top of page

SCGC จับมือ GC ผนึกกำลังปิโตรเคมีไทย ตั้งเป้าติด TOP 10 โลก คาดสร้างประโยชน์เพิ่มปีละ 150-200 ล้านดอลลาร์

29 ตุลาคม 2569 เวลา 15:30:00

2751

eye.png

เศรษฐกิจ-สังคม

ระยอง – สองยักษ์ใหญ่ปิโตรเคมีไทย บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคอาเซียน พร้อมผลักดันธุรกิจพอลิโอเลฟินส์ก้าวสู่ 1 ใน 10 ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อพิจารณาจากกำลังการผลิต คาดสร้างประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกันเพิ่มขึ้นปีละ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท โดยทยอยรับรู้ประโยชน์ได้เต็มที่ภายในประมาณ 3 ปี และคาดจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2570


การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสององค์กรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ฐานการผลิต ความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงเครือข่ายลูกค้าและตลาดทั่วโลก เพื่อสร้างธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง รองรับการแข่งขันในตลาดโลกที่ยังเผชิญความผันผวนและกำลังการผลิตส่วนเกิน


สำหรับบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ คาดว่าจะมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวมประมาณ 7.1 ล้านตันต่อปี พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ประเทศไทยในการแข่งขันกับผู้ผลิตปิโตรเคมีจากต่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อเนื่องและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว


นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายต่อยอดพื้นที่มาบตา พุด ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสำคัญของประเทศไทย ให้ก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตปิโตรเคมีของอาเซียน โดยเชื่อมโยงฐานการผลิตเข้ากับความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของทั้ง GC และ SCGC เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทย รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของตลาด และเพิ่มโอกาสการแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดส่งออก

กล่องสีขาว.jpg

ขณะที่ SCGC มีความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products: HVA) เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อเปลี่ยนแนวคิดและโจทย์ทางธุรกิจให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำออกสู่ตลาดได้จริง ผ่าน i2P Center (Ideas to Products) หรือศูนย์นวัตกรรมครบวงจร


การผสานศักยภาพของทั้งสองบริษัทจะเปิดโอกาสให้พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ขยายฐานลูกค้า และสร้างโซลูชันใหม่สำหรับอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโต เช่น ยานยนต์ พลังงานแสงอาทิตย์ วัสดุก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์อุตสาห กรรมเฉพาะทาง โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจปลายน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน ธุรกิจใหม่ยังจะได้ประโยชน์จากเครือข่ายตลาดและฐานลูกค้าที่ครอบคลุมทั่วโลก เพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว


ใช้ฐานผลิตมาบตาพุดร่วมกัน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ฐานการผลิตของทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ใกล้กันในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สำคัญของประเทศ จึงเปิดโอกาสให้บริหารจัดการวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทั้งระบบท่อส่งวัตถุดิบ ระบบสาธารณูปโภค และระบบสนับสนุนการผลิต ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของแต่ละองค์กรมาใช้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


สำหรับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน หรือ Synergy ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีนั้น มาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน การเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและกระบวนการผลิต โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้ประโยชน์ได้เต็มที่ภายในประมาณ 3 ปี

กล่องสีขาว.jpg

ขณะที่ SCGC มีความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products: HVA) เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อเปลี่ยนแนวคิดและโจทย์ทางธุรกิจให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำออกสู่ตลาดได้จริง ผ่าน i2P Center (Ideas to Products) หรือศูนย์นวัตกรรมครบวงจร


การผสานศักยภาพของทั้งสองบริษัทจะเปิดโอกาสให้พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ขยายฐานลูกค้า และสร้างโซลูชันใหม่สำหรับอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโต เช่น ยานยนต์ พลังงานแสงอาทิตย์ วัสดุก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์อุตสาห กรรมเฉพาะทาง โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจปลายน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน ธุรกิจใหม่ยังจะได้ประโยชน์จากเครือข่ายตลาดและฐานลูกค้าที่ครอบคลุมทั่วโลก เพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว


ใช้ฐานผลิตมาบตาพุดร่วมกัน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ฐานการผลิตของทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ใกล้กันในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สำคัญของประเทศ จึงเปิดโอกาสให้บริหารจัดการวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทั้งระบบท่อส่งวัตถุดิบ ระบบสาธารณูปโภค และระบบสนับสนุนการผลิต ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของแต่ละองค์กรมาใช้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


สำหรับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน หรือ Synergy ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีนั้น มาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน การเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและกระบวนการผลิต โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้ประโยชน์ได้เต็มที่ภายในประมาณ 3 ปี

