top of page

งานวิจัยสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ม.นครพนม เพื่อข้อมูลอากาศที่ประชาชนเข้าถึงได้ “ลมหายใจของเมือง”

16 มีนาคม 2569 เวลา 12:40:00

60

eye.png

ภูมิภาค

     วันที่ 16 มี.ค.69  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 กลายเป็นหนึ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกจับตามองมากที่สุดของโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นสะสมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่การเผาชีวมวล การจราจร และสภาพอากาศ ส่งผลให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงและกระทบต่อสุขภาพของประชาชน


     ที่จังหวัดนครพนม กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนครพนมกำลังพัฒนา “สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ” เพื่อสร้างฐานข้อมูลฝุ่นในพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น   งานวิจัยดังกล่าว นำโดย ดร.อภิรักษ์ ทูลธรรม นักวิจัยจากวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมศรีสงคราม มหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่งกำลังพัฒนาสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ในรูปแบบ “Low-cost Sensor” หรือเซ็นเซอร์ต้นทุนต่ำ แต่ยังคงมีความแม่นยำสูง เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่สำคัญของจังหวัด


    ดร.อภิรักษ์ อธิบายว่า PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 20 เท่า จึงสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน และเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึกถึงถุงลมปอด  PM2.5 คือฝุ่นขนาดเล็กมาก เล็กกว่าเส้นผมประมาณ 20 เท่า ความน่ากลัวของมันคือสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน เมื่อเราหายใจเข้าไป ฝุ่นสามารถผ่านหลอดลมไปถึงถุงลมในปอด และบางส่วนเข้าสู่กระแสเลือดได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ปัญหานี้น่ากังวลมาก

จากความเสี่ยงดังกล่าว

กล่องสีขาว.jpg

     ทีมนักวิจัยจึงมองว่าประชาชนควรมีเครื่องมือที่ช่วยให้รับรู้สถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ของตนเองได้อย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปเครื่องตรวจวัดฝุ่นมาตรฐานที่ใช้ในระดับสากลมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีการใช้งานเพียงไม่กี่จุดในแต่ละจังหวัด ทีมนักวิจัยจึงเลือกพัฒนาเซ็นเซอร์ต้นทุนต่ำที่ยังคงให้ค่าการวัดที่แม่นยำ   เราเลือกพัฒนาในรูปแบบ Low-cost Sensor เพื่อให้ต้นทุนอยู่ในระดับที่หน่วยงานท้องถิ่นหรือชุมชนสามารถเข้าถึงได้ หลักการวัดทั่วไปใช้การกระเจิงของแสง แต่เราพัฒนาเพิ่มโดยใช้เทคโนโลยี Laser Scattering หรือการใช้แสงเลเซอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำของการตรวจวัด


    ระบบดังกล่าวทำให้สามารถควบคุมงบประมาณของเครื่องตรวจวัดให้อยู่ในระดับ “หลักหมื่นบาท” ขณะเดียวกันยังสามารถให้ค่าที่มีความละเอียดและเชื่อถือได้ นอกจากการวัดค่าฝุ่นแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นสามารถเข้าถึงได้ ทีมวิจัยจึงนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) มาใช้ โดยเครื่องตรวจวัดจะส่งข้อมูลขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางทุกครั้งที่มีการตรวจวัด เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลทุกครั้งที่เครื่องทำงาน ข้อมูลจะถูกส่งขึ้นไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ กลายเป็น Data Set ซึ่งนักวิจัยสามารถนำไปใช้ต่อยอด เช่น การพยากรณ์แนวโน้มฝุ่นในอีก 2-3 วันข้างหน้า หรือวิเคราะห์แนวทางการป้องกันในอนาคต”

กล่องสีขาว.jpg

ขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปแสดงผลแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ด เพื่อให้ประชาชนหรือกลุ่มเสี่ยงสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะต้องมีการจัดรูปแบบให้เหมาะสม เนื่องจากค่าฝุ่นที่วัดได้แบบ “เรียลไทม์” อาจมีความผันผวนสูง ต่างจากค่ามาตรฐานที่ใช้แจ้งเตือนประชาชนซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง


   ค่าที่เราวัดได้เป็นค่าจริง ณ ขณะนั้น แต่ค่าที่ใช้แจ้งเตือนในระบบ AQI จะเป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง หากประชาชนเห็นค่าเรียลไทม์โดยไม่มีความเข้าใจ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้ ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาแดชบอร์ดให้เข้าใจง่ายก่อน

ก่อนหน้านี้ในปี 2568 ทีมวิจัยได้ทดลองติดตั้งสถานีตรวจวัดต้นแบบบริเวณ ลานพญานาคริมแม่น้ำโขง และเปรียบเทียบกับสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษที่สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม ผลการทดลองพบว่า แม้ค่าฝุ่นจะมี “แนวโน้มขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกัน” แต่ค่าตัวเลขที่วัดได้มีความแตกต่างกัน เนื่องจากปัจจัยด้านภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม

ลักษณะพื้นที่มีผลมาก เช่น พื้นที่แอ่ง การระบายอากาศ ความหนาแน่นของกิจกรรมในพื้นที่ ทำให้ค่าฝุ่นแต่ละจุดไม่เท่ากัน แอปที่เราใช้ดูค่าฝุ่นทั่วไปมักเป็นค่าภาพรวมของประเทศ แต่ไม่ได้สะท้อนค่าที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่”ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มจำนวนสถานีตรวจวัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เห็นภาพข้อมูลเชิงพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


