กำนันบ้านฉาง บี้หนักเดินหน้าลุยต่อ !! ทวงหลักหมุดที่ดินหลังสนามกอล์ฟ รับปากหาให้ตรวจสอบ แต่ผ่านเป็นสัปดาห์ยังเงียบ
17 สิงหา คม 2569 เวลา 10:01:00
1442
กำนันบ้านฉาง กัดไม่ไม่ปล่อย !! จี้ทวงหลักหมุดแนวเขตที่ดิน หลังสนามกอล์ฟรับปากนำรถแมคโครขุดหาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ผ่านเป็นสัปดาห์ยังไร้วี่แวว หวั่นกระทบคลองสาธารณะ-เส้นทางน้ำจากเขาห้วยมะหาด ลั่นหากรัฐยังนิ่ง เตรียมยื่น ป.ป.ช.ระยอง ป.ป.ช.ส่วนกลาง และศาลปกครอง ขณะที่จับตาความปลอดภัยแรงงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
วันที่ 17 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีการลงทุนมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท โดยชาวบ้านยังคงตั้งข้อสังเกตและขอให้ตรวจสอบโครงการในทุกมิติ ทั้งเรื่องแนวเขตที่ดิน การใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ ระบบระบายน้ำ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่โครงการยังคงเดินหน้าก่อสร้างตามปกติ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.บุญเรือน แย้มกลีบ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง พร้อมด้วย นายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง น.ส.ศิริวรรณ คามาปาน เจ้าพนักงานที่ดินสาขาบ้านฉาง นายชายภัทร ทัดมาลี เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโครงการ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน โดยมีผู้บริหารและพนักงานสนามกอล์ฟเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านยังค้างคาใจ คือเรื่อง หลักหมุดแนวเขตที่ดิน หลังสนามกอล์ฟรับปากกับผู้นำชุม ชนว่าจะนำรถแบ็กโฮหรือรถแมคโครเข้าขุดค้นหาหลักหมุดที่อ้างว่ามีอยู่ในพื้นที่ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินตรวจสอบแนวเขตให้เกิดความชัดเจน แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว กลับยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้กำนันตำบลบ้านฉางต้องออกมาติดตามทวงถามอีกครั้ง
นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง เปิดเผยว่า ยังคงเดินหน้าตรวจสอบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ให้ครบทุกมิติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่มีการร้องเรียนว่าการก่อสร้างอาจเกี่ยวข้องกับแนวเขตทางสาธารณะและคลองสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบตามข้อเท็จจริง

กำนันตำบลบ้านฉาง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของพื้นที่สนามกอล์ฟเดิมอ้างว่ามีหลักหมุดแสดงแนวเขตอย่างชัดเจน เพียงแต่อาจถูกดินฝังกลบไป จึงรับปากว่าจะนำรถแมคโครเข้าขุดค้นหา เพื่อนำหลักหมุดมาแสดงและให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งติดตามและดำเนินการให้เกิดความชัดเจน
นายอุทัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ชาวบ้านกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องแนวเขตที่ดิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับคลองสาธารณะและทิศทางการระบายน้ำ หากมีการถมดินหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่จนทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนทิศทาง อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำจากบริเวณเขาห้วยมะหาด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนที่จะเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากหรือกระทบพื้นที่ชุมชน
“ถ้ายังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจน ชาวบ้านก็จะต้องยกระดับการร้องเรียนต่อไป ทั้งทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ระยอง ป.ป.ช.ส่วนกลาง รวมถึงศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายอุทัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก รวมถึงแรงงานต่างด้าว จึงต้องจับตาเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ หรือ จป.วิชาชีพ ตามประเภทและขนาดของกิจการที่กฎหมายกำหนด เพื่อดูแล ควบคุม และป้องกันอุบัติเหตุ ตลอดจนโรคจากการทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะที่หลักหมุดแนวเขตที่ดิน หากพบว่าสูญหาย ชำรุด หรือสงสัยว่าถูกเคลื่อนย้าย ไม่ควรดำเนินการขุด ย้าย หรือปักหลักหมุดใหม่ด้วยตนเอง แต่ต้องแจ้งสำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการรังวัดสอบเขตตามขั้นตอน เนื่องจากหลักหมุดเป็นเครื่อง หมายแสดงแนวเขตและเป็นหลักฐานทางราชการ การทำลาย ดัดแปลง เคลื่อนย้าย หรือถอดถอนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ประเด็นต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ชาวบ้านยังคงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้านอย่างโปร่งใส ก่อนที่โครงการจะเดินหน้าก่อสร้างไปมากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อชุมชนในระยะยาว.

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวง โชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2626
ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตามนัด!! “กำนันมะโน” นำมวลชน นปผ. แวะราชบุรี กราบสักการะ ร.1 ก่อนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
2539


มุกดาหาร ทหาร สนธิกำลังตรวจยึดลิ้นโค แช่แข็ง น้ำหนัก1040 กก พร้อมผู้ต้องหา 1 คน







