ส่อเดือดระอุทั้งอ่าว ชาวประมงจ่อนัดรวมพล บุก 3 กระทรวง จี้รัฐแก้แรงงาน-น้ำมัน-ราคาสัตว์น้ำ ก่อนวิกฤตลุกลามทั้งระบบ
30 เมษายน 2569 เวลา 23:25:00
109
สมุทรสงคราม - ส่อเดือดระอุทั้งอ่าว ชาวประมงจ่อนัดรวมพล บุก 3 กระทรวง จี้รัฐแก้แรงงาน-น้ำมัน-ราคาสัตว์น้ำ ก่อนวิกฤตลุกลามทั้งระบบ
สถานการณ์ภาคประมงไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปราะบาง เมื่อชาวประมงในจังหวัดสมุทรสงครามส่งสัญญาณ “เอาจริง” เตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ บุก 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ คมนาคม แรงงาน และเกษตรและสหกรณ์ หลังปัญหาสะสมทั้งแรงงานขาดแคลน ต้นทุนน้ำมันพุ่ง และราคาสัตว์น้ำตกต่ำ กำลังบีบให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก “ไปต่อไม่ไหว”
ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการประชุมใหญ่ของผู้ประกอบอาชีพประมงกว่า 200 คน ที่สหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด วันนี้ (30 เม.ย.69) กลายเป็นเวทีสะท้อนเสียงเดือดร้อนที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายเดือน โดยมีแกนนำอย่างนายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมเรือลากคู่สมุทรสงครามร่วมย้ำว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่เกี่ยวพันกับกฎหมายและข้อจำกัดจาก 3 กระทรวงโดยตรง

นายมงคล สุขเจริญคณา กล่าวว่า ประเด็นแรกที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนัก คือข้อขัดข้องจากฝั่งกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะการออกใบประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือของกรมเจ้าท่า ที่ยังไม่มีประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้แรงงานที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ เรือประมงจำนวนมากจึงต้องจอดนิ่ง ไม่สามารถออกทะเลได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ควรสร้างรายได้ก็ตาม
ขณะที่ต้นทุนการทำประมงยังคงพุ่งสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน แม้ภาครัฐจะส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 32 บาท แต่ชาวประมงยืนยันว่าราคาที่ “อยู่รอดได้จริง” ต้องไม่เกินลิตรละ 25 บาทเท่านั้น ทำให้มีข้อเสนอเร่งด่วนให้รัฐบาลจัดทำ “คูปองน้ำมัน” ชดเชยลิตรละอย่างน้อย 3 บาท เพื่อลดภาระต้นทุนที่กำลังกดทับผู้ประกอบการอย่างหนัก ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นภาพชัดว่า เรือประมงพาณิชย์ในสมุทรสงครามที่เหลืออยู่เพียง 300-400 ลำ มีมากถึง 70% ต้องหยุดเดินเรือ ขณะที่อีก 30% จำเป็นต้องฝืนออกทะเลทั้งที่ขาดทุน เพียงเพื่อรักษาสภาพคล่องและชำระหนี้สิน

นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องสำคัญต่อกระทรวงเกษตรฯ ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นแก่ชาวประมงโดยยังคงจ่ายดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป เพื่อป้องกันการกลายเป็นหนี้เสียในระบบ โดยเฉพาะหนี้จากธนาคารรัฐอย่างออมสินและ ธ.ก.ส.
อีกหนึ่งความกังวลที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือแนวโน้มการอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ รวมถึงการลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางผิดกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้สินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซ้ำเติมสถานการณ์ของชาวประมงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเรียกร้องให้ภาครัฐควบคุมและปราบปรามอย่างจริงจัง

ด้านปัญหาแรงงาน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงาน ก็ยังเป็นอีกคอขวดสำคัญ โดยระบบ e-WorkPermit ยังมีข้อจำกัดด้านการใช้งาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถเข้าถึงอีเมลหรือดำเนินการเองได้ ส่งผลให้การจ้างงานล่าช้าและไม่ทันต่อความต้องการ ชาวประมงจึงเสนอให้แยกระบบขึ้นทะเบียนแรงงานประมงออกจากอาชีพอื่น เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัว
จากปัญหาทั้งหมดนี้ เครือข่ายชาวประมงจาก 22 จังหวัดกำลังถูกระดมพลัง เพื่อเตรียมยื่นหนังสือพร้อมกันต่อ 3 กระทรวง โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หากยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเรียกร้องเฉพาะกลุ่ม แต่สะท้อนถึง “จุดเปลี่ยน” ของภาคประมงไทย หากรัฐยังเพิกเฉย วิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามจนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ และอาชีพประมงที่เคยหล่อเลี้ยงประเทศ อาจต้องเผชิญกับคำถามว่า “จะอยู่รอดได้อีกนานแค่ไหน”.

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2626
ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตามนัด!! “กำนันมะโน” นำมวลชน นปผ. แวะราชบุรี กราบสักการะ ร.1 ก่อนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
2539


มุกดาหาร ทหาร สนธิกำลังตรวจยึดลิ้นโค แช่แข็ง น้ำหนัก1040 กก พร้อมผู้ต้องหา 1 คน







