ซาเล้งแดงหายวับ! โจรงานวัดฉวยจังหวะลืมกุญแจ ขี่หนีข้ามจังหวัด สุดท้ายไม่รอดตร.ตามรวบ
20 มีนาคม 2569 เวลา 19:30:00
45
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.นิคมพัฒนา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐปณัธ ชญาณพัฒน์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.รัฐศาสตร์ แสนศรี สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายสหธวัฒน์ อายุ 31 ปี และ นายพงษ์ฤทธิ์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) ของผู้เสียหาย และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน
สืบเนื่องจาก นายสุรชัย อายุ 65 ปี ผู้เสียหาย นำรถซาเล้งยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110i สีแดง-ขาว ทะเบียน คตธ 959 ระยอง มาจอดไว้หน้าห้องพักในพื้นที่ ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง แต่ลืมถอดกุญแจ ก่อนเข้าไปพักผ่อน กระทั่งตื่นออกมาพบว่ารถหายไป จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรว

หลังรับแจ้ง ชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างใกล้ชิด พบช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.23 น. คนร้าย 2 คน เดินตระเวนหาเป้าหมาย ก่อนพบรถซาเล้งที่เสียบกุญแจทิ้งไว้ จึงก่อเหตุขี่หลบหนีไปอย่างง่ายดาย จากนั้นไปรับเพื่อนร่วมขบวนการอีก 1 คน แล้วใช้รถคันดังกล่าวขนของหลบหนีไปยังพื้นที่ จ.ชลบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบแหล่งกบดาน จึงนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ริมถนนสายมาวัง ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยขณะเข้าจับกุม หนึ่งในผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี แต่ถูกปิดล้อมจับกุมไว้ได้

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เพิ่งกลับจากไปตั้งร้านขายของในงานวัด และไม่มีรถขนของกลับ จึงตระเวนหาเป้าหมาย ก่อนพบรถที่เสียบกุญแจไว้ จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้ อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนอย่าประมาทในการดูแลทรัพย์สิน โดยเฉพาะการจอดรถควรถอดกุญแจทุกครั้ง เพราะอาจเปิดช่องให้คนร้ายก่อเหตุได้โดยง่าย โดยคดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า ความเผลอเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ได้ในพริบตา

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2624
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อนุทิน” ชูไทยแข็งแรงทั้งอาหาร-พลังงาน มั่นใจรับมือโลกปั่นป่วนได้ 72 ชม. ไม่ใช่สัญญาณวิกฤต-เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ”
2955


ตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลกวาดล้างยาเส พติด ยึดยาบ้ากว่า 18.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่อุบลราชธานี - ศรีสะเกษ