“ดาต้าเซ็นเตอร์หมื่นล้าน บ้านฉาง” ทุนใหญ่ลุยสร้าง 3 เดือน เจอแรงงานต่างด้าว 24 รายแตกฮือ
12 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00:00
710
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับโครงการ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังชาวบ้านในพื้นที่ออกมาแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค การใช้ทรัพยากร ตลอดจนการควบคุมแรงงานและการประกอบกิจการภายในพื้นที่โครงการ พร้อมตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นและดำเนินมาเป็นระยะ ก่อนจะมีการเข้าตรวจสอบอย่างจริงจัง
โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี บริษัท กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์รวมข้อมูลระดับสากล เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่ โดยมีมูลค่าการลงทุนระดับ หมื่นล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองในพื้นที่ EEC
ขณะนี้โครงการเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยมี บริษัท ไซน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่สัญชาติจีน รับงานจากบริษัท กาแล็คซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ ก่อนจะมีการว่าจ้างบริษัทรับเหมาของไทยเข้ามารับงานต่อช่วง และนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในพื้นที่ก่อสร้าง

บุกแคมป์! แรงงานแตกฮือ วิ่งหนีขึ้นเขา-ว่ายน้ำข้ามคลอง- จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ สำนักงานจัดหางานจังหวัดระยอง สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่แคมป์คนงานด้านหลังโครงการ หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ กลุ่มแรงงานบางส่วนเกิดความแตกตื่น พากันวิ่งหลบหนีออกจากแคมป์ บางรายวิ่งขึ้นเนินเขา ขณะที่บางรายพยายามว่ายน้ำข้ามคลองหลบหนีไปคนละทิศละทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังติดตามและควบคุมตัว
สุดท้ายสามารถจับกุมแรงงานได้ 24 ราย แบ่งเป็น สัญชาติเมียนมาร์ 20 ราย และสัญชาติจีน 4 ราย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นคำถามสำคัญว่า โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เดินหน้ามานานกว่า 3 เดือน มีการตรวจสอบการใช้แรงงานและการประกอบกิจการภายในพื้นที่อย่างทั่วถึงแล้วหรือไม่
สื่อเปิดประเด็น ก่อนเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่-ชาวบ้านบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้โครงการเดินหน้าก่อสร้างมาเป็นเวลาระยะหนึ่ง แต่การตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งมีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชน จึงเกิดการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบและพบแรงงานต่างด้าวจำนวนมากในแคมป์คนงาน

อกจากเรื่องแรงงานแล้ว ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกิจการภายในบริเวณแคมป์ เช่น ตลาดและคลินิกที่เปิดให้บริการแก่คนงาน ซึ่งชาวบ้านตั้งคำถามว่ามีใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่
ประเด็นนี้จึงไม่ได้จบเพียงการจับกุมแรงงานต่างด้าว 24 ราย แต่กำลังขยายเป็นคำถามใหญ่ถึง ระบบการกำกับดูแลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ว่าหน่วยงานใดมีหน้าที่ตรวจสอบอะไร และตรวจสอบกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างจนปัญหาลุกลาม
ชาวบ้านหวั่น “ทุนใหญ่” ขยายตัวเร็วกว่าการกำกับดูแล-สำหรับประชาชนในพื้นที่บ้านฉาง แม้จะเห็นด้วยกับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต้องการคือ การลงทุนต้องเดินคู่กับกฎหมายและความรับผิดชอบต่อชุมชน
โดยเฉพาะโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่อาจมีความต้องการใช้ไฟฟ้า น้ำ และสาธารณูปโภคจำนวนมาก รวมถึงจำนวนแรงงานและกิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยรอบ หากไม่มีระบบกำกับดูแลที่รัดกุมตั้งแต่ต้น อาจกลายเป็นภาระของชุมชนในอนาคต
ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบตั้งแต่บริษัทเจ้าของโครงการ บริษัทผู้รับเหมาหลัก ผู้รับเหมาช่วง ไปจนถึงระบบแคมป์คนงาน อย่างละเอียด ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มีข่าวหรือเกิดเหตุแล้วจึงเข้าตรวจสอบ
ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้ชัดว่า แรงงานทุกคนมีเอกสารถูกต้องหรือไม่ นายจ้างเป็นใคร การจ้างงานผ่านบริษัทใด มีการประกอบกิจการอื่นภายในแคมป์โดยได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงระบบสาธารณสุข ความปลอดภัย และสวัสดิการของแรงงานเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

คำถามที่รัฐต้องตอบ – เมกะโปรเจกต์ต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน- กรณีนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของภาครัฐในการดูแลการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC เพราะ การส่งเสริมการลงทุนกับการบังคับใช้กฎหมายต้องเดินไปพร้อมกัน
ชาวบ้านไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ต้องการเห็นความชัดเจนว่า นักลงทุนรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นทุนชาติใด ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทยอย่างเท่าเทียมกัน
เพราะหากปล่อยให้เกิดการกระทำผิดแล้วไม่มีการตรวจสอบหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อาจสร้างความรู้สึกให้ประชาชนตั้งคำถามว่า “เงินลงทุนใหญ่กว่ากฎหมายหรือไม่?”
ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่า หากโครงการเดินหน้าขยายตัวต่อไปโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน ปัญหาที่ตามมาอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องแรงงาน แต่รวมถึง สิ่งแวดล้อม การจราจร การใช้ทรัพยากร น้ำ ไฟฟ้า ที่พักอาศัย สาธารณสุข ความปลอดภัย และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน
ทั้งหมดนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งตอบให้ชัดว่า จะปล่อยให้การลงทุนขนาดใหญ่เดินหน้าไปก่อน แล้วค่อยตามแก้ปัญหาทีหลัง หรือจะวางระบบตรวจสอบให้รัดกุมตั้งแต่วันนี้
เพราะสำหรับชาวบ้านบ้านฉาง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนา แต่คือ “ลงทุนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย และต้องไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้คนในพื้นที่รับกรรม”

พังงา-"ฮอนด้าเพื่อนแท้" จัดทีมช่างชุดใหญ่ให้บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์อเน กประสงค์เรือประมงพื้นบ้านไม่คิดค่าใช้จ่าย
532
ข่าวประชาสัมพันธ์

'ณัฐวุฒิ' ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย"สุชาติ"โต้ดราม่า ยันไม่ได้ป่วน 'สส.ไอซ์' ท้าชน 'สมชัย'จ่อฟ้องฉ้อโกง
982


ตำรวจ ปพ.จับกุม ผู้ต้องหาตามรายชื่อประกาศสืบจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569 ลำดับที่ 57







