พ่อเมืองศรีสะเกษ ประชุมระดมความคิดเห็นบูรณาการสร้างความเชื่อมั่นพื้นที่ชายแดน
13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:30:00
3
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่ห้องประชุมสุขวิช รังสิพล ชั้น 3 โรงแรมนครลำดวนเพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ (มรภ.ศรีสะเกษ) อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “Thailand Border Watch ครั้งที่ 1 Resilience Skill on Border Collaborative การสร้างพลังภาคีเมืองชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” โดยมี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เอมอร แสนภูวา รอง อธิการบดี มรภ.ศรีสะเกษ (ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา) มรภ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน นักวิชาการ นักศึกษา และภาคีเครือข่ายเมืองชายแดน รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า สำหรับโครงการวิจัยได้รับกาสนับสนุนโดยกองทุนส่งเสริม ววน. และ หน่วย บพท. กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโครงการมีโครงการย่อย อีก 2 โครงการ คือ โครงการการขยายผลและยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รับผิดชอบโดย รศ.ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ และ คณะ มหาวิทยาลัยนเรศวร และโครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ในจังหวัดชายแดน ด้วยการเสริมศักยภาพ องค์ความรู้ หลักสูตรถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต รับผิดชอบโดยอาจารย์ ดร.พงศกร กาวิชัย และคณะมหาวิทยาลัยแม่โจ้

โดยโครงการมีพื้นที่วิจัย ครอบคลุม 29 พื้นที่ ครอบคลุมชายแดน ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และมาเลเซีย โดยทาง บพท. เห็นว่าเมืองชายแดนมีความสำคัญต่อเศรษกิจโดยรวม คือ มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านๆบาท แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า การพัฒนาเมืองชายยังมีช่องว่างในการพัฒนา คือ การกระจายรายได้ไม่ทั่วถึง โครสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและการปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม จึงจัดโครงการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลพื้นฐานและช่องว่างสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เมืองชายแดน เพื่อประเมินกลไกการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเดิมที่มีอยู่ และ หากลไกการขับเคลื่อนใหม่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อพัฒนากลไกร่วมในการการถ่ายถอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเปิดที่ตรงกับบริบทและความต้องการของการพัฒนาพื้นที่ชายแดน (Open Technology Platform for Border Development) ในการสังเคราะห์วิเคราะห์และขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วน และเพื่อประสานงานและสนับสนุนในขอบเขตงานโปรแกรมยกระเบียงเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเมืองชายแดนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนา

ส่วนการจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะความยืดหยุ่น (Resilience Skill) ให้กับบุคลากรและชุมชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายในมิติต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือ สร้างกลไก “พลังภาคีเมืองชายแดน” ที่เข้มแข็ง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังและพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ผลจากการระดมความคิดเห็น ของการจัดประชุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้สร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากบนจุดแข็งและโอกาส เกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว การเยียวยาและฟื้นฟูที่เหมาะสม สภาพจิตใจ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและทักษะในภาวะวิกฤติอีกด้วย.











