top of page

ทีมนักวิจัย ม.อุบลฯ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน“ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม”

20 มกราคม 2569 เวลา 04:30:00

4

eye.png

      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย คณะผู้วิจัยโครงการวิจัย “การสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน” ทุนอุดหนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรา  หัตถสิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผู้จัดการโครงการวิจัยฯ พร้อมคณะผู้วิจัยฯ ลงพื้นที่เชิญชวน แม่สนิท  สินทิพย์ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เข้าร่วมโครงการ

กล่องสีขาว.jpg

     กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่โดดเด่นในการผลิตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยบรรพบุรุษของสมาชิกกลุ่มได้ปลูกฝ้ายตามริมแม่น้ำโขงมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ในส่วนของผู้ชายจะหาปลาและผู้หญิงปลูกฝ้าย ซึ่งฝ้ายและปลาที่มีก็จะมีการนำไปแลกเปลี่ยนกับหมู่บ้านอื่น ๆ ในสมัยที่ยังไม่มีถนนหนทาง แม่สนิท  สินทิพย์ (ประธานกลุ่ม) ได้นำความรู้และภูมิปัญญาของพ่อแม่มารวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มในปี พ.ศ. 2541 โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 21 คน กลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2548 ตามคำแนะนำของหน่วยงานพัฒนาชุมชน เริ่มต้นด้วยการระดมหุ้นคนละ 100 บาท มีการปันผลให้สมาชิกทุก 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้มีการแบ่งปันในรูปแบบดอกเบี้ย ได้รับเงินกู้จากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)" และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาชุมชน, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชมงคล และอุตสาหกรรมจังหวัด ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และการอบรม

 

    แหล่งที่มาของฝ้าย กลุ่มจะปลูกฝ้ายเองริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ฝ้ายชายโขง" ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ ฝ้ายที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นบ้านโบราณ ไม่มีการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือใช้สารเคมีใด ๆ การปลูกจะทำเมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ในการเก็บเกี่ยว การเก็บดอกฝ้ายในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน (ประมาณ 3-4 เดือนหลังปลูก) ต้องเก็บในช่วงที่ไม่มีฝนตก เพราะความชื้นจะทำให้ดอกฝ้ายเน่า การทำความสะอาดดอกฝ้ายที่เก็บเกี่ยวมา โดยการแยกสิ่งสกปรก เช่น เศษไม้ เศษหญ้า หรือใบฝ้ายออก จากนั้น นำอิ้วฝ้าย(ปั่นฝ้าย) นำฝ้ายไปอิ้ว (กระบวนการแยกเมล็ดออกจากเส้นใย) โดยใช้เครื่องมือโบราณที่หายากในปัจจุบัน เมื่ออิ้วฝ้ายเสร็จแล้วจะดีดฝ้าย นำฝ้ายที่อิ้วแล้วไปดีดให้เป็นปุยล้อฝ้ายและเข็นด้าย นำฝ้ายที่ดีดแล้วมาล้อ และเข็นเป็นเส้นด้ายบนเหล็กไนหรือหลา สมาชิกในกลุ่มจะรับผิดชอบการเข็นด้ายและนำมาขายให้กับกลุ่ม ซึ่งกลุ่มจะซื้อเส้นด้ายฝ้ายขาวจากสมาชิกในราคา 300 บาท/กิโลกรัม การเตรียมเส้นด้ายก่อนย้อม เส้นด้ายฝ้ายที่เข็นแล้วจะถูกนำไปแช่น้ำค้างคืนเพื่อให้เป็นสีขาว การย้อมสีธรรมชาติ มีเอกลักษณ์สำคัญ กลุ่มย้อมสีผ้าด้วย สีธรรมชาติ 100% เท่านั้น โดยไม่มีการใช้สารเคมีหรือสีสังเคราะห์ผสมเด็ดขาด

