ช่างซ่อมรถ สตาร์ต"รถโฟล์คตู้"วอร์มเครื่อง ไฟโชว์ ไหม้ลุกท่วม คาดน้ำมันรั่ว ลามรถข้างเคียง
3 กันยายน 2569 เวลา 09:00:00
1146
วันที่ (2 ก.ย. 69) เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณซอยพิบูลสงคราม 11 อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงประสานรถน้ำจากเทศบาลนครนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เร่งเดินทางเข้าระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโฟล์คจอดอยู่ภายในบริเวณโรงรถ โดยมีเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนลุกลามไปยังโครงสร้างหลังคาโรงรถ และรถเก๋งที่จอดอยู่ใกล้เคียงอีกหลายคัน รวมถึงส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนข้างเคียง โดยความร้อนทำให้กระจกบานเกล็ดได้รับความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและชาวบ้านช่วยกันนำถังดับเพลิงเข้าฉีดสกัด แต่เนื่องจากเป็นเพลิงที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิงและมีเชื้อเพลิงเป็นน้ำมัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนนทบุรีเดินทางมาถึงและเร่งฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงและดับลงได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 1 คัน ขณะที่รถยนต์อีกคันที่จอดอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายบริเวณสีรถ เนื่องจากเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุไม่ทัน ส่วนโครงสร้างหลังคาโรงรถได้รับความเสียหายบางส่วน และบ้านเรือนข้างเคียงได้รับความเสียหายจากความร้อน โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
นายวิวัฒน์ แสนยะนัน อายุ 69 ปี หรือช่างหยิก ผู้ที่อยู่กับรถก่อนเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้สตาร์ตรถตู้เพื่อวอร์มเครื่องยนต์ โดยหลังจากสตาร์ตประมาณ 10 นาที เครื่องยนต์เกิดดับลง จากนั้นไม่นานก็พบว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นบริเวณรถ จึงรีบนำถังดับเพลิงมาพยายามฉีดสกัด แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ขณะที่ชาวบ้านใกล้เคียงได้เข้ามาช่วยกันดับไฟ

นายวิวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากสายน้ำมันของรถ ซึ่งเป็นรถเก่าและอาจมีสภาพเสื่อมสภาพ หรืออาจถูกหนูกัดจนเกิดการรั่วไหล อย่างไรก็ตาม ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง
ด้านนายมนตรี ลาภยิ่ง อายุ 50 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าของรถกำลังสตาร์ตเครื่องยนต์รถยนต์สภาพเก่า เพื่อเตรียมนำรถไปซ่อมที่อู่ แต่เครื่องยนต์เกิดดับลง จึงสตาร์ตซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะมีเปลวไฟลุกท่วมขึ้นอย่างรวดเร็วจากบริเวณตัวรถ

เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากระบบจ่ายน้ำมันรั่วไหล เนื่องจากรถมีสภาพเก่า ช่วงแรกนายช่างและชาวบ้านพยายามนำถังดับเพลิงเคมีมาช่วยกันฉีดสกัด แต่เนื่องจากมีเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันและถังดับเพลิงมีจำนวนจำกัด ทำให้ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนที่ไฟจะลุกลามขึ้นไปยังโครงสร้างหลังคาโรงรถซึ่งมีไม้เป็นส่วนประกอบ จนได้รับความเสียหายและพังลงมา
นอกจากนี้ ความร้อนจากเพลิงยังส่งผลให้กระจกบานเกล็ดของบ้านเรือนข้างเคียงแตกเสียหายหลายบาน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ฝากเตือนผู้ใช้รถ โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ควรหมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง สายไฟ และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบและซ่อมแซม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุเพลิงไหม้และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

เทศบาลนครหัวหิน มอบเกียรติบัตรยกย่อง อถล. เสียสละอุทิศตนในการจัดการสิ่งแว ดล้อม
729
ข่าวประชาสัมพันธ์

อบจ.สมุทรสงคราม เร่งเตรียมความพร้อมรับถ่ายโอน รพ.สต. 6 แห่ง ตั้งเป้ายกระดับบริการสุขภาพสู่ “พรีเมียม”
957


ปปส.ภ.2 ผนึก DSI-ตำรวจระยอง ลุยขยายผลแก๊งไอซ์ ยึด-อายัดทรัพย์ 3.2 ล้าน เตรียมเปิดปฏิบัติการรอบใหม่







