“นายกอ๋า” กางแผนรับมือน้ำท่วมยะลา ผนึกเพื่อนบ้านเปิดทางน้ำ 2 ฝั่ง ปักหมุดเซนเซอร์ล่วงหน้า 72 ชม. ชงสร้างแก้มลิงยักษ์
21 ตุลาคม 2569 เวลา 14:20:00
2387
“นายกอ๋า” กางแผนเหล็กรับมือน้ำท่วมยะลา ผนึกเพื่อนบ้านเปิดทางน้ำ 2 ฝั่ง ปักหมุดเซนเซอร์ล่วงหน้า 72 ชม. ชงสร้างแก้มลิงยักษ์ คืนธรรมชาติแก้ยั่งยืน พร้อมติวเข้มชาวบ้านอ่านแอปวัดน้ำ รับมือวิกฤตสภาพอากาศโลก ขีดเส้น 6 ชม. เตือนยกของหนีน้ำหลากเขาบือยอ กางแผนที่พิกัดบ้านล็อกเป้าอพยพกลุ่มเปราะบางสู่อาคารพระเศวตฯ ลั่นฝนสะสมแตะ 500 มม. กดไซเรน-ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนทันที
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมช้างเผือก อาคารอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เทศบาลนครยะลาได้จัดเวทีประชุมและฝึกอบรมการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในเขตเทศบาลนครยะลาและพื้นที่ประสบภัยโดยรอบ ประจำปี 2569 เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติล่วงหน้า

โดย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำในปีนี้ว่า เทศ บาล ได้ประสานความร่วมมือแบบบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบข้าง แบ่งการจัดการออกเป็น 2 ฝั่งหลัก คือฝั่งแม่น้ำปัตตานี ร่วมกับ อบต.หน้าถ้ำ ไล่ลงมาจนถึงตำบลตาเซะ เร่งขุดลอกคูคลองและลำรางสาขาเปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอย เพื่อเปิดทางระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปัตตานีให้เร็วที่สุด ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังสะสม และฝั่งเขาบูดีและเทือกเขาบือยอ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดน้ำหลากเข้าท่วมเมืองรุนแรงในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจับมือกับเทศบาลตำบลบุดี, เทศบาลเมืองสะเตงนอก, อบต.บารูงอย, อบต.เนินงาม และ อบต.วังพญา ร่วมกำจัดวัชพืชเปิดทางน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่สะเตงนอกที่มีการเติบโตของเมืองและการถมดินสร้างหมู่บ้านจัดสรรทับเส้นทางน้ำเดิม ทั้งสองเทศบาลได้ร่วมกันเปิดเส้นทางน้ำใหม่เพื่อคืนทางระบายน้ำตามธรรมชาติดั้งเดิม

“ปัจจัยวิกฤตน้ำท่วมในปัจจุบันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่แปรปรวนอย่างรุนแรง และพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติหายไปจากการขยายตัวของเมือง ในระยะยาวจึงเสนอแนวคิดให้เทศบาลนครยะลา สะเตงนอก บุดี ท่าสาป และยุโป ร่วมกันจัดหาพื้นที่สร้าง แก้มลิงขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำและขยายแนวลำน้ำปัตตานี เป็นการคืนพื้นที่ให้แก่ธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน สำหรับการเฝ้าระวังและเตือนภัย เทศบาลนครยะลาได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดน้ำและปริมาณน้ำฝน ตลอดแนวลุ่มน้ำ โดยฝั่งแม่น้ำปัตตานีติดตั้งตั้งแต่บันนังสตา กรงปินัง ยะหา จนถึงสะพานท่าสาปหน้าเรือนจำ และฝั่งบูดี ซึ่งสามารถคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ถึง 72 ชั่วโมง จากข้อมูลเรดาร์อุตุนิยมวิทยา และหากมวลน้ำหลากจากเทือกเขาบือยอไหลประชิดเมือง จะสามารถแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าได้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อเตรียมยกของขึ้นที่สูง โดยหากพบปริมาณฝนตกสะสมแตะระดับ 500 มิลลิเมตร ระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านสัญญาณไซเรน ช่องทาง Line OA เฟซบุ๊กเทศบาลนครยะลา และประสาน ปภ. ส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ตรงสู่โทรศัพท์มือถือของประชาชนทันที”นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนเผชิญเหตุและอพยพ เทศบาล ได้จัดทำแผนที่ปักหมุดพิกัดกลุ่มเปราะบางไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด หากระดับน้ำวิกฤตจะส่งชุดปฏิบัติการเข้าอพยพผู้ป่วยติดเตียงผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง เด็ก แ ละหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มแรก โดยจัด อาคารพระเศวตสุรคชาธาร เป็นศูนย์พักพิงเฉพาะกลุ่มเปราะบางเพื่อการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ประชาชนทั่วไปได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงตามโรงเรียนเทศบาล และประสาน ศอ.บต. เพื่อใช้อาคารชางลีและจุดจอดรถรองรับประชาชน ทั้งนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลาสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 199 ตลอด 24 ชั่วโมง.

125 ปี กรมที่ดิน อยุธยาสู่ยุคดิจิทัลยกระดับบริการ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชน
2761
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อรรถวิชช์” ชี้ราคาน้ำมันต้องพึ่ง ก.พาณิชย์ ใช้กลไก พ.ร.บ.ราคาสินค้า คุมดีเซล B7 แก๊สโซฮอล์ 95 ไม่เกิน 35 บาท (มีคลิป)
2561


เจ้าตูบจอมซนคาบถุงดำทิ้งริมถนน เปิดดูช็อก เจอ ‘ยาบ้าตรา 999’ 2 หมื่นเม็ด ตร.ศรีสัชนาลัย เร่งล่าแก๊งยานรก