อธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดโครงการบูรณาการการทำงานร่วมกับสภ.สุราษฎร์ธานี
23 มีนาคม 2569 เวลา 05:00:00
60
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 มี.ค.69 ที่ หน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นาย อรุณรัตน์ ศรีพิเชียร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 นายตรัสภณ ภัทรภรพงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ที่ปรึกษาโครงการ) พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ทวีศิลป์ ลักษณะแพ่ง รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ธานี วิรวิกรม สวป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดโครงการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อยกระดับความปลอดภัย ติดตามบุคคลตามหมายจับและบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ("โครงการเมืองสุราษฎร์ Smart City เฟส2")
นาย อรุณรัตน์ กล่าวว่า โครงการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานีเพื่อยกระดับความปลอดภัย ติดตามบุคคลตามหมายจับ และบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เป็นโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับของศาลในจังหวัดสุราษฎร์ธานีรวม 6 ศาล เร่งรัดการนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ลดปริมาณคดีค้างพิจารณาของศาล โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าพนักงาน,ตำรวจ และศาลให้มีความรวดเร็ว แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ,เพื่อเป็นการยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี,เพื่อพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลระหว่างศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี,และเพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

ด้านพล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า "โครงการเมืองสุราษฎร์ สมาร์ต ซิตี้ เหส 2" รับผิดชอบโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งมี พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินงานโครงการ และได้ติดตั้งกล้องปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แพลตฟอร์ม IBOC ไปแล้วในพื้นที่ 5 อำเภอ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ 1.อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ติดตั้งที่ศูนย์รับ-ส่งผู้โดยสารขนาดเล็กในชุมชนเมือง (ตลาดเกษตร 2), สถานีขนส่งผู้โดยสาร (บ.ข.ส.), บริเวณร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี , บริเวณร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า โลตัส และบริเวณร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี 2.อำเภอพุนพิน ติดตั้งที่ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี 3.อำเภอเกาะสมุย ติดตั้งที่ท่าอากาศยานสมุย และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สมุย 4.อำเภอเกาะพะงัน ติดตั้งที่ท่าเทียบเรือเกาะพะงัน และท่าเทียบเรือเร็วลมพระยา และ5.อำเภอบ้านตาขุน ติดตั้งที่จุดลงเรือ เขื่อนเฉี่ยวหลาน และมีการนำไปติดตั้งในสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ เช่น งานเทศกาลวัดหลวงพ่อพัฒน์นารโท, เทศกาลสงกรานต์, งานสุราษฎร์ฟู๊ดแฟร์, งานเงาะโรงเรียนนาสาร, งานชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว, งานสมโภชศาลหลักเมือง และกาชาดสุราษฎร์ธานี, งานคอนเสิร์ตฤดูกาลดนตรีท่ามกลางขุนเขา ซึ่งผลการปฏิบัติในปัจจุบัน การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 33 ราย และตรวจพบรวมถึงยับยั้ง บุคคลเฝ้าระวัง เช่น กลุ่มแกงค์เคยก่อเหตุทะเลาะวิวาท บุคคลมีประวัติต้องหาคดีอาญา บุคคลพ้นโทษบุคคลพักโทษ และบุคคลวิกลจริต จำนวน 339 เหตุการณ์

โดยในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายตรัสภณ ภัทรภรพงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้ทำบันทึกข้อตกลงในการติดตั้งเทคโนโลยีกล้องระบบAi แพลตฟอร์ม IBOC ตาม “โครงการเมืองสุราษฎร์ สมาร์ต ซิตี้ (Mueang Surat Smart City)” เฟส 2 ภายใต้ชื่อ “โครงการบูรณาการการทำงานร่วมกันด้านปัญญาประดิษฐ์ (Ai) ระหว่าง สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี กับ ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อยกระดับความปลอดภัย” โดยนำกล้องสแกนตรวจจับใบหน้าคนร้ายตามหมายจับ มาติดตั้งที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นครั้งแรก และได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีกว่า 700 หมาย ซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูงที่ศาลต้องการตัว มาเพิ่มในฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ

นอกจากนี้ กล้อง AI ได้มีความสามารถในการตรวจจับพฤติกรรมคนร้าย โดยสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำมาใช้ในการจัดทำแผนเผชิญเหตุ Active Stooter คนร้ายกราดยิงภายในห้างเซ็นทรัลสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 และจัดทำแผนเผชิญคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีการแจ้งเตือนพฤติกรรมคนร้ายล่วงหน้า และนำไปสู่การจับกุมด้วยกล้อง AI และการนำบทเรียนไปเผยแพร่สู่วงวิชาการในฐานะบทความวิชาการ ชื่อเรื่อง “การป้องกันอาชญากรรมโดยเทคโนโลยีกล้องระบบ AI สู่สุราษฎร์ธานี เมืองอัจฉริยะ (Surat Thani Smart City through AI Technology Application for Crime Control)” ตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นวารสารวิชาการ TCI ฐาน 2 เพื่อนำเสนอสังคมถึงภาพลักษณ์องค์กรตำรวจยุคใหม่ ต่อไป
รัตติยา/สุราษฎร์ธานี

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน เปิดอบรม "นักบำบัดสปาทราย" สร้างมูลค่าเศรษฐกิ จท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่
75
ข่าวประชาสัมพันธ์

กาฬสินธุ์ - เลือกตั้งนายก ทต.หนองกุง คึกคัก !! กกต.ย้ำโปร่งใส บริสุทธิ์ เที่ยงธรรม คาดคนใช้สิทธิ 70 เปอร์เซ็นต์
85


ล็อกคาหน้าห้อง หนุ่มสุรินทร์ซุก “ปืนปากกา” ย่องกลางดึก ส่อจ้องก่อเหตุย่านมาบตาพุด ทำผวาทั้งซอย !!






