ทหารกล้ามีค่าแค่ 1หมื่น หัวอกแม่ ลูกชายกลับจากชายแดน ถูกรถไถนาตัดหน้าดับ แต่คดีไม่คืบ
18 มีนาคม 2569 เวลา 15:00:00
60
เมื่อเวลา15.00 น.วันที่ 18 มีนาคม 69 นางชลนิภา มุกเขวาอายุ 46 ปี ได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง หรือนายแม่ปุ๊กกี้ ที่ปรึกษามูลนิธิ โดยนางชลนิภา เล่าทั้งน้ำตาถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลทหารจักรพันธ์ เกตุแก้ว อายุ 22 ปี ลูกชายว่าเป็นทหารสังกัดค่ายๆหนึ่งถูกส่งตัวให้ไปรบเมื่อช่วงเกิดสงครามกับเขมร จนกระทั่งเสร็จศึกสงครามได้ขอลากลับมาเยี่ยมบ้านเกิด จนกระทั่งวันเกิดเหตุวัน ที่ 18 ก.พ.69 เวลา 19.00 น.น้องได้ขออนุญาตแม่ขี่รถจยย.เพื่อไปฝึกซ้อมฟุตบอลกับเพื่อนแต่เมื่อขี่รถมาถึงบริเวณ ถนนสายหนองบัวเหลือง- เขื่อนห้วยกุม ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ได้มีรถแทรกเตอร์หรือรถไถนา ยี่ห้อยันม่า เลี้ยวปาดหน้ากะทันหัน จนทำให้พลทหารจักรพันธ์ เสียหลักชนเข้ากับรถแทรกเตอร์ คันดังกล่าวจนเสียชีวิต โดยทราบชื่อคนขับรถแทรกเตอร์ คือนายวิมล อายุ 42 ปี

นางชลนิภา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เกิดเหตุคนขับรถแทรกเตอร์หรือรถไถนาคันดังกล่าว ได้ช่วยเงินมาเพียง 10,000 บาท ตัวแม่ก็สงสัยว่าทำไมคดียังไม่สิ้นสุดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกับให้เอารถแทรกเตอร์กลับออกไปได้ แถมยังเรียกแม่ไปคุยตกลงว่าจะจ่ายเงินให้ จำนวน 500,000 บาท แต่ต้องไม่ต้องติดใจเอาความใดๆทั้งสิ้น โดยที่ตัวแม่เองก็คิดว่าอยากให้เรื่องมันจบๆไปเพราะก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันดี แต่จนถึงวันนี้กว่าหนึ่งเดือนคดีไม่มีความคืบหน้าเงินที่ว่าจะได้มาใช้หนี้ใช้สินทั้งการจัดงานศพก็ไม่เคยได้รับการติดต่อเยียวยาตามที่ตกลงกันแต่อย่างใด อีกทั้งตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยมีข่าวหรือสื่อใดนำเสนอออกไป แม่จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมจึงได้เดินทางจากจังหวัดชัยภูมิเพื่อมาร้องมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมให้ช่วยเหลือ

โดยนางชลนิภายังประสบชะตากรรมถูกซ้ำเติมเมื่อนั่งรถทัวร์มาลงที่ฟิวส์เจอร์รังสิตก่อนนั่งวิน จยย.ให้มาส่งที่มูลนิธิแต่วิน จยย. กลับพาไปทิ้งที่หน้า รพ. มงกุฎวัฒนะ แล้วปล่อยให้เดินเท้ากว่าหลายกิโลจนมาถึงที่มูลนิธิรณ รงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมในสภาพเหนื่อยล้าและกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ด้านทนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิ ได้กล่าวว่าสำหรับกรณีนี้ที่ตนเข้ามาช่วยเหลือก็เพราะว่าผู้เสียชีวิตเองถือว่าเป็นทหารกล้าเป็นวีรบุรุษ ที่ไปรบกับทหารกัมพูชา ตนเองไม่ได้ไปรบผมจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยครอบครัวของทหารรายนี้ อีกทั้งจะพาคุณแม่ไปร้องยังอัยการคุ้มครองสิทธิ์ที่แจ้งวัฒนะให้เข้ามาช่วยดู เพื่อไม่ให้มีการแทรกแซง ส่วนตัวยังติดใจที่ให้ตัวคุณแม่เซ็นเรื่องเงินห้าแสนบาทแล้วให้ยอมความซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวมันสามารถเบิกได้จากพรบ.คุ้มครองผู้ประสบเหตุได้อยู่แล้ว ทำไมในส่วนของเจ้าของคนขับรถแทรกเตอร์หรือรถไถนาซึ่งก็เข้าใจว่ามีเงินอยู่แล้ว ทำไมถึงไมคิดเยียวยา แต่ช่วยเหลือให้เงินมาแค่ 10000 บาท แล้วมันจบเลยหรือไงทนายรณรงค์กล่าว

ศรีสะเกษจัดใหญ่กิจกรรม "ห่มสไบ ใส่ยีนส์ กินพาแลง เบิ่งแยง ทหารกล้า” ชม แสง สี เส ียง สะท้อนวีรกรรมชายแดน สุดอลังการ!!
85
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมุทรสงคราม เลือกผู้นำคนใหม่ นายก อบต. สนับสนุน “กิตติพร ขำศิริ” ขับเคลื่อนท้องถิ่น
100


รวบหนุ่มฝรั่งเมืองผู้ดี "ควงสากกระเบือ"บุกบ้านทุบหัวฝรั่งมะกันหวังชิงทรัพย์ ไม่รอดตร.ไทย





