นครพนม-น้ำโขงส่งสัญญาณดีเริ่มทรงตัว ทม.ปิดประตูระบายน้ำ หวั่นฝนกระหน่ำซ้ำ
12 สิงหาคม 2569 เวลา 10:07:00
406
รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำโขงในเขตเทศบาลนครพนม (ทม.นครพนม) ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำอัตโนมัติแม่น้ำโขง ชุมชนหนองแสง วัดระดับน้ำได้ที่ 11.93 เมตรเพิ่มจากวานนี้ 10 เซนติเมตร และห่างจากจุดวิกฤต 12 เมตรประมาณ 7 เซนติเมตร ส่วนขอบตลิ่งหรือริมเขื่อนมีความสูง 13 เมตร ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าน้ำโขงเริ่มทรงตัว
ถึงแม้ในเขต ทม.นครพนม สถานการณ์ได้คลี่คลายเข้าสู่โหมดปกติ คงเหลือการระบายน้ำออกจากที่ลุ่มต่ำและน้ำท่วมขังบางส่วน โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 40 หลังคาเรือน แต่ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ตามคาดการณ์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ว่าระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคม ระดับน้ำโขงจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.40-1.70 เมตร เนื่องจากเขื่อนในประเทศจีนและลาว ได้ระบายน้ำออก ผนวกกับมีฝนตกทางเหนือลงมาสมทบ จึงมีแนวโน้มน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ร่วมกับเทศบาลเมืองนครพนม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) มณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) กอ.รมน.นครพนม โครงการชลประทานนครพนม สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เขต 7 สกลนคร และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครพนม ร่วมเตรียมแผนรองรับกรณีมีปริมาณน้ำเอ่อเพิ่มสูงขึ้น โดยติดตั้งเครื่อง Hydroflow ขนาดใหญ่ จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเร่งระบายน้ำเมื่อมีความจำเป็น

ในส่วนของเขต ทม.นครพนม ได้เฝ้าระวังน้ำโขงหนุนสูงตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราชอีก 1 จุดจากเดิมมีทั้งหมด 16 ตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และปิดประตูระบายน้ำ ป้องกันน้ำโขงไหลเข้าตัวเมือง เนื่องจากน้ำโขงสูงท่วมปากท่อ หากมีฝนตกก็จะเดินเครื่องสูบน้ำลงแม่น้ำโขง โดยไม่มีน้ำไหลวนกลับเข้ามาในท่อได้
กรณีมีนักท่องเที่ยว ประชาชนต่างจังหวัด สอบถามถึงภาพข่าวน้ำท่วมบริเวณถนนสวรรค์ชายโขง รวมทั้งร้านค้า ร้านของฝากใต้ถุนลานพญานาค ต้องเข้าใจให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ทั้งสองสถานที่อยู่ต่ำกว่าถนนสายหลัก เช่น ถนนทางหลวงแผนดินหมายเลข 212 สายธาตุพนม-นครพนม และ ถนนสุนทรวิจิตร ทม.เมืองนครพนม ประมาณ 3 เมตร จุดประสงค์ในการก่อสร้าง เพื่อใช้สำหรับเป็นที่ออกกำลังกาย พักผ่อน หรือจัดกิจกรรมทางน้ำ ถึงฤดูน้ำหลากก็จะท่วม ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ ยังคงใช้ชีวิตกันปกติ แหล่งท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น

ที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือพื้นที่การเกษตร โดยข้อมูลเบื้องต้นพบพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างน้อย 8 อำเภอ 31 ตำบล 89 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรประสบภัยรวมอย่างน้อย 7,116 ไร่ และเกษตรกรได้รับผลกระทบรวมอย่างน้อย 2,104 ราย แต่ยังไม่มีรายงานว่าเสียหายถาวร เนื่องจากต้นข้าวจมอยู่ใต้น้ำได้ประมาณ 10 วัน สูงสุดไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ หากเกินกว่านี้ต้นข้าวจะเริ่มเน่าและตาย
สอบถามนายอนันต์ แดงดี อายุ 47 ปี เกษตรกรนาข้าว ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ได้เดินดูนาข้าวที่จมอยู่ในน้ำ พร้อมเปิดเผยว่าเช่าที่นาผู้อื่นปลูกข้าวประมาณ 7-8 ไร่ หลังฝนตกเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว น้ำก็ท่วมต้นข้าวจนมิด เมื่อถามว่าอยากได้เงินเยียวยาน้ำท่วม หรืออยากได้ข้าว นายอนันต์ตอบว่าอยากได้ข้าว แต่วันนี้โล่งใจขึ้นเยอะ เพราะน้ำได้ลดลงเรื่อยๆ โอกาสรอดจึงมีสูง.

ผู้ว่าฯ ตราด ออกร่วมกับหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ พร้ออมให้กำลังใจผู้ บริจาคและเจ้าหน้าที่
1767
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘เลาฟั้ง’ ส.ส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน พบปะชาติพันธุ์ ‘กะแย’ ชูนโยบายแก้ไขกฎหมายที่ดิน
1748


รวบโจรแสบวัย 22 ลักมือถือ รปภ.วัย 63 แฮกบัญชีโอนเงิน 2.5 หมื่น ตร.บ้านฉางตามรวบทันควัน







