลงเจ็บ คาดเขม่นคู่อริ
2219
อาชญากรรม

สามวิทยาลัยนาฏศิลป “นคร ร้อย สินธุ์” จัดการแสดงมหกรรมศิลปวัฒนธรรม "ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน" โขน กิน กุ้ง
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง
1718

"ตั้ม บ้าพลัง” บุก บช.ก. แจ้งความ กกต.เสียงข้างมาก ปมมติคดีฮั้วสว. จี้สอบการปฏิบัติหน้าที่“
2179
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว







