เทศบาลหัวหิน เดินหน้าลุยรื้ออาคารรุกล้ำชายหาด ยันใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ไร้ความรุนแรง !!
9 ตุลาคม 2569 เวลา 15:25:00
2242
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.69 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย กลุ่มงานนิติการ งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ อำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน ที่ดินจังหวัดประจวบฯ สำนักงานเจ้าท่าสาขาประจวบฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาหัวหิน ราว 100 นาย ลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหินเพื่อติดตามการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกชายหาดตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม จำนวน 15 หลัง ในระยะเวลา 120 วัน ตามสัญญาจ้างที่เทศบาลได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนให้เข้ามาทำการรื้อถอนอาคารแทน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.69 เป็นต้นไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งบรรยากาศเงียบเหงามีเจ้าของอาคารไม่กี่รายที่ออกมาพบพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนพร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าของอาคารที่บุกรุกหาดหัวหิน แจ้งให้ทราบตามคำสั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2557 ให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด 40 รายที่บุกรุกที่สาธารณ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 14 ราย ที่ยอมรื้อถอนไปแล้ว และต่อมาที่เหลืออีก 26 ราย ได้ร้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของเทศบาลการห้ามใช้อาคารที่บุกรุกและศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง เทศบาลจำเป็นต้องเข้าดำเนินการพร้อมแจ้งให้เจ้าของอาคารจำนวน 15 รายทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วันก่อนเข้ารื้อถอน ซึ่งในวันนั้นมีจำนวน 13 ราย ที่ไม่ให้ความร่วมมือ อีก 2 ราย แจ้งความประสงค์ว่าจะรื้อถอนเอง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่นิติกรทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

”จากการลงพื้นที่ในวันนี้บางรายปิดบ้าน บางรายเจอแต่บอกว่าขอให้มีการพูดคุย ซึ่งผมชี้แจงว่าตอนนี้ผมไม่มีอำนาจในส่วนของท้องถิ่น ส่วนของท้องที่คือท่านปลัดอำเภอ เรามีหน้าที่เฝ้าดูแลพื้นที่สาธารณะเท่านั้น การจะอนุญาตให้ใครใช้พ ื้นที่ต่อเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และเรื่องนี้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้ว เราจำเป็นต้องดำเนินการตามผลคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นหลัก ส่วนที่ชาวบ้านยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว ทางศาลยกคำร้องไปแล้ว ดังนั้นการที่ชาวบ้านยื่นไปล่าสุดถือว่าไม่มีผล“

หลังจากได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้แล้ว เราได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้องประชุมกำหนดมาตรการเพื่อรื้อจริงในวันที่ 16 ต.ค. นี้ จากนั้นวันที่ 22 ต.ค.69 จะเป็นการรื้อถอนครั้งที่ 3 แต่ละครั้งต้องทิ้งช่วงเวลาเพราะต้องรวบรวมข้อมูลเข้าที่ประชุมและดำเนินการโดยยึดกฎหมายเป็นหลัก ดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เน้นย้ำว่าจะไม่ไปทะเลาะหรือใช้กำลังกับชาวบ้าน ยกเว้นกรณีที่มีเหตุขัดขวางจริง ๆ อาจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุซึ่งหน้า แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น “จึงต้องแจ้งเตือนก่อนว่าอย่าเข้ามาขัดขวาง เราไม่ได้จ้องว่าทำผิดแล้วจะต้องจับเลย ซึ่งไม่ใช่นโยบายของเราอยู่แล้ว การดำเนินการตรงนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อมีคำพิพากษาศาลปกครองมีผลแล้ว ทำให้คำสั่งเทศบาลที่ออกตาม ค.4 (ห้ามใช้อาคาร) และ ค.25 (ให้รื้อถอนอาคาร) ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงต้องดำเนินการต่อตามนี้ สำหรับในส่วนงบประมาณรื้อถอนอาคารบุกรุกของกรมเจ้าท่า จำนวน 11 หลัง อยู่ในระหว่างพูดคุยกันว่าหากติดขั้นตอนใดอาจบูรณาการร่วมกันระหว่างเทศบาลกับกรมเจ้าท่าเพื่อดำเนินการรื้อถอนอาคารในส่วนที่เหลือจนครบทุกหลัง” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย.

พัทลุงพร้อมจัดใหญ่ !! ประเพณีแข่งโพน–ลากพระ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 69 สืบส านมรดกวัฒนธรรมเมืองลุง 20–29 ตุลานี้
2148
ข่าวประชาสัมพันธ์

"สนธิ" ถล่ม "ชัชชาติ-บริหาร กทม." ไม่ซื่อสัตย์ อัดผังเมืองเอื้อทุนอสังหาฯ นัดเดินสายทวงคืนประเทศที่อุดรฯ-ภูเก็ต
2610


นครพนม - ตำรวจนาทม ลุยปราบยาเสพติด! บุกจับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 105 เม็ด และปืนยาวไทยประด ิษฐ์







