สภาทนายความส่งคณะกรรมการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน เพื่อช่วยแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานผลิตงามมะตอยในพื้นที่
29 เมษายน 2569 เวลา 18:09:00
66
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนายกสภาทนายความฯ ดร.ธนพล คงเจี้ยง ได้มอบหมายให้ นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงานฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับคดีสิ่งแวดล้อมเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการคดีปกครอง สำนักงานคดีปกครอง สภาทนายความ พร้อมคณะทำงานสภาทนายความฯ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ารับฟังปัญหาผลกระทบจากมลพิษโรงงานแอสฟัลท์ติก (ยางมะตอย) จากประชาชนในพื้นที่ ตามที่ได้รับการร้องเรียนของชุมชนใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงตลอดจนผลกระทบที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น ณ วัดกุงเปา บ้านขุนกลาง (บ้านนาหมากปิน) หมู่ 11 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมสภาทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ ดร.ธนพล ได้เลือกให้เป็นนายกสภาทนายความ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องกลิ่นจากการผลิตยางมะตอยแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงความเดือดร้อนของประชาชน
นายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ประธานคณะทำงาน กล่าวต่อไปว่า จากการที่คณะทำงาน ฯ ได้ลงพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า โรง งานดังกล่าวได้ทำการก่อสร้างขึ้นมาก่อนที่จะมีผังเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน และชาวบ้านขยายพื้นที่ลงมาจนอยู่ใกล้เขตรัศมีที่ต้องของโรงงานทำให้ได้รับผลกระทบจากกลิ่นของยางมะตอยซึ่งจะมีลักษณะกลิ่นที่มีพิษ เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายทำให้เกิดอันตรายได้ ชาวบ้านบางคนได้รับผลกระทบเจ็บป่วยไปบ้าง ซึ่งแนวทางของสภาทนายความจะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อสภาทนายความ จากนั้นก็จะเป็นการตรวจสอบการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ซึ่งจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ ให้กลิ่นหรือควันพิษในบริเวณพื้นที่หมดไป ซึ่งข้อมูลที่ได้รับฟังจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจริง มีกลิ่นเหม็นจริง ในช่วงที่คณะทำงานลงพื้นที่ก็มีกลิ่นบ้างแต่ก็ไม่มาก หรืออาจจะเป็นช่วงนี้ในพื้นที่มีมวลพิษสูงอาจจะหยุดประกอบกิจการไว้ชั่ว คราวก็เป็นได้ เมื่อเรารวบรวมข้อมูลเสร็จก็จะสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนหน่วยงานภาครัฐจะแก้ไขอย่างไรบ้าง และจะบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่ได้ โรงงานอยู่ได้ ทุกฝ่ายไม่เดือดร้อน ไม่ใช่โรงงานอยู่ได้ฝ่ายเดียวแต่ชาวบ้านเดือดร้อนซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขภาพประชาชน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีปัญหาเดียวที่ชาวบ้านเดือดร้อนคือเรื่องกลิ่นเหม็น ถ้าโรงงานสามารถแก้ปัญหาหรือหาวิธีการจัดการเรื่องควันซึ่งทำให้เกิดกลิ่นที่กระจายออกไปได้ชาวบ้านก็จะอยู่ได้

ด้าน นายพิริยะ ตวงลาภทวีกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนมารับตำแหน่งใหม่กำลังตรวจสอบข้อมูล แต่ที่ได้ติดตามจากชาวบ้านมีข้อเท็จจริงว่ามีกลิ่นเหม็นจากยางมะตอยทำให้ชาวบ้านเดือด ร้อน ซึ่งก็จะติดตามข้อมูลจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาว่าได้ดำเนินการไปอย่างไรและจะช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้อย่างไร ก็จะต้องประสานกับโรงงานอีกครั้งว่ามีวิธิใดที่จะทำให้กลิ่นไม่สร้างความเดือดร้อนและไม่เกิดผลกระทบด้านสุขภาพของชาวบ้าน นอกจากนี้ก็จะได้ประสานบูรณาการกับทางจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อเร่งแก้ปัญหาต่อไป

นางวลัย ฯ ประธาน อสม.ตำบลปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตั้งแต่โรงงานตั้งกว่า 10 ปีมาแล้ว เวลาต้มยางมะตอยจะสิ่งกลิ่นเหม็นมาก มีอาการเวียนศีรษะ ทางเดินหายใจ ชาวบ้านมีอาการเจ็บป่วยบ้าง ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปที่ อบต.ปางหมู ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ก็บอกว่าได้ประสานหน่วยงานแก้ไขปัญหาใด้แล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้ติดตามผล ชาวบ้านก็รอดูแต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่มีปัญหาหมอกควันไฟจากไฟป่าจังหวัดสั่งให้หยุดเผาป่า กลิ่นยางมะตอยก็หายไปด้วย รอดูหลังเมษายนอีกครั้ง เมื่อสภาทนายความยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านก็สบายใจขึ้นตั้งความหวังไว้ที่คณะทำงานสภาทนายความจะสามารถช่วยชาวบ้านได้ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือไม่ให้มีกลิ่นเวลาเผาหรือต้มยางมะตอยคิดว่าโรงงานก็น่าจะหาวิธีได้ที่จะทำให้ชาวบ้านไม่เดือดร้อน.
ฉลอง หมั่นสกุล จ.แม่ฮ่องสอน

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2626
ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตามนัด!! “กำนันมะโน” นำมวลชน นปผ. แวะราชบุรี กราบสักการะ ร.1 ก่อนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
2539


มุกดาหาร ทหาร สนธิกำลังตรวจยึดลิ้นโค แช่แข็ง น้ำหนัก1040 กก พร้อมผู้ต้องหา 1 คน