กล่องสีขาว.jpg

     กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่โดดเด่นในการผลิตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยบรรพบุรุษของสมาชิกกลุ่มได้ปลูกฝ้ายตามริมแม่น้ำโขงมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ในส่วนของผู้ชายจะหาปลาและผู้หญิงปลูกฝ้าย ซึ่งฝ้ายและปลาที่มีก็จะมีการนำไปแลกเปลี่ยนกับหมู่บ้านอื่น ๆ ในสมัยที่ยังไม่มีถนนหนทาง แม่สนิท  สินทิพย์ (ประธานกลุ่ม) ได้นำความรู้และภูมิปัญญาของพ่อแม่มารวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มในปี พ.ศ. 2541 โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 21 คน กลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2548 ตามคำแนะนำของหน่วยงานพัฒนาชุมชน เริ่มต้นด้วยการระดมหุ้นคนละ 100 บาท มีการปันผลให้สมาชิกทุก 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้มีการแบ่งปันในรูปแบบดอกเบี้ย ได้รับเงินกู้จากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)" และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาชุมชน, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชมงคล และอุตสาหกรรมจังหวัด ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และการอบรม

 

    แหล่งที่มาของฝ้าย กลุ่มจะปลูกฝ้ายเองริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ฝ้ายชายโขง" ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ ฝ้ายที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นบ้านโบราณ ไม่มีการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือใช้สารเคมีใด ๆ การปลูกจะทำเมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ในการเก็บเกี่ยว การเก็บดอกฝ้ายในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน (ประมาณ 3-4 เดือนหลังปลูก) ต้องเก็บในช่วงที่ไม่มีฝนตก เพราะความชื้นจะทำให้ดอกฝ้ายเน่า การทำความสะอาดดอกฝ้ายที่เก็บเกี่ยวมา โดยการแยกสิ่งสกปรก เช่น เศษไม้ เศษหญ้า หรือใบฝ้ายออก จากนั้น นำอิ้วฝ้าย(ปั่นฝ้าย) นำฝ้ายไปอิ้ว (กระบวนการแยกเมล็ดออกจากเส้นใย) โดยใช้เครื่องมือโบราณที่หายากในปัจจุบัน เมื่ออิ้วฝ้ายเสร็จแล้วจะดีดฝ้าย นำฝ้ายที่อิ้วแล้วไปดีดให้เป็นปุยล้อฝ้ายและเข็นด้าย นำฝ้ายที่ดีดแล้วมาล้อ และเข็นเป็นเส้นด้ายบนเหล็กไนหรือหลา สมาชิกในกลุ่มจะรับผิดชอบการเข็นด้ายและนำมาขายให้กับกลุ่ม ซึ่งกลุ่มจะซื้อเส้นด้ายฝ้ายขาวจากสมาชิกในราคา 300 บาท/กิโลกรัม การเตรียมเส้นด้ายก่อนย้อม เส้นด้ายฝ้ายที่เข็นแล้วจะถูกนำไปแช่น้ำค้างคืนเพื่อให้เป็นสีขาว การย้อมสีธรรมชาติ มีเอกลักษณ์สำคัญ กลุ่มย้อมสีผ้าด้วย สีธรรมชาติ 100% เท่านั้น โดยไม่มีการใช้สารเคมีหรือสีสังเคราะห์ผสมเด็ดขาด

กล่องสีขาว.jpg

     แหล่งวัตถุดิบ ใช้เปลือกไม้และพืชจากท้องถิ่น เช่น เปลือกก่อ เปลือกดู่ เปลือกเค็ง การหาวัตถุดิบมาจากในนาของตนเอง ไม่ต้องไปหาที่อื่น ความหลากหลายของสี สามารถผลิตได้หลายสีจากเปลือกไม้ต่าง ๆ เช่น เปลือกก่อและเปลือกดู่ให้สีน้ำตาลเข้ม เป็นต้น กระบวนการย้อม การเตรียมน้ำย้อม นำเปลือกไม้มาต้มในน้ำค้างคืน จากนั้นนำเปลือกไม้ออกก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เศษเปลือกไม้ติดเส้นฝ้าย การย้อมเส้นด้าย นำเส้นด้ายฝ้ายที่เตรียมไว้ลงไปต้มแช่ในน้ำย้อมที่เย็นแล้ว ประมาณ 1 คืน การแช่นานขึ้นจะช่วยให้สีติดทนทานมากขึ้น การเพิ่มความคงทนของสี เลือกใช้ต้นไม้ที่มีอายุมากมาใช้ในการย้อมเพื่อให้ได้สีที่คงทนกว่า การปรับสี สามารถเปลี่ยนสีได้โดยการเติมสารส้ม ปูน หรือสนิมลงไป เช่น ย้อมสีเหลืองแล้วนำไปแช่ในสารส้มหรือปูน สีก็จะเปลี่ยนไป ในส่วนของการย้อมคราม จะใช้ใบของต้นครามที่ปลูกเอง นำใบครามสดมาแช่น้ำ (น้ำธรรมชาติ) หมักไว้ 1 คืน หากแช่นานเกินไปครามจะเน่า เมื่อแช่ได้ที่แล้ว จะนำครามออกและนำมา กวน พร้อมเติม ปูน เพื่อให้เกิดเนื้อคราม ครามที่ได้จะให้สีครามที่ใสและเป็นสีฟ้า แตกต่างจากครามของที่อื่นที่มักจะเป็นสีดำหรือสีเข้ม ความท้าทายของสีธรรมชาติ สีที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู หรือแม้แต่จากต้นไม้ชนิดเดียวกัน เนื่องจากอิทธิพลของน้ำฝนและความชื้น ดังนั้น จึงไม่สามารถผลิตสีให้ตรงตามออเดอร์เป๊ะ ๆ ได้