    ในปี 2569 ทีมนักวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (FF) เพื่อพัฒนาระบบตรวจวัดในระดับพื้นที่ โดยมีแผนติดตั้งสถานีตรวจวัดทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วยพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม และ อ.ธาตุพนม ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนริมแม่น้ำโขง และอีก 1 จุดจะติดตั้งที่ อ.ศรีสงคราม เพื่อใช้เป็นพื้นที่เปรียบเทียบข้อมูล


   เราต้องการดูว่าฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง เป็นการเผาชีวมวลอย่างเดียวหรือไม่ หรือมีปัจจัยจากกิจกรรมอื่น รวมถึงฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

สถานีตรวจวัดใหม่ยังจะเพิ่มความสามารถในการตรวจวัดฝุ่นชนิดอื่น ๆ ได้แก่ PM10 และ PM1 รวมถึงเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม และทิศทางลม เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฝุ่นได้ครบถ้วนมากขึ้น ซึ่งในระยะยาว

กล่องสีขาว.jpg

       ทีมวิจัยมองว่าฐานข้อมูลคุณภาพอากาศในระดับพื้นที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม หากมีข้อมูลจากหลายจุดทั่วจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่นจะสามารถวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่นได้แม่นยำขึ้น และออกมาตรการป้องกันหรือแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที


     ถ้าเราไม่มีข้อมูลของแต่ละพื้นที่ เราจะไม่รู้เลยว่าฝุ่นเกิดจากจุดไหน การมีสถานีตรวจวัดหลายจุดจะช่วยให้เราเห็นภาพจริงของปัญหา และสามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายหรือมาตรการป้องกันได้

แม้ในอนาคตการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประชาชนจะเป็นไปได้ แต่ทีมนักวิจัยมองว่าขั้นตอนสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการสร้างเครือข่ายสถานีตรวจวัดที่มีมาตรฐานและครอบคลุมพื้นที่ก่อน


      ในอนาคตการทำแอปสามารถทำได้ แต่ตอนนี้เราต้องมีสถานีตรวจวัดที่ได้มาตรฐานและกระจายครอบคลุมทั้งจังหวัดก่อน เมื่อฐานข้อมูลพร้อมแล้ว การพัฒนาระบบให้ประชาชนเข้าถึงก็จะเกิดขึ้นตามมา  ปัญหาฝุ่นที่กลายเป็นความท้าทายของหลายพื้นที่ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยนครพนมจึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างระบบข้อมูลที่จะช่วยให้ประชาชนรับรู้และรับมือกับปัญหาคุณภาพอากาศได้อย่างเท่าทันในอนาคต.

กล่องสีขาว.jpg

ตระการตา!! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณฯ

3520

eye.png

ข่าวประชาสัมพันธ์

กล่องสีขาว.jpg

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลอัดงบลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี แก้เรือลำใหญ่เข้าไม่ได้ ชี้ปล่อยยืดเยื้อทำประมงชายแดนใต้เสียโอกาส

2644

eye.png
“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์
ตร.สำโรงเหนือ แกะรอยเดือนกว่า รวบโจรสายเปย์ฉกทอง 10 บาท ขายได้เงินกว่าครึ่งล้าน ซื้อรถเปย์สาวเที่ยวจนเกลี้ยง

ตร.สำโรงเหนือ แกะรอยเดือนกว่า รวบโจรสายเปย์ฉกทอง 10 บาท ขายได้เงินกว่าครึ่งล้าน ซื้อรถเปย์สาวเที่ยวจนเกลี้ยง !!

อาชญากรรม

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ไอที-ยานยนต์

“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์

1847

eye.png

2743

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวภูมิภาคทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

จังหวัดนราธิวาส ประกอบพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช

23 ตุลาคม 2569 เวลา 17:50:00

1829

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ฉะเชิงเทรา วางพวงมาลาถวายราชสักการะ “วันปิยมหาราช” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 5

23 ตุลาคม 2569 เวลา 16:20:00

1723

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เร่งเปิดทางน้ำลงบางปะกง บรรเทาผลกระทบเกษตรกร พร้อมกำชับดูแลอาหาร น้ำดื่ม ต้องถึงมือประชาชน

23 ตุลาคม 2569 เวลา 17:30:00

2341

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

เมืองปลายน้ำ รับมวลน้ำแรกยันสุดท้ายทุกปี "กุลวลี" นำปัญหาเข้าสภาฯ ทวงระบบน้ำแม่กลอง ชี้ ปตร. คลองบางป่า เสี่ยงพัง

23 ตุลาคม 2569 เวลา 16:00:00

2776

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ผู้ว่าฯ อยุธยา นำหัวหน้าส่วนราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ร.5 วันปิยมหาราช

23 ตุลาคม 2569 เวลา 17:11:00

1770

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

จังหวัดนครพนม ประกอบพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.5

23 ตุลาคม 2569 เวลา 11:58:00

1743

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นายอำเภอบ้านนาเดิม ประธานในพิธีวางพวงมาลาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันปิยมหาราช

23 ตุลาคม 2569 เวลา 17:00:00

1785

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

จังหวัดนครสวรรค์ วางพวงมาลาและถวายราชสดุดี เนื่องในวันปิยมหาราช ร้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.5

23 ตุลาคม 2569 เวลา 11:55:00

1724

eye.png
bottom of page