บุรีรัมย์ - แม่ค้าขายน้ำปั่นครวญ รถพุ่งชนร้านพังยับ ผ่านไป 8 เดือน คดีเงียบ จนป่วยซึมเศร้า ต้องรอพ.ศ.ไหน ?!?
5 ตุลาคม 2569 เวลา 09:10:00
2085
แม่ค้าขายน้ำปั่นริมทาง อ.หนองหงส์ วอนคู่กรณีเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำ หลังรถบรรทุก 4 ล้อชนกับรถตู้รับ ส่งนักเรียน ก่อนเสียหลักพุ่งอัดร้านพังยับ ต้องกู้หนี้นำเงินมาซ่อมร้านขายประทังชีวิต รอเจรจาเยียวยามานานเกือบ 8 เดือน เครียดหนักจนตัวเองป่วยซึมเศร้า
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางรัศส์ชนู พุ่มแจ้ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 4 ต.สระทอง อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เจ้าของร้านขายน้ำปั่นริมถนนสายบ้านศรีสง่า–โนนแดง ในเขตเทศบาลตำบลหนองหงส์ อ.หนองหงส์ ขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางช่วยสะท้อนความเดือดร้อน หลังร้านค้าถูกรถยนต์บรรทุก 4 ล้อพุ่งชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่เวลาผ่านมาเกือบ 8 เดือน ยังไม่ได้ข้อยุติเรื่องการชดใช้เยียวยาค่าเสียหาย

นางรัศส์ชนู เล่าว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ก.พ. 2569 ขณะนั้นมีรถตู้รับ ส่งเด็กนักเรียนกำลังกลับรถอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนถูกรถยนต์บรรทุก 4 ล้อเฉี่ยวชน จนรถบรรทุกเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านขายน้ำปั่นของตนอย่างแรง ส่งผลให้ร้านได้รับความเสียหายพังยับเยิน ทรัพย์สินและอุปกรณ์ภายในร้านได้รับความเสียหาย ต้องหยุดชะงักการค้าขายและได้รับผลกระทบต่อรายได้
ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.หนองหงส์ ได้แจ้งข้อหาคนขับรถทั้ง 2 คน ในข้อหา “ ประมาทร่วม ” ส่วนเรื่องค่าเสียหาย เจ้าของร้านระบุว่ายังอยู่ระหว่างรอการพูดคุยตกลงกับคู่กรณี ทำให้ตนต้องตัดสินใจไปกู้หนี้ยืมสินมาเป็นทุนซ่อม แซมร้าน เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดขายของหาเลี้ยงครอบครัวให้ได้ก่อน ทั้งที่ความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างภาระทางการเงินให้ไม่น้อย

เจ้าของร้านกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน เวลาผ่านมาเกือบ 8 เดือนแล้ว แต่เรื่องที่ตนรอคอยยังไม่มีความชัดเจน โดยที่ผ่านมาได้โทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าของคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองหงส์ เกือบทุกสัปดาห์ เพราะต้องการทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่การรอคอยที่ยืดเยื้อ ประกอบกับภาระหนี้สินและความกังวลเรื่องค่าเสียหาย ทำให้ตนเกิดความเครียดสะสม จนมีปัญหาสุขภาพจิตและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
นางรัศส์ชนู กล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า ตนเป็นเพียงแม่ค้ารายเล็ก ๆ ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ เมื่อร้านถูกชนเสียหายก็ต้องดิ้น รนหาเงินมาซ่อมเอง ทั้งที่ไม่ได้เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากฝากถึงคนขับรถทั้ง 2 คน ให้เห็นใจคนทำมาหากิน และขอให้หันหน้ามาพูดคุยเจรจากันอย่างจริงจัง เพื่อหาทางตกลงเรื่องการเยียวยาค่าเสียหายให้มีความคืบหน้า

“อยากให้เห็นใจคนหาเช้ากินค่ำบ้าง ร้านเสียหายก็ต้องกู้เงินมาซ่อมเอง เพราะยังต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองและครอบ ครัว อยากให้คู่กรณีมาพูดคุยตกลงกันว่าจะช่วยเหลือเยียวยากันอย่างไร จะได้ไม่ต้องแบกรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว” เจ้าของร้านกล่าว.
อุดร ลาดธรรมา/บุรีรัมย์

ม.นครพนม ร่วมเบื้องหลังความสำเร็จ “ไหลเรือไฟนครพนม” คว้า 2 รางวัลระดับนานาช าติ
2127
ข่าวประชาสัมพันธ์

ประธานสภา อบจ.สกลนคร แจงยิบ! งบฯ 70 ผู้ว่าฯ "เงียบ" เกิน 15 วัน กฎหมายถือว่าเห็นชอบ พร้อมร้องปลัด มท.ลงตรวจสอบ
1899


ล้างบางยานรก !! ฝ่ายปกครองระยองขยายผลรวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 111 เม็ด รายหนึ่งซื้อเสพ อีกรับ 200 เม็ดขายต่อผ่านไลน์





