ถกเครียด! รื้ออาคารบุกรุกชายหาดหัวหิน กสม.เชิญสื่อออก-งดไลฟ์สด เทศบาลฯยันเดินหน้าให้ทัน 120 วัน
22 ตุลาคม 2569 เวลา 20:00:00
2306
เมื่อวันที่ี 22 ต.ค.69 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางสาวศยามมล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหินพร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง การรื้อถอนอาคารที่บุกรุกหาดหัวหินตั้งแต่สะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม หลังเจ้าของอาคารร้องเรียน กสม. และทาง กสม.ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 ต.ค.69 ถึงเทศบาลนครหัวหินให้ชะลอการบังคับรื้อถอนอาคารที่บุกรุกดังกล่าว โดยทาง กสม. ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมรับฟัง รวมถึงให้เทศบาลงดไลฟ์สดท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมากที่เผ้ารอชมความคืบหน้า
พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯให้มาร่วมชี้แจงมาให้ข้อมูลกับทาง กสม. ตามปกติของระบบราชการเมื่อมีผู้ร้องเข้ามาถือว่าเขาได้รับความเดือดร้อนต้องเข้ามาดูแลตามหลักธรรมาภิบาลตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ หลังได้รับฟังการชี้แจงจากส่วนราชการต่าง ๆ แล้ว ยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดปฏิบัติโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามระเบียบแผนของทางราชการแต่อย่างใด ซึ่งได้สรุปให้ทาง กสม.ได้รับทราบ นอกจากนี้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องบอกว่าทางเทศบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่แรกและมีการโอนงบประมาณในภายหลัง ซึ่งตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ถ้าเห็นว่ามีงานที่จำเป็นเร่งด่วนก็สามารถโอนงบประมาณหรือเปลี่ยนแปลงแผนการดำเนินงานในโครงการที่เร่งด่วนได้อยู่แล้ว เพียงแต่ตรงนี้เทศบาลยังไม่ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรให้เราจึงยังไม่สามารถชี้แจงผู้ร้องได้ จากที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเทศบาลนครหัวหินมีการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งจังหวัดได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

นางสาวศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดที่จะมีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งของศาล ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาและวินิจฉัยไปแล้ว พร้อมทั้งได้หารือข้อมูลกับฝั่งผู้ร้อง วันนี้เป็นการรับฟังความเห็นจากเทศบาลนครหัวหิน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และได้เชิญทางจังหวัดโดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาร่วมให้ข้อมูลซึ่งท่านกำกับดูแลศูนย์ดำรงธรรม จากผลการรับฟังความเห็นทางทีมงานเทศบาลนครหัวหินแจ้งว่า ผู้ร้องมีทั้งหมด 19 ราย ใน 19 รายนี้ มี 15 หลังคาเรือนที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิครอบครอง ในคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 และอีก 9 ราย มีการแจ้งเตือนหรืออุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง สำหรับประเด็นการพิสูจน์สิทธิครอบครองนั้น กสม. ไม่สามารถตรวจสอบในเรื่องการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐได้ เนื่องจาก กสม. มีอำนาจหน้าที่ที่ไม่เข้าไปตรวจสอบประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไปแล้วเพื่อไม่ให้มีการทำงานซ้ำซ้อนกันระหว่างองค์กรอิสระกับศาล ดังนั้นประเด็นการพิสูจน์สิทธิครอบครอง กสม. จะไม่ตรวจสอบ
อีกประเด็นคือ การปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองในการรื้อถอนอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่ง กสม. จะไม่ตรวจสอบเช่นกัน เพราะศาลได้วินิจฉัยให้รื้อถอนแล้ว ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นอุทธรณ์ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ประเด็นที่ กสม. เข้ามาตรวจสอบ คือเรื่องกระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐในการปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง เช่น การที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามวิธีพิจารณาคดีปกครองหรือไม่ มีการแจ้งเตือนเป็นหนังสือและการติดประกาศให้ผู้ที่ถูกกระทบสิทธิได้ทราบภายใน 90 วัน โดยทางเทศบาลและกรมเจ้าท่าได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตน ซึ่ง กสม. จะนำข้อมูลนี้มาพิจารณาตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นเดียวกับที่ศาลพิจารณา
ในส่วนของการรื้อถอนอาคาร จะต้องตรวจสอบว่ามีกระบวนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะได้พูดคุยกับผู้ร้องอีกครั้ง พร้อมทั้งปรึกษาหารือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีนครหัวหินว่าในกระบวนการรื้อถอนและการเยียวยานั้น รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้ร้องเข้าใจตรงกันแล้ว จะได้หารือถึงกระบวนการดำเนินงานร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ กสม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่สาธารณะและชายหาดซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงควรพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เปิดโอกาสให้ประชา ชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพิจารณาสิทธิของผู้เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริง

ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เปิดเผยว่า เทศบาลได้กำหนดแนวทางดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยกำหนดวันที่ 16 ต.ค.69 เป็นช่วงเริ่มต้นดำเนินการจนถึงมกราคม 2570 รวม 120 วัน แต่ภายหลังได้รับหนังสือจาก กสม. จึงนำเรื่องมาพิจารณาร่วมกันเพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลและเข้าใจสถานการณ์ตรงกัน เนื่องจากกรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งในพื้นที่ทั่วประเทศและต่างประเทศ ในการประชุมครั้งนี้ เทศบาลนครหัวหินได้มอบหมายให้นิติกรเทศบาลชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง การแจ้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนการดำเนินการตามคำสั่งศาลที่ถึงที่สุด ซึ่งเทศบาลมีหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

นอกจากนี้ในที่ประชุม ทางคณะกรรมการสิทธิฯ และจังหวัดมีความเห็นว่าควรให้เวลากับผู้ที่อยู่ในพื้นที่บุกรุกถึงวันที่ 22 พ.ย. นี้ โดยทางเทศบาลขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้ลงลายมือชื่อไว้แต่ทั้งหมดไม่ยินยอม ทำให้ทางเทศบาลไม่สามารถดำเนินการต่อตามความเห็นดังกล่าวได้ และยืนยันที่จะทำตามกฎหมายตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยจะแจ้งทั้งตำรวจ การไฟฟ้า ที่ดินจังหวัด กอ.รมน. และส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกับทางเทศบาลเพื่อดำเนินการรื้อถอนร่วมกับผู้รับจ้าง ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ทางผู้รับจ้างเองก็ต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 120 วัน เพื่อเร่งรื้อถอนคืนพื้นที่สาธารณ ประโยชน์ให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด” นายนพพร กล่าวตอนท้าย.

ยิ่งใหญ่!! พิธีเปิดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ และงานกาชาด ประจำปี 2569 ทางบกและทางเรือ
2166
ข่าวประชาสัมพันธ์

เทศบาลเมืองนราธิวาส จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลฯ ร่วมกับประชาคมท้องถิ่นระดับเมือง วางกรอบทิศทางพัฒนาท้องถิ่น
1988


"ออยศรี" ปัดวางงาน "บุ๋ม ปนัดดา" อุบ LastBoss จี้ฟันกรรมการมูลน ิธิ ยันทำด้วยใจบริสุทธิ์ (มีคลิป)







