บุรีรัมย์ - 3 พี่น้องมีทางออก พมจ.เข้าคุ้มครอง 2 คน เร่งดูแลพี่ชายวัย 13 ปี พร้อมหาแนวทางระยะยาว
27 สิงหาคม 2569 เวลา 12:52:00
854
วันที่ 27 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี 3 พี่น้องในพื้นที่หมู่ 3 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.เจนจิรา เจริญรัมย์ อายุ 23 ปี ป้าของเด็ก ได้โพสต์เรื่องราวและภาพสภาพความเป็นอยู่ของเด็กทั้ง 3 คน เพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคม หลังพ่อถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์ ทำให้เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่กันเอง ท่ามกลางความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก
เด็กทั้ง 3 คน ได้แก่ ด.ช.วันชัย หรือน้องวา อายุ 13 ปี ด.ญ.น้ำหวาน อายุ 11 ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ 9 ปี โดยก่อนหน้านี้พบว่าบ้านไม่มีไฟฟ้าและน้ำใช้ ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ และเด็กต้องช่วยเหลือกันเอง โดยเฉพาะน้องวา พี่ชายคนโตที่ต้องก่อไฟ หุงข้าว และหารับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยดูแลน้อง
ล่าสุด นางปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังรับทราบเรื่อง ทาง พมจ.บุรีรัมย์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ พร้อมนายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบล นายก อบต.สะแกซำ กำนัน ผู้นำชุมชน ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งพบว่าสภาพปัญหาเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว และขณะนี้พ่อของเด็กถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์อยู่จริง

จากการพิจารณา ทาง พมจ.และบ้านพักเด็กฯ ได้รับเด็ก 2 คน คือ ด.ญ.น้ำหวาน อายุ 11 ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ 9 ปี เข้าสู่ความดูแลของบ้านพักเด็กฯ เป็นการเบื้องต้น เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และการศึกษาอย่างเหมาะสม
ส่วน ด.ช.วันชัย หรือน้องวา อายุ 13 ปี พี่ชายคนโต ขณะนี้ยังไม่ได้รับเข้าสู่บ้านพักเด็กฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจหาสารเสพติด หลังได้รับข้อมูลว่าอาจมีการใช้สารเสพติด โดยในระหว่างดำเนินการได้มอบหมายให้ญาติ ซึ่งเป็นน้องของพ่อเด็ก ช่วยดูแลน้องวาไปก่อน หากผลตรวจพบสารเสพติด เด็กจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดและดูแลตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและประเมินสถานการณ์ของน้องวาอย่างใกล้ชิด
นางปิยนาฏ กล่าวว่า หลังจากนี้ พมจ.บุรีรัมย์จะติดตามและประเมินสภาพครอบครัว รวมถึงสำรวจว่ามีญาติคนใดสามารถรับเด็กไปอุปการะและดูแลได้หรือไม่ หากมีญาติที่มีความพร้อม ทางหน่วยงานสามารถสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายและการเลี้ยงดูได้

แต่หากพบว่าครอบครัวหรือญาติไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม ก็จะพิจารณาแนวทางให้เด็กอยู่ในความดูแลของหน่วยงานเป็นการชั่วคราว หรือดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองเด็กที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าจะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก
ส่วนความกังวลของญาติและชาวบ้านว่า หากพ่อของเด็กพ้นโทษออกมาแล้ว อาจกลับมาตามลูกไปอยู่ด้วยและทำให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิมนั้น นางปิยนาฏ กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

หากตรวจสอบพบว่าเด็กไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม หรือผู้ปกครองไม่สามารถให้การดูแลเด็กได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าคุ้มครองและแยกเด็กออกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงสามารถพิจารณาระงับอำนาจปกครองของบิดาได้ทั้งชั่วคราวหรือถาวร ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี
นางปิยนาฏ ยืนยันว่า หน่วยงานจะติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คนอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้เด็กได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และมีโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ญาติและชาวบ้านสบายใจได้ว่า หน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กทั้ง 3 คน ///
อุดร ลาดธรรมา / บุรีรัมย์

ฉะเชิงเทราเดินหน้า “Aroma City” ยกระดับอัตลักษณ์เมืองแห่งกลิ่น สู่เศรษฐกิจสร้าง สรรค์ เชื่อมชุมชน
630
ข่าวประชาสัมพันธ์

กรี๊ดห้างแตก! พิธา-เดชรัต ลุยนนทบุรี ชูแนวทาง NEW นนท์ ปลุกกระแสไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.
448


จบเกม “พลอย สำนักทอง” ติดเกียร์ 4 คูณ 100 หนี ตร.สุดชีวิต ไม่รอด !! ค้นตัวเจอยาบ้า 94 เม็ด รับซื้อ 100 เม็ด 4 พันไว้เสพ