 

   ในอดีตที่ผ่านมา “กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม” ทอเพียงผ้าขาวม้าและผ้าซิ่น โดยมีลวดลายแบบดั้งเดิม เช่น ลายหมี่ ลายขอ ลายดอกพิกุล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการพัฒนาและออกแบบลวดลายใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดเสื้อ ผ้าถุง เปลนอน พรมเช็ดเท้า และพวงกุญแจ ลวดลายเอกลักษณ์ลายผาแต้ม กลุ่มได้นำลวดลายจากภาพเขียนสีโบราณที่ผาแต้ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ มาประยุกต์ใช้ในผืนผ้า ลวดลายเหล่านี้รวมถึงรูปปลา และสุ่ม (เครื่องดักปลา) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านบ้านกุ่ม ลายผาแต้มถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเท่านั้น ลายผาแต้มจะใช้สีเฉพาะที่ได้จากเปลือกไม้ที่เข้ากับสีบนผนังผาแต้ม ลายเกล็ดเต่า เป็นลายโบราณที่ทำบนฟืม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (โดยเฉพาะอาจารย์จิต) ได้เข้ามาช่วยออกแบบลวดลายและฝึกสอนเทคนิคการทอให้ รวมถึงการทำลวดลายให้ขึ้นอยู่กับฟืมและเทคนิคการทอของผู้ทอ

 

    สำหรับกระบวนการผลิต สมาชิกแต่ละคนจะทอผ้าที่บ้านของตนเอง เมื่อทอเสร็จแล้วจะนำมารวมกันที่กลุ่มเพื่อจำหน่ายในราคาเดียวกัน และในส่วนมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการออกจำหน่าย ในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรมจังหวัดจะนำสินค้าของกลุ่มไปตรวจสอบคุณภาพ เช่น มาตรฐานสี ความยาว และขนาดของผืนผ้า ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างผ้าไปทดสอบสารเคมี และสีจะจางลงหรือไม่ การทดสอบจะเกิดขึ้นทุก ๆ 3 - 4 ปี โดยต้องส่งผ้าผืนใหม่ไปทดสอบ ผ้าที่ส่งไปทดสอบจะไม่ได้รับคืน สำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจะได้รับการคัดสรรและจัดระดับดาว จะเริ่มตั้งแต่ ระดับ 3 ดาว ถึง ระดับ 5 ดาว ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มได้รับ มาตรฐาน 5 ดาว สำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าปูโต๊ะและผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่ ใบรับรองมาตรฐาน 5 ดาว มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ในส่วนของการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผลิตสินค้าป้อนให้กับผู้จัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง สินค้าถูกนำไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าสำคัญ เช่น งานที่เมืองทองธานี และงานแห่เทียน มีการจำหน่ายในราคาที่เพิ่มมูลค่าขึ้น โดยเฉพาะลายผาแต้มที่ขายปลีกในราคา 500 บาท และราคาส่ง 350 บาท ปัจจุบันมีการนำสินค้าไปจำหน่ายในจังหวัดอื่น ๆ เช่น ขอนแก่น และโคราช โดยร่วมกับกรมอุทยานธรณีของ อบจ.

