อุทยานกุยบุรี แจ้งความหาตัวคนร้ายยิงกระทิงป่าเสียชีวิตหลังผ่าซากพบหัวกระสุนฝังใน
5 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00:00
426
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.69 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า จากที่นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากราษฎรในพื้นที่ว่า พบซากกระทิงป่าอยู่บริเวณนอกเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ท้องที่หมู่ที่ 8 บ้านพุบอน ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงกำลังเข้าตรวจสอบเป็นซากกระทิงป่าเพศผู้ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 21–25 ปี น้ำหนักราว 900–1,000 กิโลกรัม ลำตัวยาว 240 เซนติเมตร ความสูง 160 เซนติเมตร ปลายเขาข้างซ้ายและขวากว้างห่างกัน 72 เซนติเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของเขากว้าง 77 เซนติเมตร ตามลำตัวพบร่องรอยบาดแผลขนาด 1x1 คารางเซนติเมตร หลายจุดบริเวณสันหลังช่วงท้องฝั่งซ้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเครื่องสแกนโลหะเข้าตรวจพิสูจน์เบื้องต้น พบชิ้นส่วนวัตถุโลหะลักษณะคล้ายหัวกระสุนปืนฝังอยู่บริเวณบาดแผลดังกล่าว

ล่าสุดทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 1451 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม เข้าตรวจสอบและผ่าพิสูจน์ซากกระทิง ผลปรากฏพบเยื่อบุช่องท้องและตับ มีการอักเสบ มีหนอง และมีผังผืดเชื่อมติดกับอวัยวะข้างเคียง เช่น ลำไส้ และผนังช่องท้อง

ซึ่งลักษณะดังกล่าวเกิดจากอาการป่วยก่อนหน้า นอกจากนี้บาดแผลที่พบขนาด 1x1 ตารางเซนติเมต ร หลายจุด บริเวณสันหลัง ช่วงท้องฝั่งซ้าย บริเวณหน้าอกมีรอยช้ำ อวัยวะภายในช่องอกค่อนข้างเสียหายรุนแรง บริเวณกระดูกชายโครงด้านซ้ายมีรอยคล้ายกระสุนปืน สะโพกซ้ายมีรอยช้ำ หัวใจไม่พบความผิดปกติ กีบเท้าไม่มีร่องรอยของโรคปากเท้าเปื่อย

ทั้งนี้สัตวแพทย์ฯ ได้เก็บตัวอย่าง ตับ ปอด และหัวใจ เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งลงความเห็นสาเหตุการตายกระทิงว่าเกิดจาก "แรงดันสูงของหัวกระสุนปืนที่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กๆ เข้าไปทำลายอวัยวะภายในช่องอกจนได้รับความเสียหายรุนแรง อวัยวะภายในช่องอกมีการอักเสบเป็นวงกว้าง และมีเลือดออกภายในช่องอก โดยเฉพาะปอดมีรอยช้ำเลือดจนสังเกตุเห็นได้ชัด" คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นควรให้ฝังกลบซากกระทิงในพื้นที่จุดเกิดเหตุตามหลักวิชาการ โดยนำซากหัวกระทิงพร้อมเขาทั้งสองข้างเก็บรักษา ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากนั้นมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม อ.กุยบุรี เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป.

ความหวังที่ไม่เคยถอยห่าง: มูลนิธิร่วมกตัญญู กลับมาลุยน้ำท่วม "พฤกษาพนาลี 36" ส่งต่อพลังใจเคียงข้างชาวบ้าน
1714
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘เลาฟั้ง’ ส.ส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน พบปะชาติพันธุ์ ‘กะแย’ ชูนโยบายแก้ไขกฎหมายที่ดิน
1740


ปกครองระยอง ผนึกทหารเรือ ลุยเด็ดปีก 2 เอเย่นต์ รวบคาบ้าน-ฉี่ม่วงคู่ ของกลางเพียบ