กล่องสีขาว.jpg

ผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน การใช้สินทรัพย์อย่างคุ้มค่า และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรับมือกับสถานการณ์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกที่เผชิญทั้งกำลังการผลิตส่วนเกินและความผันผวนของตลาด นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแล้ว การผนึกกำลังยังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน เพิ่มศักยภาพในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสด เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายธุรกิจในอนาคต


GC ถือหุ้น 56% SCGC ถือหุ้น 44% คาดตั้งบริษัทร่วมทุนครึ่งหลังปี 2570 สำหรับโครงสร้างธุรกรรม ทั้งสองบริษัทมีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ โดย GC ถือหุ้นในสัดส่วน 56% และ SCGC ถือหุ้น 44% ผ่านการแลกเปลี่ยนหุ้นโดยไม่มีการชำระค่าตอบแทนเป็นเงินสด ขอบเขตธุรกรรมครอบคลุมสินทรัพย์และธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย รวมถึงหุ้นในบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้อง


โครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทร่วมทุนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจทางธุรกิจ และกำหนดระบบกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสัดส่วนการถือหุ้นของทั้งสองฝ่าย


ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนเสนอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent: CP) ซึ่งรวมถึงการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 จากนั้นจึงดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจตามขั้นตอนที่กำหนด หากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนครบถ้วน คาดว่าจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2570


การผนึกกำลังระหว่าง SCGC และ GC จึงไม่ใช่เพียงการขยายขนาดธุรกิจ แต่เป็นการนำจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ฐานการผลิต เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายตลาดมาสร้างความได้เปรียบใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย พร้อมเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางปิโตรเคมีของภูมิภาคที่สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน.

ตระการตา!! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณฯ

ตระการตา!! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณฯ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทนายเดชา ชี้ กรรมการ"มูลนิธิองค์กรทำดี"ถึงชิงลาออกก็ติดคุกได้ ย้ำโทษจำ 7 ปี ปรับเป็นแสน

1

eye.png

อาชญากรรม

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภาพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ

เปิดประตูคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก! “SAWASDEE TOKYO” ดัน 19 บริษัทไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพภาพยนตร์–ซีรีส์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

2660

eye.png
“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลอัดงบลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี แก้เรือลำใหญ่เข้าไม่ได้ ชี้ปล่อยยืดเยื้อทำประมงชายแดนใต้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลอัดงบลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี แก้เรือลำใหญ่เข้าไม่ได้ ชี้ปล่อยยืดเยื้อทำประมงชายแดนใต้เสียโอกาส

2644

eye.png

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์

“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์

1847

eye.png

ไอที-ยานยนต์

3520

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวเศรษฐกิจ-สังคมทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ร้านโชห่วยนครพนมตื่นตัว! แห่ตุนสต็อกรับ "ไทยช่วยไทยพลัส" คาดสูตร 60:40 สับสนแค่ช่วงแรก

30 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:45:00

101

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

มุกดาหาร เชิญถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยเร่งด่วน

28 พฤษภาคม 2569 เวลา 20:55:00

70

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ศุลกากรภาค 1 โชว์ผลงานปราบสินค้าหนีภาษี ยึดกว่า 21 ล้านชิ้น มูลค่าทะลุ 102 ล้าน ลุยเข้ม 4 มิติ ปกป้องเศรษฐกิจ-ผู้บริโภค

29 พฤษภาคม 2569 เวลา 16:51:00

110

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

เล็กแค่ไหนก็ล้มยักษ์ได้ !! ‘Wholegain’หมดปัญหาสต็อกจม-ของเหลือทิ้ง! ชวนร้านคาเฟ่ติดอาวุธ ดันกำไรโต 2 เท่า

28 พฤษภาคม 2569 เวลา 17:44:00

111

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าค��ราม

ไม่ทิ้งกัน !! 'เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์' นายอำเภอศรีสัชนาลัย นำร่องโครงการลดภาระค่าครองชีพผ่าน ตู้ “ไทยช่วยไทย” (มีคลิป)

29 พฤษภาคม 2569 เวลา 11:00:00

101

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ทต.แม่สะเรียง หนุนงบ กลุ่มแม่บ้านบ้านโป่ง อบรมตัดเสื้อไทลื้อ สร้างรายได้ผู้สูงอายุ-อนุรักษ์หัตถกรรม

27 พฤษภาคม 2569 เวลา 20:51:00

91

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

พ่อค้าแม่ค้า "หนามแดง" ขานรับ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” หวั่นเน็ตอืด-ภาษี วอนรัฐวอนรัฐให้ความรู้

29 พฤษภาคม 2569 เวลา 00:30:00

81

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ผู้ว่าฯ นครพนม ขับเคลื่อน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อำนวยความสะดวกประชาชนเข้าถึงสิทธิภาครัฐ

27 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:53:00

121

eye.png
bottom of page