 

    กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเปรียบเสมือน ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกในดินแดนแห่งภูมิปัญญา ที่ไม่เพียงแต่เติบโตจากน้ำพักน้ำแรงของคนในท้องถิ่น แต่ยังแตกกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างแข็งแกร่งด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมและการสนับสนุนจากภายนอก ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไม่เป็นเพียงแค่ผืนผ้า แต่เป็นเรื่องราวของชุมชนที่ถูกถักทอด้วยความภาคภูมิใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก โครงการวิจัย "การสืบสานและต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน" โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อการพัฒนาระดับพื้นที่  (บพท)

 

   สนใจผลิตภัณฑ์ “ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม” ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ แม่สนิท  สินทิพย์ ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และประธานกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม เบอร์โทรศัพท์ 06-3043-0483 


#ทิพย์วรรณ  เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ ม.อุบลฯ ภาพ/ข่าว

กัลฟ์ เอ็มทีพี ร่วมสืบสาน “บุญข้าวหลาม” วิถีชุมชนมาบตาพุด–บ้านฉาง สืบทอดกว่า 100 ปี

กัลฟ์ เอ็มทีพี ร่วมสืบสาน “บุญข้าวหลาม” วิถีชุมชนมาบตาพุด–บ้านฉาง สืบทอดกว่า 100 ปี

ข่าวประชาสัมพันธ์

เตือนระวังภัยใกล้ตัว!! รวบโจรมอมยา คุณตาวัย 84 บนรถเมล์ สลบ3 วัน ทรัพย์สินสูญหายรวม 2.5 แสนบาท

เตือนระวังภัยใกล้ตัว!! รวบโจรมอมยา คุณตาวัย 84 บนรถเมล์ สลบ3 วัน ทรัพย์สินสูญหายรวม 2.5 แสนบาท

2

eye.png

อาชญากรรม

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม จัดประกวดและมอบมงกุฎนางสาวไทย 2569

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

6

eye.png
กปน.9 หน่วยเลือกตั้งห่างไกลชายขอบ รับหีบบัตรเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ แม่ฮ่องสอน เขต 2  ก่อนล่วงหน้า 1 วัน

กปน.9 หน่วยเลือกตั้งห่างไกลชายขอบ รับหีบบัตรเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ แม่ฮ่องสอน เขต 2 ก่อนล่วงหน้า 1 วัน

5

eye.png

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

18

eye.png

ไอที-ยานยนต์

4

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวเศรษฐกิจ-สังคมทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ทีมนักวิจัย ม.อุบลฯ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน “คุ้กกี้ปลาอีตู๋”

5 ธันวาคม 2568 เวลา 03:45:00

41

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

“ฮาร์เบอร์แลนด์” บุกตลาดหัวหิน ทุ่มงบกว่า 100 ล้าน เนรมิตสนามเด็กเล่นในพื้นที่กว่า 3,500 ตรม.บนห้างบลูพอร์ต

3 ธันวาคม 2568 เวลา 10:45:00

28

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ขอนแก่น ร่วมทำบุญตักบาตร วันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

5 ธันวาคม 2568 เวลา 03:45:00

3

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ศูนย์รวมเซียนพระ !! ​ตลาดพระเครื่องในจ.อุดรธานี กลับมาคึกคักอีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์การแลกเปลี่ยน-ซื้อขายที่เฟื่องฟูอย่างเห็นได้ชัด

3 ธันวาคม 2568 เวลา 06:30:00

15

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ของดีเมืองสามหมอก ...ที่ตำบลห้วยห้อม "เครื่องเงินบ้านละอูบ"สวยงามร่วมสมัย

4 ธันวาคม 2568 เวลา 08:30:00

11

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

“เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 27 ชูคอนเซ็ปต์เด็ด “กินปลาทูแล้วอายุยืนหมื่นปี”

2 ธันวาคม 2568 เวลา 12:45:00

12

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นพ.สสจ.นครพนม’ มอบรางวัล "ทีม รพ.นาหว้า" คว้าแชมป์แข่งทักษะการแพทย์ฉุกเฉินระดับจังหวัด

4 ธันวาคม 2568 เวลา 08:30:00

6

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

พลังน้ำใจจากชาวนครนายก ส่งต่อความห่วงใยสู่พี่น้องชาวภาคใต้

2 ธันวาคม 2568 เวลา 11:15:00

6

eye.png
bottom of page